Categories
ตำนาน

ตำนานพระเจ้าบุเรงนอง

โดยมุมมองของพม่าสำหรับใครหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเขาเป็นตัวร้ายตลอดกาลเลยซึ่งจริงๆแล้วพม่าเขาอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นกับไทบก็ได้

ทว่ามีหนึ่งในกษัตริย์องค์หนึ่งของพม่าที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าท่านยิ่งใหญ่ถึงขนาดบ้านเราเองยังได้แต่งเพลงให้กับพระองค์เลยนั่นก็คือ พระเจ้าบุเรงนอง

ที่ในยุคของพระองค์ก็ได้ไปตีเอาหัวเมืองต่างๆจนขยายแผ่นดินไปกว้างไกลจนกระทั่งได้ฉายาว่าผู้ชนะสิบทิศมาครอง

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าผู้ชนะสิบทิศมันมีทิศไหนกันบ้างนั่นก็คือ เหนือ ใต้ ออก ตก เฉียงใต้ เฉียงเหนือ ซึ่งรวมๆแล้วมันก็มีแค่เพียง8ทิศใช่ไหมแล้ว

อีก2ทิศที่เหลือเคยสงสัยหรือไม่ว่ามันคือทิศอะไรก็ต้องบอกว่าให้เราเงยหน้าขึ้นไปมองขึ้นกับก้มลงมาข้างล่างใช่คนสมัยก่อนเขาเทียบว่าพระเจ้าบุเรงนองท่านเก่งมีชัยเหนือฟ้าสวรรค์บาดาล 

ซึ่งมันจะเป็นจริงขนาดไหนเรามาเริ่มในชีวิตตอนเด็กของพระองค์กันก่อนเลยชีวิตในวัยเด็กของพระเจ้าบุเรงนองก็มีที่มาหลายฉบับเลยตั้งแต่ที่มีการบันทึกอยู่จริงๆจนไปถึงการเล่าแปลกๆทั้งสองแบบนี้

มันเป็นเรื่องที่มันต่างกันไปโดยสิ้นเชิงเลยแล้วเชื่อหรือไม่ว่าไอแบบที่คนรู้จักมากกว่าหรือว่าเชื่อกันมากกว่ามันเป็นตำนานที่มีอภินิหารเยอะไปหมด

โดยเป็นเพราะว่ามนุษย์อย่างเราก็จะชอบอะไรที่มันเป็นตำนานมากกว่าอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ที่จืด ตำนานมีอยู่ว่าแต่เดิมทีพ่อแม่ของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านเป็นคนมีอาชีพทำไร่ชาวสวนธรรมดาที่ทำหน้าที่ในการปีนต้นตาลแล้วก็เอาลูกตาลลงมาขายเลี้ยงชีพ

แต่ทว่าทั้งสองบิดามารดาโชคดีมีบุตรที่มีบุญมาเกิดนั่นก็คือพระเจ้าบุเรงนองนั่นเองแต่ตอนแรกพระเจ้าบุเรงนองไม่ได้ชื่อบุเรงนองมีอีกชื่ออันนี้ก็ไม่ทราบสาเหตุมันได้มาจากเรื่องเล่าเรื่องนึงที่บอกว่าตอนที่ท่านเกิดพ่อแม่ท่านก็ว่างท่านเอาไว้กับพื้นแล้วทำงานต่อ

ในตอนที่ไม่ได้ดูอะไรอยู่นั่นเองก็มีปลวกจากไหนไม่รู้มารุมตอมพระเจ้าบุเรงนองน้อยเต็มเลยแล้วปลวกไม่กัดตัวบุเรงนองด้วยเขาก็เลยเห็นว่านี่มันอาจจะเป็นสัญญาณของคนที่มีบุญมาเกิด

โดยเขาทั้งสองก็เชื่อไปตามนั้นแล้วมันก็จะมีเรื่องที่มายืนยันความมีบุญญาธิการของบุเรงนองต่อไปอีกคือในเวลาต่อมาพ่อแม่ออกไปทำงานเอาบุเรงนองนอนวางหลบแดดใต้ต้นตาลเพื่อให้เงาบังแสงอาทิตย์เสร็จแล้วขึ้นไปบนต้นตาล

แต่ทว่าคงจะทำนานไปหน่อยพระอาทิตย์มันได้เริ่มเปลี่ยนทิศเงาของต้นตาลที่มันบังออยู่ก็เริ่มเคลื่อนออกไปทีนี่มีงูตัวนึงเลื้อยมามาแพ่แม่เบี้ยเป็นเงาบังบุเรงนองเอาไว้พ่อแม่มาเห็นตกใจงูนั้นไม่ทำอะไรบุเรงนองเลยสักนิดเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

Categories
ตำนาน

การกำเนิดของยักษ์ทศกัณฐ์

ซึ่ง “นนทก” พึ่งได้นิ้วเพชรมาได้ไม่นาน“นนทก”ก็ได้ใช้นิ้วเพชรฆ่าเทดาไปหลานองค์เลยเมื่อเทวดาองค์อื่นๆได้เห็นความร้ายกาจของนิ้วเพชรแล้วก็มีความรู้สึกกลัวนิ้วเพชรของ “นนทก” เป็นอย่างมากเลย

