Categories
ตำนาน

วัดมหาบุศย์

            ถ้าพูดถึงวัดมหาบุศย์ทุกคนต้องคิดถึงตำนานของแม่นาคพระโขนงกันอย่างแน่นอนโดยวัดมหาบุศย์นี้ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ อยู่ตรงบริเวณสุขุมวิท 77 โดยวัดแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตำนานของวัดมหาบุศย์ในการสร้างวัดครั้งแรกนั้นระบุว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้ชื่อวัดมหาบุศย์แต่เดิมนั้นผู้ที่สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเป็นสามพี่น้องที่ช่วยกันลงแรงลงเงินในการสร้างวัดและมีการตั้งชื่อวัดว่าวัด สามบุตร

ซึ่งในครั้งแรกที่มีการสร้างวัดแห่งนี้นั้นถูกสร้างจากไม้ทำให้เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็เกิดความโทรมไม้มีการผุกร่อนทำให้วัดในที่สุดก็กลายเป็นวัดร้างเพราะไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม ต่อมามีพระจากวัดราชบูรณะเดินทางมาเรียนญาติใกล้ๆกับวัด 3 บุตรเมื่อชาวบ้านเห็นว่ามีพระ 2 องค์มาจึงได้มีการร้องขอให้พระบุตรนั้นช่วยจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้หลังจากนั้นก็พากันบูรณะซ่อมแซมวัด

และเมื่อมีการวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วชาวบ้านจึงรวมตัวกันเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดสามบุตรเป็นวัดมหาบุศย์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และสำหรับตำนานความน่ากลัวของวัดแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นแม่นาคพระโขนงที่เป็นเรื่องราวของเธอนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังถึงแม้จะผ่านไปหลายสิบปีแต่เรื่องราวของเธอนั้นก็ยังคงอยู่เรื่องเล่าความรักและความน่ากลัวของแม่นาคพระโขนงนั้น

เกิดจากการที่แม่นาคนั้นได้คลอดบุตรแล้วเสียชีวิตระหว่างที่สามีของเธอก็คือพ่อมากได้เดินทางไปเป็นทหารหลังจากที่คลอดบุตรเสียชีวิตแล้ววิญญาณของแม่นาคยังคงเป้าวนเวียนรอคอยพ่อมากอยู่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากจนในที่สุดก็มีสมเด็จพระอาจารย์โตเดินทางมากราบแม่นาค ซึ่งปัจจุบันนี้เราจะเห็นหลักฐานความเชื่อเกี่ยวกับตำนานแม่นาคพระโขนงได้จากการที่ชาวบ้านพากันตั้งศาลแม่นาคเอาไว้ภายในวัดมหาบุศย์

และมีการเรียกเล่าขานแม่นาคว่าเป็นยากเนื่องจากว่ามีอายุมาแล้วหลาย 10 ปีซึ่งชาวบ้านมักจะเดินทางพากันมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมากราบไหว้ขอพรซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขอไม่ให้ลูกหลานนั้นจับได้ใบแดง และบางคนก็มาขอให้ย่านาคนั้นช่วยบอกเลขซึ่งปัจจุบันนี้วัดมหาบุศย์เป็นวัดที่ผู้คนต่างพากันเดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันเสาร์วันอาทิตย์

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะมาขอให้ย่านาคช่วยเหลือในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของการขอเลขเด็ดและการขอเรื่องของการไม่ให้ลูกหลานได้จับใบดำใบแดงไปเป็นทหารนั่นเองและส่วนใหญ่ที่มาขอกับย่านาคก็จะประสบกับความสำเร็จและถ้าหากอะไรขอแล้วได้ดังหวังก็จะต้องมีการมาแก้บนกับย่านาคซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการนำชุดไทยมาถวายให้กับย่านาครวมถึงนำของเล่นมาถวายให้กับลูกของย่านาคอีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

Categories
ศิลปะ

ยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงงานศิลปะ

ยุคสมัยของงานศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะในการทำงานหรือแม้แต่แนวความคิดของจิตรกรหรือแม้แต่จะเป็นยุคสมัยต่างๆ เปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งผลให้งานศิลปะมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหรือแม้แต่เป็นการสื่อสารของผู้คนที่ดีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นรสสัมผัสหรือแม้จะเป็นโครงสร้างต่างๆในยุคปัจจุบันผู้คนให้ความยอมรับอย่างมากในการทำงานศิลปะ

เพราะว่าสามารถกล่อมเกลาจิตใจผู้คนหรือแม้แต่ตัวเองการเข้าถึงทุกคนง่ายมากขึ้นอย่างไรก็ตามยุคปัจจุบันเป้าหมายในการทำงานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางนั้นความคิดหรือแม้แต่จะเป็นแนวทางในการพัฒนางานต่างๆมีอะไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของยุคสมัยต่างๆที่มีการพัฒนางานอยู่เสมอ

เริ่มต้นตั้งแต่ยุคหินที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุคหินเก่า หินกลาง หินใหม่ ยุคหินนั้นถือว่าเป็นยุคที่บุกเบิกงานศิลปะทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นงานที่ทำให้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรือแม้จะเป็นแนวทางต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ หรือยังยุคคลาสสิคที่มีความหมายกับคนอย่างมากในการพัฒนางานโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็ยังนำแนวคิดหรือลักษณะงานต่างๆเหล่านั้นมาพัฒนา

