Categories
ประวัติศาสตร์

เรื่องจริงเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง

เรื่องจริงเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง คุณคงรู้จักสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสงครามครั้งใหญ่ที่สุดและเป็นความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกและเราจะพาคุณไปพบกับเรื่องจริงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน 

อันดับที่แรก ก่อนเกิดสงคราม นี่ก็เป็นผลที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1จากเยอรมนีและชาติที่แพ้สงคราม พวกเขาคิดว่าสนธิสัญญาแวร์ซายไม่เป็นธรรมและมันได้ทำให้พวกเขานั้นเสียเปรียบมากเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของอดอล์ฟฮิตเลอร์ ที่เป็นผู้นำของเยอรมนีในตอนนั้น 

ซึ่งเขาต้องการที่จะยกเลิกสนธิสัญญาตรงนี้ทิ้งไปโดยมีผู้นำของอิตาลีและญี่ปุ่นได้เห็นดีเห็นงามด้วยพวกเขาต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมจึงทำให้สถานการณ์โลกในตอนนั้นมีการแบ่งขั้วอำนาจเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายอักษะที่เน้นเผด็จการทหาร และชาตินิยม นำโดยประเทศเยอรมนีอิตาลี และญี่ปุ่น 

ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็คือฝ่ายสัมพันธมิตร พวกเขาจะเน้นประชาธิปไตยและเสรีนิยมนำโดยสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียตสหภาพอาณาจักร และฝรั่งเศสโดยสถานการณ์ ในตอนนั้นค่อนข้างที่จะตึงเครียด แต่ก็ไม่มีคนกลางคนไหนที่จะสามารถสะสางปัญหานี้ได้ 

อันดับที่ สอง จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ในปี 1939 อดอล์ฟฮิตเลอร์ได้สั่งให้กองกำลังทหารบุกโปแลนด์การปลูกนี้ทำให้ขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามฝรั่งเศสและอังกฤษไม่พอใจพวกเขาจึงประกาศสงครามกับเยอรมนีเป็นเหตุที่ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ซึ่งในช่วงเวลานั้นกองกำลังทหารเยอรมันนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากไม่ว่าจะบุกไปที่ไหนก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้ จนในช่วงเวลาปี 1939 ถึง 1942 พวกเขาสามารถมีใช้ในยุโรปตะวันตกได้เกือบทั้งหมดยกเว้นสหราชอาณาจักรเท่านั้น

ในส่วนของญี่ปุ่นเองก็เริ่มก่อความวุ่นวายในเอเชียเช่นกันจนเรียกได้ว่าสถานการณ์โลกในตอนนั้นมีแต่ความวุ่นวายและได้มีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก แต่ทว่าในปี 1945 ในที่สุดสงครามก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อสหภาพโซเวียตสามารถเข้ายึดครองเมืองเบอร์ลินได้สำเร็จในขณะที่สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูสาวญี่ปุ่นจึงมีการประกาศยอมแพ้ 

นอกจากนี้สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้สิ้นสุดลงอมย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคมปี 1945 ด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรนั่นเอง

อันดับที่ สาม เกือบได้ทำพลูโตเนียม ในปี 1943 ทางเยอรมันนี้ได้บุกไปที่นอร์เวย์และได้เข้ายึดครองโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งเอาไว้และโรงไฟฟ้าแห่งนี้สามารถผลิตมวลน้ำหนักในปริมาณมากซึ่งมันเป็นส่วนสำคัญที่นำไปใช้ผลิตปิโตรเลียมได้ 

โดยผู้ตัวนี้ที่ว่าไปมันสามารถนำไปใช้สร้างระเบิดปรมาณูได้อีกและเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ทางนอร์เวย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพวกเขาก็ได้ส่งกองกำลังพิเศษ 11 นาย แอบเข้าไปวางระเบิดที่ฐานของโรงไฟฟ้าจึงสามารถระเบิดโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้สำเร็จ 

จึงไม่สามารถทำให้ทางเยอรมันนีสามารถนำเอาน้ำมนต์หนักไปผลิตปิโตรเลียมได้และกองกำลังพิเศษทั้ง 11 นายก็สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet เว็บไหนดี

Categories
ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นบุกเข้าพื้นที่ประเทศไทย

รัฐบาลไทยได้ออกมาแถลงการณ์ใน วันที่8 ธันวาคม ปีพุทธศักราช2484 ได้มีใจความดังนี้ กองทหาร ญี่ปุ่นบุกเข้าพื้นที่ประเทศไทย ใน จังหวัดสงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ บางปู แล้วได้เข้ามาทาง พรมแดนทางด้านตะวันออก 

ซึ่งทหารและตำรวจไทยได้ต่อสู้กันอย่างงเข้มแข็งรัฐบาลได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้วเห็นว่าการที่จะต่อสู้สืบไปจะทำให้เสียเลือดเนื้อของชาวไทยโดยไรประโยชน์

จึงได้ยินยอมให้ทางเดินแก่กองทัพญี่ปุ่นขอให้ประชาชนรักษาความสงบและปฏิบัติตามคำสั่งขอรัฐบาลวิทยุกรมโฆษณาการได้ประกาศคำแถลงการณ์สองครั้ง

นอกจากนี้ทูตอังกฤษและทูตอเมริกันได้แสดงความเสียใจและเห็นใจรัฐมนตรีตางๆประเทศทูตอเมริกันบอกว่าให้ทนไปก่อนต่อไปคงจะมีทางแก้ไขทูตอังกฤษได้กล่าวว่าถ้าญี่ปุ่นได้ปฏิบัติตามคำสัญญาณก็นับว่าเป็นความโชคดีของไทยแต่สงสัยว่าอีกสองสามวันเขาจะเสนออย่างอื่นอีก

ในวันที่8ธันวาคมนี้ในวันเดียวกันทูตอังกฤษได้ยื่นหนังสือจ้างต่อศาลของนายกรัฐมนตรีอังกฤษถึง จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีข้อความว่าญี่ปุ่นอาจจะรุกรานประเทศของท่านในไม่ช้า

ถ้าหากว่าท่านนั้นถูกโจมตีจงป้องกันตัวท่านในการรักษาเอกราชและอธิปไตยสมบูรณ์ของประเทศไทยเป็นผลประโยชน์ของบริติชและเราจะถ้าว่าการโจมตีท่านก็เหมือนการโจมตีตัวเราเอง

เนื่องจากนี้โทรเลขของรับมนตรีอังกฤษถือมือนายกยรัฐมนตรีไทยหลังจากที่ได้สั่งให้หยุดยิงแล้วเนื่องจากว่าทหารไทยได้ยิงต่อต้านทหารญี่ปุ่นในบริเวณใกล้พรมแดนไทยมาลายูเป็นเวลาเกือบ6ชั่วโมง

ญี่ปุ่นบุกเข้าพื้นที่ประเทศไทย โดยทหารอังกฤษไม่ได้ข้ามพรมแดนเข้ามาช่วยบางคนจึงเข้าใจว่านายเชอร์ชิลบอกให้ประเทศไทยนั้นป้องกันตัวเองและไม่คได้คิดว่าจะช่วยไทยทำการรบกับญี่ปุ่น

ดังนั้นในสามัญสำนึกถ้าผู้นำของอังกฤษจะไม่ช่วยไทยก็ไม่ใช่โกงการอะไรของเขาแต่อย่างไรก็ตามมีผู้เข้าใจว่าผู้นำอังกฤษของให้ไทยป้องกันตัวเองเนื่องจากไม่ทราบข้อความในทั้งหมดในโทรเลขฉบับนั้นในระหว่างเหตุการณ์ที่มันเข้าได้เข้าเข็มฝ่ายอังกฤษย่อมต้องรักษาความลับของแผนการรบหลังสงครามอีกหลายอีกจึงได้เปิดเผยเอกสารลับ

เพราะฉะนั้นแล้วรัฐบาลอังกฤษได้เห็นชอบตามความข้อตกลงของทูตอังกฤษในกรุงเทพเรื่องให้ช่วยไทยเพราะในทางยุทธศาสตร์การช่วยไทยรบกับประเทศญี่ปุ่นในบริเวณใกล้พรมแดนมาลายู

ย่อมเป็นประโยชน์โยตรงต่ออังกฤษจึงได้ทำให้กองทัพอังกฤษกับมาลายูได้มีเวลาจัดแนวรบต่อสู้กับกองทหารของญี่ปุ่นที่จะบุกเข้าไปจากประเทศไทย

นอกจากนี้ทางการทหารของประเทศอังกฤษก็ได้สั่งให้ผู้บัญชาการทหารสิงค์โปรและมาลายูให้เตรียมส่งทหารของอังกฤษและอินเดียให้เข้ายึดหัวหาดในปัตตานี

และสงขลาเพื่อขัดขวางการยกพลขึ้นบกของฝฝ่ายญี่ปุ่นที่อยู่ที่นั่นเพื่อการณ์นี้ฝ่ายอังกฤษใช้เครื่องบินลาดตระเวนบริเวณชายฝั่งตลอดเวลาเพื่อดูการเคลื่อนไหวของขบวนเรือญี่ปุ่น

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

Categories
ประวัติศาสตร์

วัฒนธรรมไทยด้านภาษา

             อาจจะพูดถึงเรื่องของภาษาแล้วประเทศไทยนั้นมีภาษาเป็นของตนเองเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่มีมาตั้งแต่ในสมัยอดีตกาลส่วนสาเหตุที่ประเทศไทยนั้นมีภาษาของตนเอง

และไม่ได้ถูกนำเอาภาษาอื่นมาใช้เป็นภาษาหลักของประเทศนั้นก็เพราะว่าตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นหรือเป็นเบี้ยล่างของประเทศใดมาก่อนเลยดังนั้นประเทศไทย

จึงสามารถใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักได้ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเช่นประเทศลาว

ซึ่งประเทศเหล่านั้นเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษมาก่อนดังนั้นภาษาหลักของประเทศลาวก็คือภาษาอังกฤษจะเห็นได้ว่าคนเรานั้นสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องส่วนประเทศไทยนั้นเรามีภาษาของเราเองซึ่งเป็นภาษาที่เรามีการคิดค้นขึ้นมาในตั้งแต่สมัยโบราณแปลภาษาของประเทศไทยนั้น

ก็มีการแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ละภาคภูมิประเทศซึ่งภาษาที่เรามีการใช้กันนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นภาคต่างๆ 4 ภาคด้วยกันเช่นภาษาภาคกลาง  ภาษาภาคอีสาน  , ภาษาภาคเหนือ, แปลภาษาภาคใต้

ซึ่งแต่ละภาษานั้นก็มีเอกลักษณ์และความสวยงามของภาษาที่แตกต่างกันออกไปแต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะคุ้นชินกับการฟังภาษาภาคกลางมากที่สุดเพราะว่าฟังเข้าใจง่าย

และสามารถพูดได้ง่ายนั่นเองแต่ในขณะเดียวกันถ้าหากเราเดินทางไปยังภาคอีสานหรือแม้แต่ภาคเหนือหรือภาคใต้เราก็สามารถที่จะหัดเรียนรู้และฟังภาษาต่างๆของภาคนั้นๆได้อย่างได้ไม่ยาก

ซึ่งภาษาแต่ละภาคนั้นก็มีเอกลักษณ์และความสวยงามของภาษาที่แตกต่างกันออกไปยังภาษาของคนภาคใต้นั้นก็จะเน้นการพูดค่อนข้างเร็วหรือถ้าเกิดว่าเป็นภาษาของคนภาคเหนือนั้นก็อาจจะพูดค่อนข้างช้า

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนในประเทศไทยนั้นก็ถือว่าเป็นภาษาของคนชนชาติไทยเช่นเดียวกันซึ่งสามารถพูดคุยและสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจถึงแม้ว่าคำบางคำนั้น

อาจจะฟังดูแปลกๆแต่เมื่อนำมารวมกันเป็นประโยคแล้วก็สามารถที่จะสื่อสารกันได้และแน่นอนว่าแต่ละภาคนั้นมีภาษาเป็นของตนเองดังนั้นจึงได้มีภาษาของภาคกลางซึ่งเป็นภาษากลางเอาไว้ให้ทุกคนสื่อสารร่วมกันอย่างเข้าใจได้ง่ายมากที่สุดนั่นเอง

ในปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่มีการเรียนหนังสือมักจะใช้ภาษากลางถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นคนอีสานหรือเป็นคนใต้หรือเป็นคนอื่นก็ตามเพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเดินทางมาเรียนหนังสือในเขตภาคกลางนั่นก็คือในเขตกรุงเทพฯ

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาภาษากลางเอาไว้สื่อสารกันดังนั้นตอนนี้แทบจะทุกภาคเรามักจะพูดการสื่อสารด้วยภาษากลางซะส่วนใหญ่ซึ่งจะมีภาษาประจำภาคมีการพูดคุยกันบ้างเล็กน้อยสำหรับชาวบ้านในชุมชนเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.  sa gaming เข้าสู่ระบบ

Categories
ประวัติศาสตร์

กีฬาวอลเลย์บอลในประเทศไทย

กีฬาวอลเลย์บอล ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ปัจจุบันกีฬาวอลเลย์บอลได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาที่ต้องมีหลักสูตรให้เด็กนักเรียนทุกคนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรู้และเข้าใจกฎกติกากีฬาวอลเลย์บอล ซึ่งกีฬาชนิดนี้มีมานานหลายปีมานาน แต่ไม่ได้มีการระบุเอาไว้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปีไหนกันแน่

กีฬาชนิดนี้ไม่ได้เป็นกีฬาพื้นเมืองของประเทศไทย แต่มีการนำเข้ามาโดยชุมชนชาวจีนและชาวมอญ ซึ่งในครั้งแรกทั้งคนมอญและคนจีนได้มีการเล่นกีฬาชนิดนี้กันก่อนหลังจากนั้น ก็มาเผยแพร่ให้กับคนไทยได้ลองเล่นแล้วก็ติดใจกลายมาเป็นกีฬาที่คนไทยนิยมเล่นกันมากในขณะนี้ ซึ่งกีฬาชนิดนี้นั้น สามารถเล่นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ที่นิยมกันส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง โดยกีฬาชนิดนี้ปัจจุบันได้สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยเป็นอย่างมากเพราะมีการส่งคนไทยไปเข้าร่วมแข่งขันกับนักกีฬาคนอื่นอื่นทั่วโลกในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และยังมีการแข่งขันกีฬาในกิจกรรมอื่นอื่นทั่วโลก

ซึ่งนักกีฬาคนไทยหลายคนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเลยทีเดียวในขณะนี้  ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๗๗   กีฬาวอลเลย์บอลได้ถูกจัดให้กลายมาเป็นกีฬาที่ถูกบังคับเอาไว้ในกระทรวงศึกษาธิการ และมีการจัดพิมพ์เอกสารการเกี่ยวกับกฎและกติกาการเล่นกีฬาชนิดนี้ ซึ่งการพิมพ์เอกสารชุดนี้นั้นมีการเรียบเรียงและแปลโดย อาจารย์ที่มีความชำนาญด้านกีฬาวอลเลย์บอลโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือ อาจารย์ นพคุณ พงษ์สุวรรณ  อีกทั้งยังมีอาจารย์ท่านอื่นอื่นอีกหลายคน ที่คอยช่วยเหลืออาจารย์ นพคุณ ในการทำเอกสารเกี่ยวกับกติกาในครั้งนี้ด้วย

และนับแต่นั้นเป็นต้นมาคนไทยก็ได้เรียนรู้และได้เล่นกีฬาวอลเลย์บอลกัน โดยมีการจัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลทั้งในภาคโรงเรียน และมหาวิทยาลัย รวมถึงการแข่งขันระดับ อำเภอและจังหวัด  ซึ่งปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกปี  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลนั้นมีการแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ซึ่งการเล่นแต่ละฝ่ายนั้นจะต้องมีผู้เล่นฝ่ายละ 6 คน

และจะมีคนตัดสินจำนวน 1 คน ซึ่งวิธีการเล่นนั้นจะเป็นการนำตาข่ายมากั้นตรงกลางของสนาม หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการตีลูกบอลข้ามตาข่ายไปมา ซึ่งการแข่งขันกันนั้น จะมีการแข่งกันทีมไหนที่สามารถได้คะแนนถึง 25 คะแนนได้ก่อนนั่นจะถือว่าเป็นผู้ชนะ และจะต้องมีการชนะกันสามในห้าครั้งถึงจะถือว่าชนะอย่างแท้จริง และการแข่งขันแต่ละครั้งจะเรียกว่า หนึ่งเซต นั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณ  gclub  ที่ให้การสนับสนุน

Categories
ประวัติศาสตร์

Western Art ยุคหินเก่า

ยุคหินเก่า ศิลปะตะวันตก ศิลปะตะวันตกนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมายาวนานมากแล้ว โดยศิลปะในสมัยนั้นจะเป็นศิลปะในช่วงยุคก่อนประวัติศาตร์ และมีการแบ่งออกเป็นยุคหินเก่า ยุคหินกลางและยุคหินใหม่ ไล่เรียงกันไปตามลำดับ ซึ่งเวลาในช่วงตั้งแต่ยุคหินเก่านั้นก็มีอายุที่ยาวนานมากถึง 10,000ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งวิวัฒนาธนาการของมัษย์ในยุคหินทางฝั่งยุโรปนั้นจะมีความเจริญก้าวหน้าในด้านการเจริญเติบโตวิวัฒนาการต่างๆ รวดเร็วกว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคอื่นๆ 

สิ่งที่ทำให้รู้ว่ามีวิวัฒนาการที่รวดเร็วกว่านั้นก็คือ จากหลักฐานมีการค้นพบผลงานทางด้านศิลปะประติมากรรมที่มีความสำคัญอย่างมากและถือว่าผลงานชิ้นนื้เป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคหินทางแถวยุโรปนั้นมีการสร้างสรรค์ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งหลักฐานนี้นั้นก็คือรูปปั้นที่มีลักษณะเป็นรูปปั้นสตรีที่มีรูปร่างที่อุมดมสมบูรณ์คาดว่าเป็นการปั้นตามพิมพ์นิยมของสตรีในยุคนั้น

โดยรูปปั้นนี้ก็ถือว่าเป็นรูปปั้นที่ได้มีการบันทึกไว่ว่าเป็นประติมากรรมระดับโลกและเป็นรูปปั้นที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ของศิลปะด้วย นั้นก็คือรูปปั้นประติมากรรม วีนัสแห่งวีลเลนดอร์ฟ หือที่หลายคนอาจจะคุ้นชิ้นกันในชื่อ Venus Of Willendorf นั้นเอง

ซึ่งรูปปั้นนี้นั้นได้มีการค้นพบหลักฐานในประเทศออสเตรียมีการสันนิษฐานจากนักโบรารคดีว่า การสร้างรูปปั้นนี้ขึ้นมานั้นเพื่อไว้ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ เพราะในยุคก่อนก็อาจจะมีปัญาในเรื่องความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับในยุคปัจจุบัน การสร้างเครื่องรางของขลังขึ้นมานั้นก็เพื่อเป็นสิ่งที่ใช้ไว้เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในยุคหินเช่นเดียวกัน

ไม่เพียงการพบหลักฐนผลงานด้านประมาติมากรรมเท่านั้น ผลงานด้านจิตรกรรมก็เป็นสิ่งที่ถูกค้นพบด้วยเช่นกันและคาดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคหินนั้นได้มีการวร้างสรรค์ผลงานหรือเป็นการสร้างสรรค์เพื่อไว้ใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งในตอนนั้น โดยหลักฐานที่พบนั้นก็คือ ภาพวาดที่มีลักษณะการวาดที่เลียนแบบธรรมชาติหรือการวาดภาพเหมือนในสิ่งที่พบเห็นมานั่นเอง

ซึ่งหลักฐานภาพวาดนี้นั้นถูกค้นพบที่ผนังถ้ำอัลตามิรา เป็นถ้ำที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงจากการถูกค้นพบลักฐานทางด้านศิลปะอย่างมาก ไม่เพียงถ้ำอัลตามิราเท่านั้นที่ถูกค้นพบผลงานด้านจิตรกรรมแต่ยังมีถ้ำอย่างถ้ำลาสโคช์ ก็เป็นอีกถ้ำหนึ่งที่สำคัญในการค้นพบหลักฐานทางด้าศิลปะด้านจิตรกรรมเช่นกัน ซึ่งภาพวาดโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติและสิ่งที่ผู้วาดนั้น

พบเห็นและต้องการจะถ่ายทอดออกมาก็เพียงเท่านั้น ซึ่งถ้ำทั้งสองที่พบหลักฐานนั้นล้วนเป็นถ้ำที่มีที่ตั้งอยู่ระหว่างลุ่มแม่น้ำแถบประเทศฝรั่งเศสและประเทศสเปน ซึ่งการคาดเดาจากนักโบราณคดีกล่าวไว้ว่า สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวหรืออาจจะเป็นเพียงการวาดเพื่อความสวยงามเท่านั้นก็ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

Categories
ประวัติศาสตร์

พิธีกรรมของไทยทรงดำ

พิธีกรรมของไทยทรงดำ ไทยทรงดำเป็นชาวอพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 200ปีแล้ว และได้อยู่กระจายตามจังหวัดต่างๆของประเทศไทย อย่างเช่น สุพรรณบุรี เพชรบุรี นครสวรรค์ ชุมพรพิจิตร พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ และในจังหวัดเลย และได้ตั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำขึ้นมา เพื่อเป็นที่รวมกลุ่มของชาวไทยทรงดำ และได้มีการปลูกบ้านที่บ่งบอกว่าเป็นไทยทรงดำเลยทีเดียวโดยการปลูกบ้านหลังคาลักษณะกระดองเต่า และจะมีการประดับที่ยอดจั่วบ้านด้วยการนำเอาเขาควาย หรือเขากวางมาไขว้กันแทบทุกหลังคาเรือน และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเฉพาะในกลุ่มไทยทรงดำโดยการให้มีการจัดงาน หมุนเวียนกันไปแต่ละบ้าน ในลานรอบบริเวณศูนย์วัฒนธรรมด้วย

พิธีอิ่นก๋อนฟ้อนแก๊น  การละเล่นนีเปรียบเสมือนให้หนุ่มสาวมาเลือกคู่ครองโดยการที่จะให้สาวๆมานั่งทำการฝีมือในบ้านใดบ้านหนึ่งและให้บรรดาหนุ่มๆมาดูและได้มีการเล่นคอน หรือลูกช่วง แต่ปัจจุบันการละเล่นชนิดนี้จะมาทำแสดงให้ดูถึงถิ่นกำเนิดของชนเผ่าไทยทรงดำและจะมีการแสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งตัว ภาษาของไทยทรงดำเสียมากกว่า

พิธีเสนเรือน  คือการไหว้ผีบรรพบุรุษให้กินดีอยู่ดี จะได้ส่งผลมาถึงลูกหลานเมื่อมีการกราบไหว้บรรพบุรุษอย่างดี จะทำให้ครอบผีบรรพบุรุษคอยปกปักรักษาให้ครอบครัวมีความสุขไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

พิธีเฮ็ดแฮว  หรือพิธีงานศพของบ้านเรา ชาวไทยทรงดำถือว่าการตายนั้นสำคัญมากและบุคลที่อยู่ในบ้านจะไม่มีการทำงานอาไรเลย จบกว่าจะนำศพของผู้ที่เสียชีวิตในบ้านไปเผาเสียก่อน พิธีเฮ็ดแฮวนี้จำขึ้นหลังจากเผาศพแล้ว จะทำการเก็บกระดูกและจะประกอบพิธีด้วยการส่งดวงวิญญาณกลับยังประเทศเวียดนาม จากนั้นก็จะบอกวิญญาณของผู้ตายให้มารับเครื่องเซ่นทุก10วัน เพราะเชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปแล้วสามารถห็คุณและให้โทษแก่คนในบ้านได้

การแต่งกายของไทยทรงดำ

การแต่งกายเสื้อผ้าที่ใช้ จะใส่สีดำหรือสีกรมท่า และจะแบ่งการแต่งกายเป็นชายหญิง เสื้อของผู้ชายจะมี2ชนิด เสื้อไท จะมีกระดุมเงินทั้งหมด11เม็ด และสวมกางเกงขาสั้นและมีสายคาดเอว และเสื้อฮีของผู้ชายจะใส่ในช่วงมีพิธีกรรม 

เสื้อของผู้หญิงจะเรียกว่าเสื้อก้อม และจะมีการติดกระดุมเงินไม่เกิน 11เม็ด และจะสวมผ้าซิ่นลายแตงโม ลักษณะหน้าสั้นหลังยาวสะพายกะเหล็บ และพาดบ่าด้วยผ้าเปียวงานพิธีจะสวมเสื้อฮีหญิง

ชีวิตการเป็นอยู่ของไทยทรงดำ มีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้มานำเสนอ แต่ก็น่าไปเที่ยวและไปดูชีวิตการเป็นอยู่ของพวกเขาที่ยังรักษาประเพณีเก่าแก่ไว้มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

Categories
ประวัติศาสตร์

ก่อตั้งธนาคารการเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้

ก่อตั้งธนาคารการเงิน

ก่อตั้งธนาคารการเงิน ครองครัว Rothschild Family

ก่อตั้งธนาคารการเงิน สินทรัพย์สุทธิที่คาดการณ์อยู่ที่ 2ล้านล้านดอนลาร์สหรัฐครองครัวที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลกเป็นครองครัวที่คิดค้นระบบธนาคารที่เราใช้มาถึงทุกวันนี้ในอดีตครอบครัวนี้เคยเป็นผู้ที่สนับสนุนสงครามและอุตสาหกรรมหลายอย่างวงค์ชายของตระกูลนี้ยังเคยใช้กลวิธีใต้โต๊ะ่เป้าหุ้นตลาดหุ้นอังกฤษให้พังลงก่อนที่จะหาโอกาสซื้อทรัพย์สินในราคาที่ต่างๆตระกูลRothschild Familyเป็นตระกูลอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกสืบเชื้อสายมาจากRothschild Familyชาวยิวที่ได้อพยพไปทางเยรมันนีและได้ริ่มจัดตั้ธนาคารที่นั่นในศตวรรษ1760ต่อมาเขาได้ให้บุคคลชายทั้ง5คนช่วยบุกเบิกธนาคารของครอบครัวไปยังต่างประเทศ

ซึ่งได้ตั้งสาขาอยู่ในห้างเมืองใหญ่ได้แก่ ลอนดอน ปารีส แฟรงเฟิร์ต เวียนนา และ เนโต้ ในศตวรรษที่19ตระกูลRothschild Familyกลายเป็นครอบครัวที่ถือครองทรัพย์สินมากมายที่สุดในโลกและในปัจจุบันธุรกิจของตระกูลนี้มีทั้งสถานบันการเงินอสังหาริมทรัพย์ เหมือง พลังงาน ทรัพย์สินแด่ตระกูลRothschild Familyมีมากมายมหาสารเกินกว่าที่จะประเมิลได้ด้วยสินทรัพย์ที่มากมายมหาสารเช่นนี้ทำให้เกิดเป็นคดีที่สมครบคิดอย่างมากมายว่าตระกูลนี้คือผู้ที่บงการกระแสเงินและสถานบันการเงินต่างๆในโลกและบงการรัฐบาลต่างๆให้ทำสงครามในยุติสงครามระหว่างกันตระกูลRothschild Familyได้เป็นผู้ที่ได้สนับสนุนเงินกู้ให้แก่ในรัฐบาลในอังกฤษ

ในการที่ได้ทำสงครามระหว่างฝรั่งเศษในช่วงสงครามนโปเลี่ยนซึ่งในปี1815ภายในปีเดียวตระกูลนี้ให้เงินสนับสนุนเงินกู้1.8ล้านปอนด์เทียบกับทองคำหนัก70ตันให้แก่ชาติพันธมิตรของอังกฤษเพื่อที่จะพื้นฟูระบบเศรษฐกิจจากสงครามตระกูลRothschild Familyได้ให้เงินกู้แก่บราซิลจำนวน5แสนเรอ้าวเพื่อไปจ่ายรัฐโปรตุเกสและแลกกับเอกราชตระกูลRothschild Familyเป็นผู้ที่สนับสนุนเงินกู้ให้แก่รัฐบาลอังกฤษในการขุดคลองซูเอสที่อียิปต์จำนวน4ล้านปอนด์

และยังสนับสนุนเงินกู้ให้แก่ญี่ปุ่นมูลค่า11.5ล้านปอนด์นการทำสงครามกับรัฐเซียหลังจากที่ได้มีการปราบปรามนโปรเลี่ยนจักรวรรดิองค์ที่หนึ่งแห่งออสเตรียได้ทรงแต่งตั้งตระกูลRothschild Familyให้ได้เป็นขุนนางรัฐเซียแต่ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองภัยคุกคามจากนาซีทำให้ตระกูลRothschild Familyสาขาออสเตรีย

ซึ่งได้มีเชื้อสายยิวจำเป็นต้องหนีตายจากยุโรปปไปยังสหรัฐอเมริกาธนาคารและทรัพย์สินของพวกเขาในออสเตรียถูกยึดคฤหาสน์หลายหลังในเวียนนาได้ถูกทำลายในปีประมาณ1999รัฐบาลออสเตรียตกลงที่จะส่งมอบพัดจิดกรรมมากกว่า250ชิ้นคืนแก่ตระกูลRothschild Familyซึ่งได้ถูกยึดไปในสมัยสงครามและในปี2016องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากนั้นก็ได้มีการประเมิลว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ตระกูลRothschild Familyที่ได้มีการครอบครองอยู่นั้นมีมูลค่าประมาณ1ล้านล้านดอนลาร์สหรัฐหรือคิดเป็น5เท่าของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด8อันดับโลกมารวมกัน

Categories
ประวัติศาสตร์

เมื่อในหลวง ร.9 ทรงปลอมเป็นพนักงาน ร้านโกลเด้นเพลซ

ร้านโกลเด้นเพลซ สำหรับเหตุการที่ในหลวง ร.9 ทรงแอบปลอมเป็นพนักงานร้านของโกลเด้นเพลซและได้ทรงประทัพที่เค้าเตอร์คิดเงินท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะรองราชเลขาธิการในพระองค์เคยเหล้าให้ฟังว่าในราวปีพ.ศ.2545หน้าวังไกลกังวลมีร้านโกลเด้นเพลซพระเจ้าอยู่หัวรัฐกาลที่9ท่านได้ทรงนึกสนุกและอยากลองมาขายในร้านดูแต่ก็กลัวว่าผู้คนนั้นจะแตกตื่นไม่เป็นอันทำอะไรก็เลยได้ไปในตอนร้านนั้นไกลจะปิดดึกหน่อยในตอนนั้นคนไม่ค่อยมีแร้วเพราะว่าร้านจะปิดแล้วพระองค์ท่านก็เลยได้ลองประทัพที่เค้าเตอร์คิดเงินและได้มีลูกค้าเดินเข้ามาในร้านเขาเข้ามาก็เดินเข้าไปเลือกของเลย

และไม่ได้มองหลอกว่าใครนั้นอยู่ที่เค้าเตอร์เมื่อได้ของเรียบร้อยแล้วก็เดินมาจ่ายเงินพอได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวอยู่ที่เค้าเตอร์คิดเงินก็มีท่าทางตกใจพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าจะพูกอะไรสักพักลูกค้านั้นก็เหมือนได้สติและได้ถามแบบตรงๆว่าท่านมาทำอะไรที่นี้พระเจ้าอยู่เจ้ารัฐกาลที่9 ทรงแย้มพระสรวลและได้ตัดออกไปว่าก็นี่ร้านเรา เราจะมาขายไม่ได้รึสำหรับร้านโกลเด้นเพลซนั้นแต่เดิมมีพื้นที่ส่วนหนึ่งในถนนพระราม9เป็นที่ดินและอาคารส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชซึ่งพระองค์ทรงให้บริษัทเอกชนเช่าดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกทำให้ประชาชน

ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจว่าที่นั่นเป็นร้านของพระองค์ท่านต่อมามีเสียเข้าพะกันในเวลาต่อมาในลักษณะว่าร้านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นขายของแพงทั้งที่ร้านดังกล่าวซึ่งเป็นเพียงผู้เช้าที่ดินและอาคารไปดำเนินการเพียงเท่านั้นซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่าโครงการในพระราชดำริที่พระองค์ท่านนั้นได้สั่งเสริมไว้มีอยู่จำนวนมากซึ่งสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายมากมายแต่สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานหลายชนิดนั้นยังไม่สามารถเข้าไปถึงผู้บริโภคได้

และในเวลาต่อมาเมื่อได้หมดเวลาสัญญาแล้วพระทรงท่านทรงได้จัดตั้งบริษัทสุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมชูปถัมภ์ขึ้นมาเพื่อได้ดำเนินการในส่วนของการค้าปลีกที่เหมาะสมทั้งผู้ผลิตและรวมไปถึงยังผู้บริโภคและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและได้พระราชนามชื่อร้านว่าโกลเด้นเพลซ

ซึ่งได้เปิดให้ดำเนินการเมื่อตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544เป็นต้มมาอีกทั้งก็ยังได้เพิ่มเติมจำนวนสาขาต่างๆซึ่งในปัจจุบันนั้นมีถึง10สาขาไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราต่างก็ทราบกันดีถึงเรื่องราวที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อให้คนไทยอย่างเราได้มีกินมีใช้และเพื่อเป็นการจดจำนาเรื่องราวต่างๆตลอดกาล

Categories
ประวัติศาสตร์

ตำนานโบราณของอียิปต์

ตำนานโบราณของอียิปต์

ตำนานโบราณของอียิปต์ เป็นตำนานที่น่าสนใจไม่แพ้ตำนานคลีโอพัตรา แรกเริ่มเดิมที่โลกใบนี้มีแต่ความโอมานของแล้วเทพเจ้าและฟาโรห์ก็ได้นำพาระเบียบหรือมะอัดมาขับไล่ความโอมานให้ได้ออกไปจากพื้นแผ่นดินนั้นจึงได้เป็นหน้าที่ของฟาโรห์ที่จะต้องปกป้องดูแลประชาชนและได้ทำพิธีบูชาเทพเจ้าและอีกหนึ่งภระกิจสำคัญในการดำรงเอาไว้ขึ้นมาอัดก็คือในการขยายดินแดนชาวไอนุเชื่อว่าจะมีเพียงแผ่นดินของอียิปต์เท่านั้นที่ไม่ไร้ระเบียบห่วงออกไปจากดินแดนของพวกเขาหรือบรดาอาณาจักรอื่นล้วนเป็นความโอมานทั้งสิ้นนั้นก็คืต้องทำให้ฟาโรห์นั้น ต้องออกรบกับต่างถิ่นเพื่อแย้งชิงทั้งดินแดนและทรัพยากรและยังเป็นการดำรงไว้ซึ่งมาอัดนั่นเองโดยหน้าประวัติศาสตร์ อียิปต์โบราณได้ปรากฏฟาโรห์ยอกนักรบอยู่มากมายส่วนใหญ่นั้นจะอยู่แถวราชอาณษจักรใหม่ประมาณ1550 ถึง 1069ปี ก่อนคริสตกาลซึ่งจะมีใครบ้างนั้นมาดูกันเลย

ฟาโรห์ที่มีพรนามว่า Ahmose

  เรารู้จักฟาโรห์พระองค์นี้ดีในสถานะผู้ขับไล่ชนเผ่าฮิกซอสที่เข้ามารุกรามอียิปต์ในช่วงรอยต่อระยะที่สองให้ออกไปจาก อาณาจักรและสถาปนาอียิปต์โบราณในยุคราชอาณาจักรใหม่ขึ้นมาในช่วงประมาณ1550ปีก่อนคริสตกาลนักอียิปต์วิทยาทราบถึงความสามารถทางการทหารฟาโรห์อาโมสจากสุสานของขุนนางในสมัยของพระองค์ที่มีชื่อคล้ายกันว่า Ahmose son of lbana ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองเรือที่รับใช้ฟาโรห์มาหลายรัฐกาลนายทหารอาโมสบอกเราว่าเขสนั้นได้ออกรบเคียง บ่าเคียงไหล่กับฟาโรห์อาโมสในขณะที่บันทึกอีกชิ้นหนึ่งนั้นระบุว่าพระองค์ได้นำทัพทหารถึง480000นายขึ้นไปทางทิศ เหนือไปล้อมที่กรุงอวาริสอันเป็นเมืองหลวงของชนเผ่าฮิกซอสในแถบสามเหลี่ยมในแถบแม่น้ำไนล์จนทำให้พวกฮิกซอสนั้นจะต้องถอนออกไปไปที่สุด

ฟาโรห์ที่มีพรนามว่า Ramses ที่3 

ฟาโรห์องค์นี้ปกครองอยู่เหนือราชวงที่20ในช่วงประมาณ1180ปีก่อนคริสตกาลความสามารถในทางด้านการรบฟาโรห์ Ramses ที่3ได้ปรากฏอยู่บนผนังวิหารประกอบพิธีศพของพระองค์ที่ Medinet Habu ในเมืองธีบส์ฝั่งตะวันตกสงครามครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในสมัยของฟาโรห์ Ramses ที่3คือสงครามกับชนเผ่าที่มีชื่อว่าชาวทะเลและเป็นที่ทราบกันดีว่ากองเรือของอียิปต์นั้นอ่อนประสบการณ์จึงไม่ค่อยจะแข็งแกร่งเท่าไหร่นักฟาโรห์ Ramses ที่3ก็ได้ทราบความจริงข้อนี้ดี เรื่องราวโดยทั่วไปเกี่ยวกับประวัติไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประเทศอะไรก็ตาม หากเรานั้นมีเรื่องราวให้อ่านเท่ากับว่าเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประเทศใดๆ เรานั้นควรศึกษาเพื่อเป็นแนวทางและความรู้ของที่มาตลอดไป

 

Categories
ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์เชิงแหล่งการท่องเที่ยว

แหล่งการท่องเที่ยว สำหรับการท่องเที่ยวนั้นต้องบอกเลยว่าผู้คนนั้นต่างก็ให้ความสำคัญทางประวัติศาสตร์เอาไว้อย่างมากและรวมไปถึงวัฒนธรรมต่างๆที่ได้มีการขุดค้นพบขึ้นและได้พบหลักฐานมากมายหลายอย่างรวมไปถึงแผ่นศิลาจารึกและโบราณสถานต่างๆที่ผู้คนนั้นยังเข้าไปไม่ถึงซึ่งโบราณสถานแห่งนี้ก็อยู่ไม่ไกลไปจากโบราณสถานกู่น้อยสักเท่าไรซึ่บอกได้เลยว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ได้มีการขุดค้นพบในที่แห่งนี้

กู่น้อย 

ซึ่งเป็นศาสนสถานฮินดูได้สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่17ประกอบด้วยตัวปราศาสตร์

ที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงศิลารูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าด้านนอกกำแพงมีคูน้ำล้อมอยู่โดยรอบแต่จะเว้นช่องทางตรงกลางทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อเป็นทางเข้าออกเชื่อมต่อไปยังซุ้มประตู ซุ้มประตูหรือโคปุระของกู่น้อยมีทั้งด้านทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกในรูปแบบคล้ายกันแต่ในปัจจุบันซุดโซมเหลือแต่เพียงแค่ฐานศิลาบนพื้นหินยังพบร่องรอยหลุมเสาอยู่หลายจุดสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นหลุมปักเสาไม้ที่เป็นส่วนประกอบของซุมประตูที่มีแบบเครื่องไม้กระเบี้ยง

ซึ่งได้มีการบูรณะโบราณสถานจึงได้มีการจำลองเอาเสาไม้มาติดเอาไว้เพื่อให้ผู้ที่ได้เข้ามาเที่ยวชมได้เห็นภาพของเสาในตำแหน่งเดิมในส่วนองค์ปราสาทองค์ประทานเป็นปราสาทหินหลังเดียวก่อฐานด้วยศิลาแลงและมีหินทรายสีแดงกุ่อยู่แต่ก็ยังมีสภาพที่ซุดโซมไปมากนอกจากนี้ยังพบหลักฐานของอาคารศิลาแลงทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าอีกหนึ่งหลัง ซึ่งบนพื้นก็มีหลุมเสาคล้ายทางด้านโคปุระกระจายอยู่หลายหลุมอาคารหลังนี้จึงหน้าจะเป็นอาคารเครื่องไม้มุงกระเบี้ยงเช่นกัน เมื่อออกจาก อำเภอ นาดูน เดินทางออกไปยังอำเภอ วาปีปทุมตามถนนสาย2045ริมทางในเขตตำบลหนองแซง

จะมีปราสาทหินเล็กๆนั้นตั้งอยู่ชื่อว่า กู่บ้านแดง ด้วยขนาดและทำลที่ตั้งทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆคนผ่านไปเลยกู่บ้านแดงไปอย่างหน้าเสียดายทั้งที่ความจริงแล้วโบราณสถานแห่งนี้มีแง่มุมที่หน้าสนใจทั้งทางด้านศิลปะกรรมและคติความเชื่อที่มีอันแตกต่างไปจากปราสาทหินส่วนใหญ่ในภาคอีสานเอกลักษณ์อันเด่นชัดเรื่องแรกของกู่บ้านแดง คือ การเป็นศาสตร์ สถานในพุทธศาสตร์สนามหายานโดยมีเรือนปราสาทสามหลังตั้งเรียงอยู่ในฐานเดียวกันหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่เรียกกันว่าปราสาทปรางค์สามยอด

ซึ่งกู่บ้านแดงเป็นปราสาทหินแห่งเดียวในภาคอีสานที่สร้างในรูปแบบสถานปติยกรรมเช่นนี้แง่มุมที่หน้าศึกษาต่อไปคือทับหลังหินทรายแดงสองชิ้นที่พบอยู่กอบเหนือประตูทางเข้าทับหลังนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบจำลองแต่รูปสลักที่ถูกลอกแบบหินก็เพียงพอต่อการบอกเล่าเรื่องราวทางโบราณคดี