ทำให้“นนทก” เกิดความลำพองใจเพราไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานนิ้วเพชรของตนได้จึงนึกรองดีไปทำร้ายเทวดาตนอื่นๆจนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วสวรรค์

เมื่อเหล่าเทวดาทนไม่ไหวก็ได้รวมพลไปทูลต่อ “พระอิศวร” ให้ช่วยจัดการ “นนทก” ให้หายซ่าสักที

พอเมื่อ “พระอิศวร” ทราบเรื่องก็ได้มีรับสั่งให้ “พระนารายณ์” มาปราบ “นนทก” พอ “พระนารายณ์” ได้รับมอบหมายงานที่สำคัญนี้ก็คิดหนักว่าจะหาทางเข้าถึงตัว “นนทก” ได้อย่างไง

เพราถ้าหากว่า “นนทก” ยังมีนิ้วเพชรอยู่เพียงแค่“นนทก”มองเห็น “พระนารายณ์” ก็อาจจะใช้นิ้วเพชรชี้มายังตนเองแล้วก็ทำให้ตายไปได้ง่ายๆดังนั้น “พระนารายณ์” จึงได้แปลงกายเป็น “นางอัปสร” โดยมีรูปที่สวยงดงามมากเพื่อที่จะได้จัดการ “นนทก” และได้ไปดักรออยู่ในป่า

ซึ่งทางฝ่ายยักษ์ “นนทก” ผู้เหมเกอมเมือได้มองเห็น“นางอัปสร”ก็หลงไหลก็อยากจะเข้าไปเกี้ยวพาราสีจึงได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับ“นางอัปสร”โดยไม่รู้ว่าเป็นร่างอวตารของ “พระนารายณ์”

และ“นางอัปสร”ก็แสดงความยิ่งดีที่“นนทก”ต้องการที่จะเข้ามาผูกมิตรด้วยแล้วก็ได้ทำการอ้อน“นนทก”ไปว่าเราก็เป็นแค่นางรำถ้าหากปรารถนาอย่างจะมีคู่คู่ของเราก็จะต้องรำได้เช่นเดียวกับเรา

นอกจากนี้ “นนทก” ได้ยินก็หลงกล “พระนารายณ์” และได้ตอบรับคำไปอย่างง่ายดายหลังจากนั้น “นางอัปสร”ก็เริ่มรำและได้บอกให้ “นนทก” นั้นทำตามไปทุกท่าและไม่ว่าจะเป็นท่ารำใดๆก็ตาม“นนทก”ก็ได้ทำตามไปทั้งหมดด้วยความหลงไหลจนกระทั่งมาถึงท่าท่านาคาม้วนหางวน

โดยจะเป็นท่าที่จะต้องใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าขาและ“นนทก”ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะกำลังเพลินกับการรำจึงเผลอชี้ไปที่ขาตนเองพอนิ้วเพชรชี้ไปที่ขาก็ทำให้“นนทก”ล้มไปทันที

เนื่องจากโดนอิฐฤทธิ์ของนิ้วเพชรตนเองเข้าไปและทันใดนั้นเอง“นางอัปสร”แสนสวยก็ได้กลายมาเป็น “พระนารายณ์” ขึ้นมาเหยียบร่างของ “นนทก”

เมื่อยักษ์“นนทก”ได้เห็นร่างที่แท้จริงของ “นางอัปสร” ว่าคือ “พระนารายณ์” ก็ได้ร้องถาม “พระนารายณ์”ว่าเพราะอะไรทำไม“พระนารายณ์”จึงต้องมาฆ่าตนด้วย

“พระนารายณ์”ก็ตอบไปว่าเพราะความผิดของ“นนทก”ใช้นิ้วเพชรตามใจชอบที่ไปไล่ฆ่าเทวดาโดยพลการทำให้“พระอิศวร”จำเป็นจะต้องรับสั่งให้“พระนารายณ์”มาจัดการ

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

Categories
ตำนาน

ตำนานของไทยที่ฝรั่งได้พูดถึงกันเยอะมาที่สุดในอินเตอร์เน็ต

สำหรับภายในประเทศไทยได้มีเรื่องที่ขึ้นชื่อว่าผีดุดอยู่เยอะแยะมากมายเลยถ้าจะให้ถามฝรั่งว่าถนนที่ไหนที่พวกคุณคิดถึงกันมากที่สุดเลยก็คือก็น่าจะเป็น ตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ 

ซึ่งมันก็ได้เป็นตึกที่มีขนาดใหญ่และมีความสูงเป็นอย่างมากที่ตั้งอยู่ใจหลางกรุงเทพมหานครเลยด้วยความสูงกว่า49ชั้น

ในอดีตที่ผ่านมาโครงการสร้างอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นในปี1990ด้วยความสูงกว่า47ชั้นชั้ใต้ดินอีก2ชั้นรวมเป็น49ชั้นกับห้องที่มีทั้งหมด600ห้อง

โดยโครงการตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ได้รับการออกแบบและได้มีการพัฒนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณสถาปนิกชื่อดังและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยรวมแล้ว

โครงการตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งอีก3ปีต่อมาผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ก็ได้ถูกจับกุมในข้อหาวางแผนฆาตกรรมอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและอดีตประฐานศาลฎีกา

นอกจากนี้แผนการดังกล่าวนี้ไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่ามือปืนนั้นได้ถูกจับไปเสียก่อนก่อนที่จะซักทอดผู้ว่าจ้างในเวลาต่อมาและได้ทำให้โครงการดังกล่าวก็ต้องยุติลงไป

ถ้าแม้ว่าจะสำเร็จไปแล้วกว่า80%จนกระทั่งในอีก7ปีต่อมาสภาวะวิกฤตต้มยำก็งก็ได้ทำให้โครงการนี้ได้หายไปแบบเหงาจนถึงในปัจจุบันนี้

เนื่องจากนี้ในภายหลังจากที่โครงการสาธรยูนีคทาวเวอร์ ได้ยุติลงไปแล้วอยู่ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับการฆารตกรรมที่มีคนเข้ามาฆ่าตัวตายในสถานที่ดังกล่าวว่าได้มีการพบเห็นวิญญาณมากมายด้วยกัน

ว่ากันว่าได้มีวัยรุ่นเข้าไปลองของก่อนที่พวกเขานั้นจะผลัดตกลงมาหรือในบางที่ได้พูดกันว่าโครงการดังกล่าวได้สร้างทับสุสานร้างและในปี2014ที่ผ่านมานี้มีการพบศพชาวต่างชาติสวีเดนได้เข้ามาแขวนคอตาย

ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังได้เป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติรู้จักกันดีบนโลกอินเตอร์เน็ตที่อยากจะเข้าไปพิสูจน์ความจริงว่าสถานที่แห่งนี้มันได้เป็นจริงอย่างที่ผู้คนต่างๆเขาได้ลือกัน

หรือไม่เราไม่รู้ว่าในตอนนี้มันสามารถที่จะเข้าไปได้หรือเปล่าเพราะว่าภายในบริเวณนั้นมันเต็มไปด้วยความอันตรายหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับสภาพของตัวตึกเองดีไม่ดีตึกก็อาจจะถล่มลงมาได้

เพราะฉะนั้นแล้วสถานที่แห่งนี้ในปัจจุบันเขายังไม่อนุญาติให้เข้าไปภายใมนบริเวณนั้นแล้วเพราะด้วยหลายๆปัจจัยหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับตัวตึกเพราะว่ามีสภาพที่ไม่ค่อนจะดีเท่าไรเลยปิดไม่ให้เข้าแก่พวกที่จะเข้ามาลองดีหรือเข้ามาถ่ายรูปเอาวิวสวยๆเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมาอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

Categories
ตำนาน

เปรตหัวลำโพงมีจริงบนโลกเราหรือเปล่าหรือเป็นเรื่องแต่งขึ้นมากันเอง?

สำหรับข้อมูลของThe Siren Headนั้นเขาได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าเมื่อเดือน ก.ค.ปี1995ก็ได้มีรายงานจากทีมงานกู้ภัยว่า เปรตหัวลำโพง ได้ไปพบเจอชายคนหนึ่งที่อยู่ในป่า Acanthus,USAในประเทศสหรัฐอเมริกา

ในสภาพที่พวกเขาพบเจอเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายบอบช้ำมากเหมือนกับถูกทำร้ายร่างกายมาอย่างรุนแรงและจากการสอบถามความเป็นมาของชายคนนี้เขาสรุปใจความได้ว่า

โดยเขาได้เป็นนักเดินป่าที่ชอบในการเดินป่ามากและในวันนี้พวกเขาก็ได้นักกับเพื่อนๆเพื่อที่จะมาท่องเที่ยวและมาสำรวจป่าแห่งนี้กันและในตอนแรกพวกเขาก็ได้เดินสำรวจป่ากันไปเรื่อยๆ

ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรประหลาดๆแต่อยู่ดีพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ยินเสียงประหลาดแผ่ออกมาจากรอบๆตัวเขาและพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เดินต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาต้นตอของเสียงเหล่านั้น

ซึ่งหลังจากที่พวกเขานั้นเดินไปเรื่อยๆผู้ชายคนนี้ที่ได้ถูกพบเจอเขาได้หันกลับมาอีกทีเขาก็ได้ดพบว่าเพื่อนของเขานั้นได้หายกันไปทีละคนจนสุดท้ายเขานั้นได้เหลือเพียงตัวคนเดียว

ในป่าแห่งนั้นนั่นเองและในเวลานั้นเองคนๆนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องทำยังไงเขาก็เลยเดินป่าต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาเพื่อนของพวกเขา

เนื่องจากนี้หลังจากที่เขานั้นเดินหาเพื่อนเขาไปเรื่อยๆเขาก็ได้ยินเสียงเพื่อนของเขาร้องโหยหวนออกมาอย่างดังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาต้นตอของเสียงเหล่านั้นปรากฏว่าหลังจากที่เขานั้นวิ่งเข้าไปจนเจอต้นตอของเสียงสิ่งที่เขานั้นพบเจอจริงๆแล้ว

ไม่ใช่เพื่อนของพวกเขาแต่มันกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่มีรูปร่างใหญ่โตกว่าต้นไม้และมีหัวเป็นลำโพงที่ส่งเสียงเพื่อนของเขขาอยู่นั่นเอง

นอกจากนี้มันก็เลยทำให้เขานั้นตกใจมากจนทำให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นรู้ตัวว่ายังมีคนหลงเหลืออยู่และหลังจากนั้นชายคนนี้ก็ได้รีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

และในขณะที่เขากำลังวิ่งอยู่เขาก็ได้หันกลับมาปรากฏว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตหัวลำโพงตัวนั้นได้ไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็วจนสุดท้ายเขาก็ได้หมดสติไปและฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ท่ามกลางกู้ภัยและมีรอยบอบช้ำเต็มร่างกายนั่นเอง

ดังนั้นตรงจุดนี้มันน่าสงสัยมากว่ารอยบอบช้ำเหล่านั้นมันได้มาจากไหนและเพื่อนของเขาเหล่านั้นได้หายไปไหนกันแน่และตรงนี้มันก็ได้เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับคำบอกเล่าเกี่ยวกับการพบเจอ

และข้อมูลที่น่าสนใจที่คิดว่ามันน่าจะเป้ฯเรื่องจริงเกี่ยวกับการพบเจอเจ้าเปรตหัวลำโพงหรือเจ้าThe Siren Headนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฟรีสปิน

Categories
ตำนาน

Chupacrabaมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือไม่?

ซึ่งหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมาปรากฏว่าเราไปได้ข้อมูลมาเพิ่มอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือในอดีตที่ผ่านมาเคยได้มีคนอ้างว่าเขานั้นได้พบเจอกับChupacrabaตัวเป็นและได้ทำการไล่ล่ามันพร้อมกับสังหารฆ่ามันและฝังซากศพของมันเอาไว้ที่หลังบ้านอีกด้วย Chupacrabaมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือ

สำหรับเหตุการณืตรงนี้ผู้ที่เขาได้พบเจอเขาได้อ้างว่าในลักษณะที่เขาได้ค้นพบเจอในตตอนนั้นคือสิ่งมีชีวิตตัวนี้เขากำลังดูดเลือดแพะที่เขากำลังเลี้ยงเอาไว้อยู่เขาเลยไปนำเอาปืนขึ้นมาและได้ทำการยิงเข้าไปในสิ่งที่มีชีวิตตัวนั้นจนมันบาดเจ็บและล้มตายไปนั่นเอง

โดยหลังจากนั้นเขาก็ได้เอสิ่งมีชีวิตตัวนี้ไปฝังที่บ้านและได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆให้เข้ามาทำการตรวจสอบว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสอบจริงๆผลที่ออกมานั่นก็คือเจ้าสิ่งมีชีวิต

ตัวนั้นมันเป็นเพียงหมาป่าคาโยตี้ที่มีลักษณะขี้เรื้อนเพียงเท่านั้นไม่ได้เป็นChupacrabaหรือสิ่งมีชีวิตสายพันธ์ใหม่แม้แต่อย่างดเลย

สิ่งเหตุการณืดังกล่าวมันได้มีการเผยแพร่ออกไปคนก็คิดว่ามันก็คงเป็นหมาป่าคาโยตี้ที่เป็นหมาขี้เรื้อนเท่านั้นคงไม่ได้มีอะไรและเหตุการณ์ก็คงจะจบแต่เพียงเท่านั้น

แต่เหตุการณ์แปลกๆมันก็ยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้เพราะว่าเหตุการณ์แปลกๆมันยังเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าประมาณสองถึงสามครั้ง

นอกจากนี้ก็ยังได้มีคนได้พบเจอChupacrabaเพิ่มเติมขึ้นมาอีกโดยข้อมูลเพิ่มเติมตรงนี้เขาได้บันทึกเอาไว้เมื่อประมาณเดือนมีนาคมปี1995เขาได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ว่าครั้งนั่นเหตุการณ์มันได้เกิดขึ้น

ในเขตของปอเตอร์ริโก้เช่นเดิมโดยมีอยู่วันหนึ่งได้มีชาวบ้านท่านหนึ่งเขาได้ไปตรวจสอบฟาร์มสัตว์ที่เขาได้เลี้ยงเอาไว้ในตอนเวลากลางคืน

ดังนั้นเขาก็ได้พบกับสิ่งที่มันมีชีวิตตัวประหลาดที่กำลังจะยืนค่อมและดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงของเขาเอาไว้เขาด้วยความที่ตกใจและเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นเขาเลยได้ตะโกออกมาอย่างดังจนทำให้สิ่งมีชีวิตตัวนั้นหันกลับมาพร้อมกับเสียงขู่เล็กน้อยก่อนที่สิ่งมีชีวิตัวนั้นจะกระโดดหนีเข้าไปในป่า

ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้เป็นที่เรื่องลือกันในตอนนั้นมากเพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ตรงนี้ไปปรากฏว่ามันก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้อีกหลายครั้งและชาวบ้านแต่ละคนเจอลักษณะคล้ายกันหมดเลยบางทีรุนแรงถึงขั้นที่ว่าเคยมีคนเลี้ยงกระต่ายเอาไว้เป็นฟาร์ม

และกระต่ายเหล่านั้นถูกจับเอาไว้ในกรงแต่สภาพที่เขาเห็นในตอนเช้านั่นก็คือกรงกระต่ายของเขาได้พังและกระต่ายที่เลี้ยงเอาไว้ได้ตายหมดพร้อมทั้งมีเคี้ยวจนอยู่ในตัวของกระต่ายอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สมัคร sbobet โดยตรง

Categories
ตำนาน

ปริศนาตำนานกริชวัชระและมีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน

ปริศนาตำนานกริชวัชระ เมื่อวันที่15 มีนาคมปี1938 ที่ผ่านมาได้เป็นวันที่นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยกกองทัพเยอรมันเข้าบุกที่ออสเตรียและได้เข้าไปยึดหอกลองกินุสที่ได้เก็บเอาไว้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ฮอฟ์เบิร์กกรุงเวียนนา

โดยวันนั้นเองในตามตำนานยังได้บอกอีกว่ามันเป็นวันเดียวกันกับที่นายทหารลองกินุสนำหอกแทงพระเยซูด้วย  

โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างที่น่าสนใจเป็นอย่างมากและยังได้เป็นหอกชิ้นแรกของในศาสนาคริสต์ทั้งนี้ยังได้มา (กริชวัชระ) 

ซึ่งในประเทศที่มีขนาดเล็กที่ได้อยู่เหนือไปจากระดังน้ำทะเลอย่างประเทศ ภูฏาน นั้นเอง

โดยยังได้มีตำนานที่ได้มีการเล่าสืบสานกันมานานอย่างเช่น กริชวัชระ ที่ได้อยู่ภายในวัดที่มีชื่อว่า วัดถ้ำเสือ เขาได้บอกว่าบริเวณสถานที่วัดแห่งนี้มันได้เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของ ภูฏาน อีกทั้งยังได้เป็นสถานที่สำหรับนักแสวงบุญที่ได้ศรัทธาเข้ามาในเขตวัดแห่งนี้

นอกจากนี้แม้ ลามะ ชั้นสูงและชาวธิเบตก็ยังเดินทางเข้ามาในวัดแห่งนี้เพื่อทำการสักการะและเข้ามาแสวงหาผลบุญในสถานที่แห่งนี้อีกด้วยกริชความหมายมันน่าจะคลล้ายๆเหมือนกับมีดหากเราจำไม่ผิด

เพราะฉะนั้นแล้วในตามตำนานของทักซัง กูรูรินโปเช ที่เป็นความก่อตั้งสถานที่แห่งนี้เขาได้ทำการขี่นางเสือที่เป็นศักติของท่านที่ได้แปลงกายลงมาที่ได้ลงมายังสถานที่แห่งนี้และได้ทำสมาธิอยู่เป็นเวลานานเป็นเดือนและยังได้เทศ์สั่งสอนคนและได้ทำการสำแดงกายสะกดภูผีปีศาจที่ได้ออกมาทำร้ายคนในบริเวณนั้น

โดยอาวุธที่ท่านนั้นได้ใช้ก็คือ  (กริชวัชระ )

ที่ท่านได้ทำสมาธิบำเพ็ญอยู่เป็นเวลานานในการสวดมนต์และทำการจัดสร้างกริชนี้ขึ้นมาและในปัจจุบันนี้กริชชิ้นนี้ยังได้ถูกจัดเก็บเอาไว้อยู่ที่เดิมและเขาก็จะเปิดให้คนที่มีจิตศรัทธาสามารถเข้าชมได้แค่ปีละ1ครั้งงเท่านั้น

เนื่องจากนี้ยังได้มี  มีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน  ถือได้ว่าเป็นยุคของอียิปต์ที่มีความโด่งดังนอกจากปริศนาของการจัดสร้างพีระมิดในยุคโบราณที่เราคิดว่ามันได้มีความลึกลับแล้วที่มันจะไม่มีความใหญ๋เท่ากับสุสานแต่มันก็ยังมีความน่าพิศวงไม่แพ้กันนั่นก็คือ มีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน  นั่นเอง 

ซึ่งเป็น ฟาโรห์คนที่18ขององค์อียิปต์ในยุคใหม่ที่นักวิจัยเขาได้ยืนยันว่าได้ทำมาจากหินอุกกาบาทนอกโลกได้มีอายุมากกว่า3,300ปีเรื่องรวเหล่านี้เขายังได้กล่าวเอาไว้อีกว่าชาวอียิปต์ในยุคนั้นยังไม่รู้จักการทำเหล็กด้วยซ้ำและจะสนใจอะไรกับเหล็กที่มันได้ล่นลงมาจากท้องฟ้าที่มีส่วนประกอบของ ธาตุเหล็ก โคบอลต์ นิกเกิล ที่สามารถพบได้จากอุกกาบาทโลหะอย่างเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

Categories
ตำนาน

ตํานานเรือไททัน

           สำหรับเรื่องราวของเรือไททัน  ตํานานเรือไททัน นั้นนับได้ว่าเป็นเรือแห่งตำนานที่มีผู้คนสนใจกันเป็นจำนวนมากแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปีแล้วก็ตาม

แต่เหตุการณ์ของเรือไททานิคล่มยังคงเป็นที่จดจำของผู้คนอยู่จนถึงทุกวันนี้  ที่สำคัญด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของเรือไททันซึ่งเป็นเรือลำใหญ่แห่งแรกของโลกที่เดินทางข้ามมหาสมุทร

เป็นเรือในตำนานที่มีการพูดถึงก่อนที่จะมีการล่มสลาย

ตํานานเรือไททัน ว่าเรือลำนี้จะไม่จมทำให้เรื่องราวของเรือไททันนั้นกลายมาเป็นตำนานและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สร้างภาพยนตร์เรื่องไททานิคเป็นจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของเรือไททานิคที่คนรุ่นหลังอาจจะไม่ค่อยรู้จักกำนันนี้กัน 

 สำหรับเรื่องราวของเรือไททานิคเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี การทำค.ศ. 1898 

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการเล่าถึงการสร้างเรือลำหนึ่งขึ้นมาเดินเรือลำนี้ถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งทนทานและถูกกล่าวขานว่าเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการตั้งชื่อเรือลำนี้ว่าไททัน

  และเรื่องราวของการสร้างเรือไทรทันนั้นก็เป็นที่โจษจันมากเนื่องจากว่ามีการให้สมญานามเรือไททันแห่งนี้ว่าเป็นเรือแข็งแกร่งที่ไม่มีวันจบอย่างเด็ดขาด

       โดยเรือไททันรำนี้นั้นมีขนาดใหญ่มากสามารถบรรจุคนให้ลงเรือลำดังกล่าวนั้นได้ถึง 3,000 เลยทีเดียวโดยเรือดังกล่าวเป็นเรือสัญชาติอังกฤษ  และแผนการเดินทางครั้งแรกของเรือไททันนั้นก็คือจะต้องเดินทางออกจากประเทศอังกฤษเพื่อไปเมืองนิวยอร์ก 

ความใหญ่โตมโหฬารของเรือดำนี้นั้นมีห้องเครื่องถึง 16 ห้องด้วยกันและมีการสำรองเรือขนาดเล็กกรณีที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นเอาไว้ถึง 20 ลังและมีการออกเดินทางเมื่อเดือนเมษายนซึ่งต้องมีการล่องเรือผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก

        แน่นอนว่าใครๆก็อยากขึ้นเรือไททันด้วยกันทั้งนั้นเนื่องจากว่าเรือไทยท่านนั้นมีชื่อเสียงเรื่องของความใหญ่โตและไม่มีทางตรงจึงมีมหาเศรษฐีและคนร่ำรวยเป็นจำนวนมากที่ซื้อตั๋ว

เพื่อเดินทางกันในครั้งนี้เพราะหวังจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตนเองในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นเองแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคาดหวัง

          เพราะเมื่อเรือเดินทางมาถึงกลางมหาสมุทรแอตแลนติกปรากฏว่าด้วยความเร็วของเรือที่ขับมาทำให้เรือนั้นพุ่งชนภูเขาน้ำแข็งและจากเหตุการณ์ชนภูเขาน้ำแข็งในครั้งนี้นั่นเองที่ทำให้เรือไททันนั้นได้ร่มลงตามแม่น้ำแอตแลนติกและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากมีผู้รอดจากการเรือล่มในครั้งนี้เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ตำนาน

ชนเผ่ากินคนชาวบาเตาะ

ชนเผ่ากินคนชาวบาเตาะ ย้อนกลับไปสมัยก่อนที่ประเทศไทยบ้านเรานั้นยังเป็นป่ารกทึบที่รกมากกว่าทุกวันนี้มันก็จะมีชนเผ่ามากมายที่เขาไม่ได้ติดต่อกับโลก

ภายนอกที่คนชนเผ่าต่างๆเหล่านี้เขาก็จะมีวัฒนธรรมแตกๆอะไรที่มันเป็นของตัวเองมันก็แปลกจนกว่าที่คนเราทุกวันนี้เกินกว่าจะเข้าใจ

นอกจากนี้ตัวอย่างเช่นชนเผ่ากินคนชนเผ่าเหล่านี้เขาก็จะมีวิธีการในการล่าคนที่สุดจะบรรยายโดยในพิกัดในการล่าคนของพวกนี้นั้นก็จะอยู่แถวๆริมฝั่งที่แม่น้ำ

และแม่น้ำที่ได้มีชนเผ่าเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ชุกชุมก็ว่ากันว่าในสมัยนั้นเป็นแม่น้ำสุไหงโกลกทางภาคใต้ที่ได้คั้นระหว่างมาเลเซียกัลป์จังหวัดยะลาแล้วก็นราธิวาสของเมืองไทย

โดยวิธีพวกเขานั้นก็จะนำหวายมาถักให้เป็นเชือก

มันก็จะมีความหนาอยู่ประมาณหนึ่งเสร็จแล้วก็จะเอาเชือดไปผูกกับอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำกับต้นไม้หรืออะไรที่เขาว่ากันก่อนที่จะซ้อนให้เชือกนั้นมันจมอยู่ใต้น้ำลากมาอีกฝั่งพอมีชาวบ้านคนไหนไม่รู้เรื่องพายเรือขึ้นมาพวกเขาก็จะกระตุกเชือกขึ้นมามันก็จะทำให้เรือไม่สามารถที่จะแล่นไปไหนต่อไป

ซึ่งหลังจากนั้นมันก็จะกระโดดลงไปจับคนมาฆ่าแล้ว

นำเอาเนื้อไปปรุงเป็นอาหารในแบบของชนเผ่าให้จนหมดเลยแต่ถ้าหากวันไหนฆ่าคนไม่ได้หรือมีของกินที่อยู่น้อยจนเกินไปพวกชนเผ่าพวกนี้ก็จะหันมากินกันเองโดยเหยื่อคนแรกที่เขาจะเลือกก็คือชนเผ่าบาเตาะแบบใช้ชีวิตอยู่บนโลกมานานจนจะกลายเป็นปุ๋ยให้ผักไปแล้ว

ดังนั้นเราก็อย่ารอให้เป็นปุ๋ยเรามาเอาคนเหล่านี้ไปทำเป็นอาหารให้กับคนในชนเผ่ากันดีกว่าแต่ทีนี่เราจะรู้ได้ยังไงว่าชนเผ่าคนไหนเหมาะสมที่จะกลายเป็นปุ๋ยแล้วพวกเขา

ก็จะมีวิธีในการเลือกคือเขาจะให้คนที่แก่ๆของชนเผ่าเหล่านี้ขึ้นไปปีนต้นไม้ถ้าหากคนไหนยังมีแรงปีนต้นไม้ได้คนนั้นก็จะมีชีวิตรอดแต่ถ้าหากว่าคนแก่ชาวเผ่าคนไหนไม่มีแรงปีนต้นไม้ไม่ขึ้นเตะบีบไม่ดังแล้วละก็ถึงเวลาที่ผู้เฒ่าบาเตาะคนนี้จะต้องถูกฆ่าแล้วนำเนื้อมาต้มในหม้อ

เนื่องจากชาวบาเตาะเขาก็ยังมทีกฎอยู่อย่างหนึ่งคือเขขาจะไม่กินเนื้อคนในครอบครัวของตัวเองแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เขานั้นโหดน้อยลงเลยเพราะว่าสิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือนำเอาพ่อเฒ่าคนแก่เหล่านี้ของครอบครัวตัวเองไปแลกกับครอบครัวคนอื่นเพื่อที่จะนำมาทำอาหารกันต่อ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabetฝ่ายบริการ

Categories
ตำนาน

ประวัตินางวันทองหรือนางพิมพิลาไลยในเรื่องขุนช้างขุนแผน

         กำลังเป็นกระแสโด่งดังกันอยู่ในขณะนี้กับละครเรื่องขุนช้างขุนแผน  สำหรับเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นเป็นตัวละครในประวัติศาสตร์ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี นางวันทองหรือนางพิมพิลาไลย ซึ่งในขณะนี้ถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็สามารถไปเยี่ยมชมเรือนของขุนช้างขุนแผนได้

     สำหรับละครเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นจะมีตัวละครเด่นๆก็คือตัวคุณช้างและตัวขุนแผนและมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวกลางทำให้เรื่องดำเนินไปนั้นก็คือนางวันทองหรือนางพิมพิลาไลยนั่นเองโดยในวันนี้เราจะมาแนะนำประวัติของนางพิมพิลาไลยกันว่าเธอคือใครในเรื่องขุนช้างขุนแผนและมีความสำคัญอย่างไรในเรื่อง

         สำหรับนางพิมพิลาไลยนั้นเธอเป็นลูกสาวของพ่อค้าคนหนึ่งซึ่งค้าขายอยู่ในเมืองสุพรรณบุรีนั่นเองโดยนางพิมพิลาไลยนั้นเป็นลูกสาวคนเดียว  พ่อค้าคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าพันศรโยธาและแม่ของนางพิมพิลาไลยนั้น

ก็ชื่อว่านางศรีประจันตั้งแต่เด็กจนโตนางพิมพิลาไลยนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามเป็นอย่างมากและเป็นเพื่อนเล่นกับขุนช้างและขุนแผนซึ่งสมัยเด็กๆนั้นทั้งขุนช้างขุนแผนต่างก็พากันรุมจีบนางพิมพิลาไลยมาตั้งแต่เด็กแล้ว

         สำหรับตัวนางพิมพิลาไลยเองนั้นเมื่อโตเป็นสาวขึ้นมาปรากฏว่าร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยได้ง่ายพ่อกับแม่ของนางพิมพิลาไลยซึ่งพาไปหาหลวงตาเพื่อให้ทำการดูดวง

นางวันทองหรือนางพิมพิลาไลย ซึ่งหลวงตาก็แนะนำมาว่าชื่อนางพิมพิลาไลยนั้นไม่ถูกโฉลกให้เปลี่ยนชื่อใหม่ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนชื่อเพื่อทำการแก้เคล็ดจะได้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มาเป็นชื่อว่านางวันทองนั่นเอง

        เมื่อโตเป็นสาวขึ้นมานางวันทองกับขุนแผนนั้นก็ได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันแต่แล้วขุนแผนก็สั่งให้ไปออกรบทำให้นางวันทองนั้นต้องอยู่บ้านคนเดียวซึ่งในจังหวะนั้นเองนางวันทองก็ถูกขุนช้างมาตามจีบทั้งยังบอกกับนางวันทองด้วย

ว่าขุนแผนตายในสนามรบแล้วและยังมีการเข้าไปพูดคุยกับแม่ของนางวันทองเพื่อทำการสู่ขอและให้เงินทองเป็นจำนวนมากทำให้แม่ของนางวันทองนั้นบังคับให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้างในที่สุดนั่นเอง

        ทางด้านฝ่ายขุนแผนหลังจากที่กลับมาจากสนามรบแล้วเมื่อรู้ว่านางวันทองแต่งงานไปกับคุณช้างแล้วก็โกรธมากขุนแผนจึงได้วางแผนที่จะลักพาตัวนางวันทองโดยในคืนหนึ่งนั้นขุนแผนได้มีการบุกเข้าไปในบ้านของขุนช้าง

ซึ่งนางวันทองนอนอยู่ได้ลักพาตัวนางวันทองมาหลังจากนั้นก็พานางวันทองมาอยู่กินด้วยกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งทำให้เกิดเรื่องราวเล่าขานเรื่องของนางวันทองที่กลายมาเป็นผู้หญิงสองใจที่มีสามี 2 คนและในที่สุดนางวันทองก็ถูกเจ้าเมืองสั่งประหารชีวิตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี

Categories
ตำนาน

สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ

         ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเมืองโตเกียว เขตคิตะ ที่นี่จะมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่สระหนึ่งที่ชาวเมืองต่างก็รู้จักกันดี  สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ โดยสระน้ำแห่งนี้นั้น ถูกสร้างขึ้นมาโดยรัฐบาลท้องถิ่น  สำหรับสระน้ำแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือว่ากลางคืน ก็ไม่ค่อยจะมีใครกล้าทีั่จะเข้าใกล้มากนัก 

เนื่องจากสระน้ำนี้มีเรื่องเล่า หรือที่เราเรียกกันว่าตำนานเกี่ยวกับสระน้ำนี้เล่าขานกันมามากมาย

และแต่ละตำนานก็น่ากลัวซะจนไม่รู้ว่าควรจะเชื่อตำนานไหนดี  ชาวเมืองที่นี่ต่างก็พากันหวาดกลัวสระน้ำแห่งนี้กันมาก  จึงไม่ค่อยจะมีใครอยากที่จะผ่านมาแถวสระน้ำนี้กันเลน นั่นยิ่งทำให้สระน้ำแห่งนี้กลายมาเป็นสระน้ำที่ถูกลือว่ามีความหลอนมากเข้าไปอีก  

         อันที่จริงแล้วสระน้ำแห่งนี้นั้น ทางรัฐบาลท้องถิ่นมีความตั้งใจเพียงว่าจะใช้ที่นี่ในการปลูกพืชพันธุ์ทางน้ำ รวมถึงอยากให้ที่่นี่กลายมาเป็นแหล่งเพาะเลี้ยง

และเป็นที่อยู่ของสัวต์น้ำที่อาศัยอยู่ใกล้ใกล้กับสระน้ำแห่งนี้เพียงแค่นั้นเอง  สำหรับสระน้ำที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ในตอนนี้นั้น ชาวเมืองเรียกสระน้ำแห่งนี้ว่า  สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ

สำหรับตำนานหรือเรื่องเล่าที่สร้างความน่ากลัวจนกลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้สถานที่แห่งนี้

เหมือนกับเป็นสถานที่ผีสิงนั่นก็คือมีเรื่องเล่าของกลุ่มคนที่ขับรถแท็กซี่ในช่วงเวลากลางคืนได้เคยเล่าว่า  มีแท็กซี่คันหนึ่งได้มีการรับผู้โดยสารที่โบกมือเรียกซึ่งผู้โดยสารคนดังกล่าวนั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาดีหลังจากขึ้นรถแท็กซี่แล้วผู้โดยสารสาวได้สั่งให้แท็กซี่ไปส่งเขาที่สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ 

           ซึ่งในตอนนั้นแท็กซี่ก็เกิดความสงสัยอยู่เหมือนกันว่ากลางค่ำกลางคืนหญิงสาวคนนั้นจะไปที่สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ ทำไมแต่ถึงจะสงสัยยังไงเขาก็ไปส่งผู้โดยสาร

ตามความต้องการอยู่ดีโดยที่ไม่ได้ถามอะไรผู้โดยสารเลยทั้งๆที่ขับรถมาจนถึงจุดหมายปลายทางนั้นเขาได้จอดรถแล้วหันไปบอกหญิงสาวว่าถึงที่หมายแล้ว

       ซึ่งในขณะที่เขาหันกลับไปนั้นเองเขาก็ทันเห็นภาพหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังอยู่ๆก็ค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาเหลือทิ้งเอาไว้ให้เห็นต่างหน้าก็เพียงคราบน้ำเปียกอยู่ที่เบาะหลังเต็มไปหมดเหมือนกับว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นตัวเปียกมายังไงอย่างนั้น

ซึ่งเมื่อเขาเห็นดังนั้นก็รีบขับรถออกจากบริเวณ สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ ทันทีเช่นกันหลังจากนั้นก็เอาเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าให้คนขับรถแท็กซี่ฟังโดยเฉพาะคนขับรถแท็กซี่ในช่วงเวลากลางคืนเพื่อที่จะได้ระมัดระวังหากมีใครเรียกให้ไปส่งสระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ  นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  sa casino ฟรี300