นั่นก็คือยุคกรีกและยุคโรมัน เป็นยุคที่มีความร่วมมือหรือฟื้นฟูเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องมากอย่างไรก็ตามแต่ยุ่งแต่สมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงานหรือการพัฒนาโครงสร้างการทำงานอยู่เสมอ แนวคิดของการต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาทำให้ผู้คนต่างๆมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานเป็นการพัฒนาโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนในความต้องการในการค้นหาแนวการทำงานใหม่ๆอยู่เสมอ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานศิลปะมีการพัฒนาอยู่เสมอ ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพนักงานไม่ว่าจะเป็นการนำผลงานต่างๆเข้ามาพัฒนารูปแบบในการติดต่อสื่อสารหรือไม่จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างในการทำงานที่สามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

แต่ละยุคสมัยก็มีเหตุการณ์หรือลักษณะความเชื่อทางด้านศาสนาหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่แตกต่างกันออกไป นี่เองจะเป็นเหตุผลที่ทำให้แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนางานที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบันก็สามารถเห็นได้ว่ามีการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่จะเป็นเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาทำงานเสร็จภายในค่อนข้างมาก

ผลงานศิลปะคือลักษณะการทำงานไม่ว่าจะเป็นทางด้านแนวคิดหรือจินตนาการต่างๆ เปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานการติดต่อสื่อสารในยุคปัจจุบันมีความง่ายขึ้นจึงทำให้ศิลปินต่างๆมีการเผยแพร่งานตัวเองได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น การพัฒนาในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาอยู่เสมอให้ผู้คนสามารถเข้าถึงง่ายหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาทางด้านแนวคิดหรือทักษะต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะตั้งเยอะ 

 

 

ขอบคุณ  ufabet  ที่ให้การสนับสนุน

Categories
ประวัติศาสตร์

พิธีกรรมของไทยทรงดำ

ไทยทรงดำเป็นชาวอพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 200ปีแล้ว และได้อยู่กระจายตามจังหวัดต่างๆของประเทศไทย อย่างเช่น สุพรรณบุรี เพชรบุรี นครสวรรค์ ชุมพรพิจิตร พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ และในจังหวัดเลย และได้จั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำขึ้นมา เพื่อเป็นที่รวมกลุ่มของชาวไทยทรงดำ และได้มีการปลูกบ้านที่บ่งบอกว่าเป็นไทยทรงดำเลยทีเดียวโดยการปลูกบ้านหลังคาลักษณะกระดองเต่า และจะมีการประดับที่ยอดจั่วบ้านด้วยการนำเอาเขาควาย หรือเขากวางมาไขว้กันแทบทุกหลังคาเรือน และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเฉพาะในกลุ่มไทยทรงดำโดยการให้มีการจัดงาน หมุนเวียนกันไปแต่ละบ้าน ในลานรอบบริเวณศูนย์วัฒนธรรมด้วย

พิธีกรรมของไทยทรงดำ

พิธีอิ่นก๋อนฟ้อนแก๊น  การละเล่นนีเปรียบเสมือนให้หนุ่มสาวมาเลือกคู่ครองโดยการที่จะให้สาวๆมานั่งทำการฝีมือในบ้านใดบ้านหนึ่งและให้บรรดาหนุ่มๆมาดูและได้มีการเล่นคอน หรือลูกช่วง แต่ปัจจุบันการละเล่นชนิดนี้จะมาทำแสดงให้ดูถึงถิ่นกำเนิดของชนเผ่าไทยทรงดำและจะมีการแสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งตัว ภาษาของไทยทรงดำเสียมากกว่า

พิธีเสนเรือน  คือการไหว้ผีบรรพบุรุษให้กินดีอยู่ดี จะได้ส่งผลมาถึงลูกหลานเมื่อมีการกราบไหว้บรรพบุรุษอย่างดี จะทำให้ครอบผีบรรพบุรุษคอยปกปักรักษาให้ครอบครัวมีความสุขไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

พิธีเฮ็ดแฮว  หรือพิธีงานศพของบ้านเรา ชาวไทยทรงดำถือว่าการตายนั้นสำคัญมากและบุคลที่อยู่ในบ้านจะไม่มีการทำงานอาไรเลย จบกว่าจะนำศพของผู้ที่เสียชีวิตในบ้านไปเผาเสียก่อน พิธีเฮ็ดแฮวนี้จำขึ้นหลังจากเผาศพแล้ว จะทำการเก็บกระดูกและจะประกอบพิธีด้วยการส่งดวงวิญญาณกลับยังประเทศเวียดนาม จากนั้นก็จะบอกวิญญาณของผู้ตายให้มารับเครื่องเซ่นทุก10วัน เพราะเชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปแล้วสามารถห็คุณและให้โทษแก่คนในบ้านได้

การแต่งกายของไทยทรงดำ

การแต่งกายเสื้อผ้าที่ใช้ จะใส่สีดำหรือสีกรมท่า และจะแบ่งการแต่งกายเป็นชายหญิง เสื้อของผู้ชายจะมี2ชนิด เสื้อไท จะมีกระดุมเงินทั้งหมด11เม็ด และสวมกางเกงขาสั้นและมีสายคาดเอว และเสื้อฮีของผู้ชายจะใส่ในช่วงมีพิธีกรรม 

เสื้อของผู้หญิงจะเรียกว่าเสื้อก้อม และจะมีการติดกระดุมเงินไม่เกิน 11เม็ด และจะสวมผ้าซิ่นลายแตงโม ลักษณะหน้าสั้นหลังยาวสะพายกะเหล็บ และพาดบ่าด้วยผ้าเปียวงานพิธีจะสวมเสื้อฮีหญิง

ชีวิตการเป็นอยู่ของไทยทรงดำ มีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้มานำเสนอ แต่ก็น่าไปเที่ยวและไปดูชีวิตการเป็นอยู่ของพวกเขาที่ยังรักษาประเพณีเก่าแก่ไว้มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet