Categories
ตำนาน

ปริศนาตำนานกริชวัชระและมีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน

ปริศนาตำนานกริชวัชระ เมื่อวันที่15 มีนาคมปี1938 ที่ผ่านมาได้เป็นวันที่นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยกกองทัพเยอรมันเข้าบุกที่ออสเตรียและได้เข้าไปยึดหอกลองกินุสที่ได้เก็บเอาไว้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ฮอฟ์เบิร์กกรุงเวียนนา

โดยวันนั้นเองในตามตำนานยังได้บอกอีกว่ามันเป็นวันเดียวกันกับที่นายทหารลองกินุสนำหอกแทงพระเยซูด้วย  

โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างที่น่าสนใจเป็นอย่างมากและยังได้เป็นหอกชิ้นแรกของในศาสนาคริสต์ทั้งนี้ยังได้มา (กริชวัชระ) 

ซึ่งในประเทศที่มีขนาดเล็กที่ได้อยู่เหนือไปจากระดังน้ำทะเลอย่างประเทศ ภูฏาน นั้นเอง

โดยยังได้มีตำนานที่ได้มีการเล่าสืบสานกันมานานอย่างเช่น กริชวัชระ ที่ได้อยู่ภายในวัดที่มีชื่อว่า วัดถ้ำเสือ เขาได้บอกว่าบริเวณสถานที่วัดแห่งนี้มันได้เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของ ภูฏาน อีกทั้งยังได้เป็นสถานที่สำหรับนักแสวงบุญที่ได้ศรัทธาเข้ามาในเขตวัดแห่งนี้

นอกจากนี้แม้ ลามะ ชั้นสูงและชาวธิเบตก็ยังเดินทางเข้ามาในวัดแห่งนี้เพื่อทำการสักการะและเข้ามาแสวงหาผลบุญในสถานที่แห่งนี้อีกด้วยกริชความหมายมันน่าจะคลล้ายๆเหมือนกับมีดหากเราจำไม่ผิด

เพราะฉะนั้นแล้วในตามตำนานของทักซัง กูรูรินโปเช ที่เป็นความก่อตั้งสถานที่แห่งนี้เขาได้ทำการขี่นางเสือที่เป็นศักติของท่านที่ได้แปลงกายลงมาที่ได้ลงมายังสถานที่แห่งนี้และได้ทำสมาธิอยู่เป็นเวลานานเป็นเดือนและยังได้เทศ์สั่งสอนคนและได้ทำการสำแดงกายสะกดภูผีปีศาจที่ได้ออกมาทำร้ายคนในบริเวณนั้น

โดยอาวุธที่ท่านนั้นได้ใช้ก็คือ  (กริชวัชระ )

ที่ท่านได้ทำสมาธิบำเพ็ญอยู่เป็นเวลานานในการสวดมนต์และทำการจัดสร้างกริชนี้ขึ้นมาและในปัจจุบันนี้กริชชิ้นนี้ยังได้ถูกจัดเก็บเอาไว้อยู่ที่เดิมและเขาก็จะเปิดให้คนที่มีจิตศรัทธาสามารถเข้าชมได้แค่ปีละ1ครั้งงเท่านั้น

เนื่องจากนี้ยังได้มี  มีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน  ถือได้ว่าเป็นยุคของอียิปต์ที่มีความโด่งดังนอกจากปริศนาของการจัดสร้างพีระมิดในยุคโบราณที่เราคิดว่ามันได้มีความลึกลับแล้วที่มันจะไม่มีความใหญ๋เท่ากับสุสานแต่มันก็ยังมีความน่าพิศวงไม่แพ้กันนั่นก็คือ มีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน  นั่นเอง 

ซึ่งเป็น ฟาโรห์คนที่18ขององค์อียิปต์ในยุคใหม่ที่นักวิจัยเขาได้ยืนยันว่าได้ทำมาจากหินอุกกาบาทนอกโลกได้มีอายุมากกว่า3,300ปีเรื่องรวเหล่านี้เขายังได้กล่าวเอาไว้อีกว่าชาวอียิปต์ในยุคนั้นยังไม่รู้จักการทำเหล็กด้วยซ้ำและจะสนใจอะไรกับเหล็กที่มันได้ล่นลงมาจากท้องฟ้าที่มีส่วนประกอบของ ธาตุเหล็ก โคบอลต์ นิกเกิล ที่สามารถพบได้จากอุกกาบาทโลหะอย่างเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

Categories
ตำนาน

ตำนานวิหารกระดูก   ตำนานศิลปะผนังศพ

             สำหรับคนที่ชื่นชอบการเข้าวัดเข้าวาเพื่อทำบุญไหว้พระและยังเพื่อต้องการชื่นชมความงดงามของโบสถ์และวิหารต่างๆ ตำนานศิลปะผนังศพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นศิลปะวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนหรือของแต่ละจังหวัดแต่ละภาค  จะเห็นได้ว่าแต่ละที่นั้นมักจะมีการสร้างโบสถ์

และวิหารรวมถึงออกแบบโบสถ์และวิหารให้มีความงดงามที่แตกต่างกันออกไปแต่ละที่นั้นจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละภาค  เนื่องจากว่าภาคแต่ละภาค

หรือแต่ละเขตนั้นจะมีวัฒนธรรมและศิลปะที่แตกต่างกันนั่นเอง  ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยอย่างเดียวเพียงเท่านั้นแต่ประเทศอื่นก็มีลักษณะศิลปะวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกันเช่นเดียวกัน 

         อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าขานถึงตำนานของวิหารแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีความแปลกจากวิหารอื่นๆเรียกได้ว่าผนังของวิหารแห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพจนถูกขนานนามว่าเป็นศิลปะผนังศพซึ่งวิหารแห่งนี้ถูกเรียกชื่อว่าวิหารกระดูกนั่นเอง  

สำหรับวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมานานมากแล้วโดยยุคสมัยที่มีการสร้างนั้นเชื่อว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15   สำหรับวิหารแห่งนี้จะอยู่ที่เมือง  อีโวรา  ประเทศโปรตุเกสนั่นเอง 

          ว่ากันว่าผู้ที่ก่อสร้างวิหารกระดูกแห่งนี้นั้นเป็นพระนิกายฟรานซิส     ซึ่งวิธีการสร้างวิหารนั้นพระนิกายนี้ได้มีการนำกระดูกของคนซึ่งมีจำนวนมากกว่า 5000 คนด้วยกันมาสร้างขึ้นเป็นกำแพงหล่อหลอมติดกับผนังของวิหาร

นอกจากจะมีโครงกระดูกแล้วยังมีซากศพอีกจำนวน 2 คนที่ถูกนำมาแขวนเอาไว้ติดกับผนังกำแพงของวิหารอีกด้วย   เรียกได้ว่าเป็นการก่อสร้างวิหารที่มีความประหลาดและพิสดารที่สำคัญน่ากลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

          นอกจากความน่ากลัวของผนังของวิหารดังกล่าวแล้ววัดดังกล่าวยังถูกเล่าขานถึงตำนานที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือได้มีหญิงสาวชาวเมืองคนหนึ่งเธอมีสามีและลูกชายต่อมาเธอถูกทำร้ายจากคนทั้งคู่ด้วยการช่วยกัน

ตำนานศิลปะผนังศพ โดยและตีเธอจนเธอถึงแก่ความตาย  ด้วยความเจ็บแค้นก่อนที่เธอจะตายเธอได้ทำการสามีกับลูกชายของเธอว่า  หากสามีและลูกชายของเธอตายเมื่อไหร่ให้วิญญาณของเขานั้นลงนรกและร่างของคนทั้งคู่นั้นไม่สามารถฝังอยู่ใต้ดินได้

      ไม่นานหลังจากที่สามีและลูกชายของเธอนั้นเสียชีวิตลงชาวบ้านก็ได้นำร่างของชายทั้งคู่นั้นไปขุดหลุมฝังศพเอาไว้แต่ไม่ว่าจะขุดหลุมไปตรงไหนก็ไม่สามารถกดได้เพราะเมื่อกดลงไปก็จะพบว่าใต้ดินนั้น

มีแต่หินเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเปลี่ยนที่ฝังศพไปตรงจุดไหนก็ตามแต่ก็จะเจอแต่หินทำให้ท้ายที่สุดแล้วชาวบ้านจึงไม่สามารถฝังศพของชายทั้งคู่ได้ดังนั้นพวกเขาจึงได้มีการนำศพของชายทั้งคู่ไปให้นักบวชนิกาย funds

และนักบวชก็ได้นำซากศพของชายทั้งคู่นั้นไปแขวนไว้ตรงผนังด้านหนึ่งของวิหาร  ซึ่งก็คือวิหารกระดูกนั่นเอง  หลังจากนั้นนักบวชก็จะใช้ซากศพของชายทั้งคู่ในการทำสมาธิให้เกิดการปลงอายุสังขารนั้นเอง     

 

สนับสนุนโดย    แจ้งฝาก-ถอน ufabet