Categories
ตำนาน

ตำนานรักถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย

        ในสมัยอดีตนั้น หากพูดถึงชื่อ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ยกเว้นคนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย  หรือยกเว้นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวที่เน้นธรรมชาติ

การสำรวจป่า คนที่ชอบปีนเขา เข้าถ้ำ  อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนรู้จักกันดี หรืออาจจะกลาวได้ว่าไม่มีใครแทบไม่รู้จักถ้ำแห่งนี้กันแล้วในตอนนี้ 

       ส่วนสาเหตุนั้นก็มาจากเหตุการณ์ 13 หมูป่าติดถ้ำเมื่อปีพุทธศักราช 2561 ทำให้วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเนื่องจากเรื่องคลอง 13 หมูป่าแล้ว

ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในถ้ำที่ยังคงมีการสำรวจจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดส่วนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามเกล็ดหินสะท้อนแสงธารน้ำและถ้ำลอดความสวยงามที่แฝงความลึกลับของที่นี่ยังมีตำนานเรื่องเล่าของเจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงรุ้งสิบสองปันนา

ซึ่งรักกับชายเลี้ยงม้าในวังและทรงครรภ์จึงหนีตามกันไปจนถึงที่ราบใกล้แม่น้ำโขงเมื่อเจ้าหญิงเดินทางต่อไปไม่ไหวชายเลี้ยงม้าได้อาสาออกไปหาอาหารมาให้แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย

        ฝ่ายเจ้าหญิงก็โดนทหารของพระราชบิดามาล้อมจับจึงจะรู้ว่าชายคนรักถูกทหารฆ่าตายในป่าจนถึงขั้นเสียใจมากเลยอ่ะผมแทงพระช่วยตัวเองจนเลือดไหลออกมาเป็นสายกลายเป็นแม่น้ำแม่สายส่วนร่างที่นอนเหยียดยาวจากทิศใต้จรดทิศเหนือได้กลายเป็นดอยนางนอนและตรงท้องที่นูนขึ้นมากลายเป็นดอยตุง

          ยังมีอีกตำนานหนึ่งเล่าว่ามีเจ้าหญิงเมืองพุกามตั้งทัพออกรบและตามหาเจ้าชายที่นางรักจนเมื่อมาถึงเวียงศรีทวงจึงพบกับเจ้าชายเจ้าชายได้หนีหายไปกับสาวชาวเวียงทำให้เจ้าหญิงเมืองพุกามเศร้าหนักจนตรอมใจตาย

และได้ตั้งจิตอธิษฐาน ก่อนตายว่าขอให้ร่างของนางกลายเป็นเทือกเขาซึ่งก็คือดอยนางนอนจนน้ำตาที่ไหลได้กลายเป็นขุนน้ำนางนอนขณะที่ไพร่พลของนางก็กลายมาเป็นชนเผ่าหลากชาติติพันธ์บนภูเขาแห่งนี้ 

       นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ช่วยชีวิตครั้งสำคัญที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่นี่ก็กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนจากทั่วทุกมุมโลก อย่างมาลองสัมผัสดูด้วยตนเองสักครั้ง

และที่นี่ปัจจุบันจึงกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้กับจังหวัดเชียงรายอีกหนึ่งแห่งเลยทีเดียว

       อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าถ้ำแห่งนี้ยังยากต่อการเข้าไปสำรวจภายใน ดังนั้นจะมีบางช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่จะทำการปิดถ้ำไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพื่อป้องกันการเกิดอันตราย ดังนั้นก่อนเดินทางไปเที่ยวแนะนำตรวจสอบข้อมูลก่อน

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ทางเข้าเล่น

Categories
ตำนาน

ลัทธิโรแมนติก 

        ลัทธิโรแมนติก  เมื่อพูดถึงคำว่าโรแมนติก  หลายคนนั้นจะคิดถึงเกี่ยวกับเรื่องของความเพ้อฝันความหวานมีความคิดไปในรูปแบบในการพูดถึงเรื่องของความรักซะเป็นส่วนใหญ่

ซึ่งแน่นอนว่าความโรแมนติกนั้นทุกคนย่อมต้องการกันเป็นอย่างดีเลยทีเดียวโดยเฉพาะเพศหญิงนั้นชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของความโรแมนติกเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามในบทความนี้เราจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับลัทธิโรแมนติก

ซึ่งมันจะไปเกี่ยวพันเกี่ยวกับศิลปะดังนั้นเรามาดูกันว่าศิลปะกับความโรแมนติกนั้นมีการเกี่ยวพันกันในรูปแบบไหนบ้าง

         อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าความโรแมนติกนั่นก็คือมันเป็นเรื่องของการจินตนาการการนึกคิดไปเองหรืออาจจะเป็นเรื่องของการเพ้อฝันการอยากให้เกิดความเย้ายวนใจเกี่ยวกับเรื่องของทัศนคติและอุดมคติต่างๆ

เรียกได้ว่าความโรแมนติกก็คือการที่เรามองไปทางไหนก็สดใสสว่างเป็นสีชมพูซึ่งแน่นอนว่ามันก็คือเรื่องราวที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของรักๆใคร่ๆนั่นเอง 

       จะเห็นได้จากการนำเอาความโรแมนติกนั้นมาผสมผสานกับรูปแบบของศิลปะอย่างเช่นศิลปะในเรื่องของการแสดงซึ่งจะเห็นได้ว่าศิลปะการแสดงนั้นอย่างการแสดงละครหรือการแสดงซีรีย์ต่างๆเราจะมีการนำลัทธิโรแมนติกมาผสมผสานในตัวละครนั้น

จะต้องมีการแสดงออกถึงความรักของคู่พระนางโดยเฉพาะพระเอกนางเอกนั้นอาจจะมีการแสดงความรักด้วยการแสดงความโรแมนติกต่อกันทำให้ผู้คนหันมาสนใจละครต่างๆเหล่านั้น

         นอกจากนี้อันที่จริงแล้วเรื่องของการนำศิลปะโรแมนติกมาผสมผสานกับตัวละครนั้นไม่ใช่เพียงแค่ในเรื่องของเรื่องราวความที่สดใสเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะการที่เรามีเรื่องราวความรักที่หดหู่เศร้าเสียใจแต่ก็สามารถทำให้เกิดเรื่องราวสุดแสนที่จะโรแมนติกในจินตนาการของผู้ชมได้อีกด้วย

         สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราวที่สุดแสนโรแมนติกหรือศิลปะโรแมนติกเกิดขึ้นนั้นก็คือการทำขึ้นมาโดยทางธรรมชาติซึ่งโดยปกติแล้วศิลปินต่างๆมักจะมีแนวความคิดเป็นของตนเองบอกเล่าเรื่องราวจากประวัติความเป็นมาเช่นอาจจะไปค้นหาข้อมูลประเพณีวัฒนธรรมต่างๆและมาวาดเป็นรูปภาพหรือจินตนาการขึ้นมาแล้ว

นำมาผสมผสานกับวิวทิวทัศน์ต่างๆหรือผสมผสานกับธรรมชาติเกิดเป็นรูปแบบของความโรแมนติกเกิดขึ้นการนำศิลปะโรแมนติกมาใช้นั้นไม่ใช่เพียงแค่การมาใช้ในศิลปะของการแสดงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            แต่สามารถแสดงความโรแมนติกออกมาในรูปแบบของรูปภาพได้ด้วยซึ่งเราสามารถที่จะเห็นได้ว่ารูปภาพต่างๆก็มีการนำความรู้มาผสมผสานเช่นรูปภาพในสมัยโบราณที่มีการนำลัทธิโรแมนติกมาผสมผสานจะเห็นได้ว่ามีการกระตุ้นในเรื่องของความเท่าเทียมกันการปลุกระดมคน

ซึ่งถูกตีแผ่ในรูปแบบผลงานด้านศิลปะอย่างเป็นผลงานของกวีเอกของประเทศฝรั่งเศสอย่างที่ออเดอร์โกริโกะหรือถ้าหาคนที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะจะรู้ว่ารูปภาพนั้นก็คือรูปเรือเมดูซ่าที่อับปางลงในปี 1816 นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี

Categories
ตำนาน

ประวัติของ รพินทรนาถ ฐากูร  

        เชื่อว่าหากใครที่ศึกษาเกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลก หรือบุคคลสำคัญของอินเดีย ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อเสียงนี้กันมาบ้าง รพินทรนาถ ฐากูร นั่นก็คือ  รพินทรนาถ ฐากูรนั่นเอง  

ซึ่งประวัติความเป็นมาของ รพินทรนาถ ฐากูร นั้นมีประวัติที่เก่าแก่ และและเป็นประวัติที่สร้างชื่อเสียงกลายเป็นเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

        สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ที่รู้จัก รพินทรนาถ ฐากูร นั้นส่วนมากรู้จักในฐานะนักคิด  นักศิลปิน  นักปรัชญา  นักกวีและนักเขียน   เขากำเนิดขึ้นในแคว้นเบงกอลเมืองกาตาร์ประเทศอินเดีย

  โดย รพินทรนาถ ฐากูร นั้นเขาเกิดในวรรณะพราหมณ์  ซึ่งวันที่เขาเกิดนั้นตรงกับวันที่ 7 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ 1861 และ รพินทรนาถ ฐากูร  ถือเป็นต้นแบบแห่งกวีที่ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกทั้งในแง่ของเนื้อหาลึกซึ้งว่าด้วยชีวิตและภาษาอังกฤษงามสละสลวย

       รพินทรนาถ ฐากูร ได้รับรางวัล ต่างต่างมากมาย  อย่างเช่น รางวัล โนเบล   ซึ่งสาขาที่เขาได้รับนั้นก็คือ สาขาวรรณกรรม  โดยได้รับในช่วงในปีคริสต์ศักราช 1993 จากกวีนิพนธ์เรื่องคีตาญชลี  ซึ่งเราอาจจะสามารถนับได้ว่า รพินทรนาถ ฐากูร 

   นั้นเขาเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้และถือว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ชาวตะวันตกหันกลับมาสนใจในภูมิปัญญาของชาวชมพูทวีปผลงานของ รพินทรนาถ ฐากูร นั้นควรค่าแก่การเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เลยทีเดียว 

         สำหรับผลงานของเขาครอบคลุมพื้นที่ในหลายสาขาวรรณกรรม เรียกได้ว่าเยอแยะมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นร้อยกรอง  หรือแม้แต่ บทรัก  รวมถึง กวีนิพนธ์   และยังมีนวนิยาย  นอกจากนี้ยังมี เรื่องสั้น และ   อัตชีวประวัติบทวิจารณ์รวมทั้งงานศิลปะและบทประพันธ์เพลง อีกด้วย 

  สำหรับตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียงของเขา  อย่างเช่น งานเขียนเรื่องสาธนาบทกวีนิพนธ์หิ่งห้อย    บทกวีจันทร์เสี้ยว     บทละครเรื่องจิตรา     เรื่องสั้นราชากับปราณี    เรื่องสั้นนายไปรษณีย์รวมถึงเพลงชาติอินเดีย   เป็นต้น 

       นอกจากนี้ รพินทรนาถ ฐากูร  ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นบุคคลอันดับต้นต้นที่เห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเรียน การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  โดยเขาก่อตั้งโรงเรียนศานตินิเกตัน

ซึ่งเน้นบรรยากาศครูให้ความรักความอบอุ่นแก่เด็กนักเรียน เปรียบเสมือนกับที่บิดาให้ความรักกับบุตร ของตัวเอง และดำเนินโรงเรียนมีการสอนถึงปีที่ 21 โรงเรียนศานตินิเกตันก็ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยโดยใช้ชื่อว่าวิศวภัณฑ์หรือหมายถึงสถานอันเป็นแหล่งพักพิง

       สำหรับในช่วงบั้นปลายชีวิต รพินทรนาถ ฐากูรยังร่วมกิจกรรมทางการเมืองด้วย  โดยกิจกรรมที่เขาเข้าร่วมก็คือ การร่วมต่อต้านการปกครองของรัฐบาลจักรวรรดินิยมอังกฤษและรณรงค์เพื่อความเป็นเอกราชของประเทศอินเดียอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่า

Categories
ตำนาน

ตำนาน โขดหินยักษ์ Uluru Australia

      โขดหินยักษ์ Uluru Australia    เชื่อว่าหลายคนที่เคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกประหลาดคงรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันมาบ้างแล้วนั่นก็คือ  Uluru Rock นั่นเอง 

ที่นี่นับได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของโลกที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาซึ่งมีอายุเก่าแก่มานานหลายร้อยล้านปีมาแล้วอย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่และยังมากลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

จากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากโดยสถานที่แห่งนี้นั้นอยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศออสเตรเลียนั่นเอง 

   สำหรับ Uluru Rock   หรือหลายคนเรียกกันว่า หินอุลูรู  นั้นคำเหล่านี้มีต้นกำเนิดการเรียกมาจากภาษา พิจันจาร่า ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาของชาวอะบอริจินโดยเป็นชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกหินยักษ์แห่งนี้  ส่วนชื่อ Ayers   ตั้งขึ้นเมื่อปี 1873

โดยมีที่มาจาก Sri  Henry Ayers นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียในขณะนั้น  เพราะนอกจากเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เขายังชอบการทอ่งเที่ยวเชิงธรรมชาติ

แนวผจญภัยอีกด้วย และ Henry Ayers ก็มักจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่เป็นประจำ ภายหลังจึงได้มีการเรียกชื่อที่นี่ตามชื่อของนายกรัฐมนตรีคนนี้นั่นเอง 

         อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเรื่องของความใหญ่โตของหินอุลูรู แห่งนี้ต้องบอกว่าสมกับคำเรียกที่มีการตั้งให้อย่างแน่นอนเพราะที่นี่เป็นหินยักษ์ ขนาดใหญ่ ตัวหินนั้นมมีสีแดง 

สามารถวัดความยาวได้ 3.6 กิโลเมตร  นอกจากนี้เมื่อวัดความกว้างได้ 1.9 กิโลเมตรรวมถึงความสูงก็มีความสูงถึง 348 เมตรและมีเส้นรอบวง 9.4 กิโลเมตร ดังนั้นหิน Uluru Rock จึงถูกเรียกว่าเป็นหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

           สำหรับที่นี่ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Uluru -Kata tjuta National Park รัฐ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี  หินอุลูรูนั้นเกิดขึ้นประมาณ 500 ล้านปีก่อนซึ่งบริเวณนั้นยังเป็นทะเลจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและความดันใต้ทะเลทำให้ทรายและหินอื่นๆ

มาประกอบรวมกันเป็นก้อนเดียวคือหินอุลูรูเวลาผ่านไปน้ำทะเลที่บริเวณนั้นก็แห้งเหือดจนกลายเป็นทะเลทรายเหลือเพียงหินอุลูรูที่ยังคงตั้งตระหง่านบริเวณนั้นจนถึงปัจจุบัน

         ส่วนตำนานของชาวอะบอริจินเรียกว่าดื่มตามยุคแห่งความฝันซึ่งเป็นตำนานกำเนิดของโลกชาวอะบอริจินได้กล่าวไว้ว่าบรรพบุรุษของพวกเขาได้สร้างหินอุลูรูขึ้นมาจึงมีฐานะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจิน

เนื่องจากหินอุลูรูมีขนาดใหญ่มากไม่สามารถเที่ยวได้ครบภายในวันเดียวนักท่องเที่ยวจึงมักจะตั้งแคมป์เพื่อนอนค้างที่บริเวณนี้และยังมีการปีนหินอุลูรูด้วย

   ภายหลังคณะกรรมการของอุทยานแห่งชาติ  Uluru -Kata tjuta National Park  ก็ได้สั่งห้ามไม่ให้ปีนหินอุลูรูเนื่องจากเป็นการไม่เคารพธรรมเนียมของชาวอะบอริจินที่ถือว่าเห็นผู้รู้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคำสั่งนี้ได้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2019 เป็นต้นมา 

 

สนับสนุนโดย.  ufa สล็อตแตกบ่อย

Categories
ตำนาน

ความเชื่อความศรัทธาของเจดีย์ชเวสิกอง  เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์

ความเชื่อความศรัทธาของเจดีย์ชเวสิกอง  เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของประเทศเมียนมาร์

          เชื่อว่าสำหรับใครที่นับถือศาสนาพุทธและมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาจะรู้ได้ว่าประเทศเมียนมาร์หรือประเทศพม่าที่เรารู้จักกันดีในตอนนี้นั้นคืออีกหนึ่งประเทศที่มีพระพุทธศาสนาที่สำคัญรวมถึงมีศาสนสถานที่สำคัญมีความสวยงาม

ถูกก่อสร้างเอาไว้อยู่ในประเทศพม่าอยู่เป็นจำนวนมากเรียกได้ว่าประเทศพม่านั้นคือส่วนหนึ่งในทวีปเอเชียที่มีศาสนสถานที่มีความสำคัญทางด้านพระพุทธศาสนาหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาเลยก็ว่าได้

          ในประเทศเมียนมาร์และมีศาสนสถานที่สำคัญมากมายหลายแห่งซึ่งแต่ละแห่งนั้นก็ได้รับความนิยมยกย่องว่าเป็นมหาบูชาสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความเก่าแก่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงศาสนสถานอีกแห่งหนึ่งในประเทศเมียนมาร์ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นก็คือพระเจดีย์ชเวสิกอง 

         สำหรับพระเจดีย์ชเวสิกอง  นั้นมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับระฆังคว่ำตัวเจดีย์นั้นเป็นสีทองเหลืองอร่าม  โดยเจดีย์แห่งนี้เป็นเจดีย์ที่มีความงดงามติดอันดับต้นๆแห่งเมืองพุกาม เลยก็ว่าได้   

เจดีย์องค์นี้คือเจดีย์ทองแห่งชัยชนะ  ว่ากันว่าสร้างโดยพระเจ้าอโนรธามหาราชพระองค์แรกผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามเจดีย์

            ดังนั้นเจดีย์องค์นี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของพม่าที่มีเหลือมอญและยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เลยทีเดียว    

สำหรับเจดีย์องค์นี้นั้น มีการสร้างองค์เจดีย์ตั้งบนฐาน 3 ชั้นมีบันไดขึ้นได้ทั้ง 4 ทิศเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุสำคัญ 3 ส่วนคือพระเขี้ยวแก้วที่กษัตริย์ศรีลังกาและนำมาถวายพระธาตุกระดูกไหล่ที่ได้นำมาจากเมืองศรีเกษตร

และพระธาตุพระราชกระดูกหน้าผากบริเวณลานหน้าบันไดทางขึ้นสู่เจดีย์ทิศตะวันออกมีหลุมสมดุลเจดีย์ใส่น้ำไว้หลุมนี้มีไว้เพื่อใช้ดูสมดุลเพื่อไม่ให้ใจดีนั้นมีความเย็นในขณะที่มีการก่อสร้าง

         นอกจากนี้ยังสร้างเอาไว้เพื่อให้ พระมหากษัตริย์ได้ทอดพระเนตรยอดเจดีย์ได้อย่างชัดเจนเล่นเป็นการแสดงความเคารพต่อพระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยเพราะต้องนั่งคุกเข่ามองเงายอดเจดีย์ที่สะท้อนลงผิวน้ำ

นักท่องเที่ยวสามารถนั่งขอพรได้จากจุดนี้ว่ากันว่าหากขอพรให้ได้รับชัยชนะหรือประสบความสำเร็จพรนั้นจะสมดังหวัง  

           อย่างไรก็ตามสำหรับในประเทศเมียนมาร์นั้นจะมีศาสนสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงโด่งดังมากอยู่ประมาณ 5 แห่งด้วยกันซึ่งแต่ละแห่งนั้นก็มีความงดงามและมีตำนานเล่าขานที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นถ้าใครสนใจ

เกี่ยวกับเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตำนานเล่าขานตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์แล้วเราก็แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะแวะไปกราบไหว้ขอพรเจดีย์ชเวสิกองซึ่งเป็นหนึ่งในห้าเจดีย์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของประเทศเมียนมาร์เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    gclub casino online มือถือ

Categories
ตำนาน

ผลงานด้านศิลปะสมัยใหม่ที่ใครเห็นก็ต้องร้องว้าว 

 ประติมากรรมเคลื่อนไหวของ แอนโทนี่ ฮาว  

        จุดเด่นของผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของประติมากรรมชาวอเมริกันรายนี้อยู่ตรงที่การอาศัยแรงลมจากธรรมชาติทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่งแบบ 3 มิติ

อย่างไม่มีที่สิ้นสุดการออกแบบมาอย่างละเอียดโดยใช้คอมพิวเตอร์ก่อนในขั้นแรกก่อนที่จะมาใช้ความสามารถในงานช่างฝีมือประกอบชิ้นงานเข้าด้วยกันโดยวัสดุที่เลือกใช้ส่วนใหญ่ก็คือสแตนเลส

        ผลงานของ  แอนโทนี่ ฮาว ผลิตออกมาเป็นสีเรียบต่อเนื่องชิ้นงานมีทั้งส่วนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมีส่วนคล้ายกับดอกหญ้าบ้างก็เหมือนกับหนวดปลาหมึกทั้งนี้งานที่ถือว่าเป็นมาสเตอร์พีซก็คือชิ้นงานในการจุดคบเพลิงประกอบพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกปี 2559

ที่กรุงริโอเดจาเนโรของบราซิลที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน แอนโทนี่ ฮาว  อาศัยอยู่ที่เกาะวอดก้าในวอชิงตันซึ่งเป็นที่จัดแสดงผลงานและเปิดขายให้กับผู้ที่สนใจสะสมงานศิลปะเพื่อให้ได้มีโอกาสจับจองเป็นเจ้าของได้อีกด้วย 

    ประติมากรรม expansion 

       ประติมากรรมสื่อผสมทำจากบรอนซ์และติดตั้งระบบไฟไว้ด้านใน สูง 76 นิ้วกว้าง 35 นิ้ว  แบรี่ ศิลปินหญิงผู้สร้างสรรค์ผลงานอธิบายว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดที่ว่าเมื่อคนเราเกิดมาก็ถูกกล่องหรือกรอบครอบเอาไว้นะถ้าเราต้องการหลุดออกจากสิ่งที่ครอบงำเราก็จะต้องทลายเปลือกที่ปกคลุมเอาไว้แล้ว

เราอาจจะได้เรียนรู้ว่าเรานั้นแข็งแกร่งกว่าที่เราคิดไว้  แบรี่ อาศัยอยู่ในซานดิเอโกแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ  เธอได้รับรางวัลการันตีผลงานมากมาย เธอมักจะนำชิ้นงานของเธอไปจัดแสดงยังสถานที่ต่างๆทั่วโลกรวมทั้งผลงาน expansion ชิ้นนี้ด้วย

     ประติมากรรม ภาพเหมือน ของเนลสันแมนเดลา 

      ลองดูในระยะใกล้ๆคงสงสัยกันไม่ได้ว่าเจ้าแท่งสีดำๆที่ทำจากถ่านหินผสมโลหะ 50 แท่งมาตั้งเรียงรายกันในพื้นที่ยาว 20 เมตรเพื่ออะไรกันแต่ที่จริงแล้วหากเราไปยืนให้ถูกมุมก็จะเห็นเป็นใบหน้าของเนลสันแมนเดลารัฐบุรุษคนดังของประเทศแอฟริกาใต้นั่นเอง

บริเวณพื้นที่บนถนนหลวงไม่ไกลจากโควิชเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของแอฟริกาใต้ตรงนี้เคยเป็นจุดที่ เนลสันแมนเดลา ถูกจับกุมและถูกคุมขังหมดสิ้นอิสรภาพจุดนานถึง 27 ปี 

ในข้อหาต่อต้านการเหยียดสีผิวในประเทศก่อนที่จะกลับมาทำงานการเมืองและเป็นประธานาธิบดีคนแรกตามระบอบประชาธิปไตยในเวลาต่อมา 

      ปัจจุบัน เนลสันแมนเดลา  เสียชีวิตไปแล้วแต่ก็ยังคงมีคนระลึกถึงเขาอยู่เสมอและที่ตั้งของประติมากรรมนี้ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นเสมือนมรดกของประเทศเพื่อให้ประชาชนเห็นความสามัคคีและการต่อสู้ทางการเมืองอันยิ่งใหญ่ของแมนเดลา 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ผ่านเว็บ

Categories
ตำนาน

National Gallery   หอศิลป์แห่งชาติ

หอศิลป์แห่งชาติ  ลอนดอน  ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 1824  และสถานที่ที่ใช้งานการก่อสร้างก็คือ แถวจัตุรัสทราฟัลการ์ กรุงลอนดอน  ถือเป็นหอศิลป์ที่มีผู้เข้าชมเป็นอันดับต้นๆของโลก

เพื่อจัดแสดงผลงานภาพเขียนระดับมาสเตอร์พีซตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 13 จนถึงศตวรรษที่ 19 มีผลงานที่โดดเด่นและดึงดูดผู้ชมจากทั่วโลกและหนึ่งในนั้นเป็นภาพเขียนของแวนโก๊ะที่เขียนขึ้นในปี 1888 ชื่อ sunflower ที่โด่งดังเป็นอย่างมาก

       แม้หอศิลป์ แห่งนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลและรัฐบาลอังกฤษเพียงแค่ช่วยซื้อภาพเขียน 38 ภาพมาจัดแสดงตอนเริ่มต้นเท่านั้น

หลังจากนั้นหอศิลป์แห่งนี้ก็ดำเนินการเองโดยใช้การบริจาคเป็นส่วนใหญ่ที่สำคัญนั้นขอเส้นทางนี้มีการเปิดให้เข้าชมได้ฟรีตลอดปี

      สำหรับที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะและเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่  สาเหตุนั้นก็เพราะว่าที่นี่นั้นมีความสมบูรณ์ในเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรมจิตรกรรมต่างๆที่นำมาจัดแสดงไว้ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว

จะเป็นผลงานของชาวยุโรปและเมื่อใดก็ตามที่มีคนที่มีความรู้และชื่นชอบผลงานด้านศิลปะมาทำการชมผลงานในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเห็นได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นมักจะยกย่องผลงานและชื่นชมผลงานของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่นำผลงานมาจัดแสดงไว้

      อย่างไรก็ตามที่หอศิลป์แห่งชาติแห่งนี้ไม่ได้มีการนำผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาแสดงเพียงเท่านั้นแต่ที่นี่ยังมีการนำ Collection ของบรรดานักศึกษาในโรงเรียนอิตาเลียน

รวมถึงบรรดาคณาจารย์ชาวดัตช์ที่รังสรรค์ผลงานที่มีความสวยงามและโดดเด่นมาทำการเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อีกด้วยซึ่งผลงานต่างๆเหล่านั้นจะเป็นผลงานในยุคศตวรรษที่ 15 และ 16 นั้นเอง 

      ด้วยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความใหญ่โตมโหฬารและเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์ความเป็นงาผลงานด้านศิลปะทั้งหลายทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดสนใจของบรรดานักท่องเที่ยวหรือเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เดินทางมาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งที่นี่จะมีการถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศอังกฤษให้ผู้ที่สนใจผลงานด้านศิลปะได้ทราบเรื่องราวผ่านทางผลงานนั้นเอง

         นอกจากนี้ที่นี่ยังกลายเป็นศูนย์รวมของข้อมูลคดีเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์และยังเป็นศูนย์รวมด้านอารยธรรมต่างๆซึ่งถ้าหากว่าใครที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะและชื่นชอบประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆวัฒนธรรมต่างๆก็สามารถมาศึกษาข้อมูลได้ที่หอศิลป์แห่งชาติแห่งนี้

สำหรับการมาเที่ยวที่นี่นั้นนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้ามาเที่ยวได้ตั้งแต่ 10:00 น เป็นต้นไปและจะปิดให้บริการในช่วง 18:00 น ยกเว้นเฉพาะวันศุกร์เท่านั้นที่จะเปิดให้บริการจนถึง 21:00 น 

 

สนับสนุนโดย.  ดาวน์โหลดแอพ UFABET

 

Categories
ตำนาน

ไขปริศนาอียิปต์โบราณ กับ เทพเจ้าอียิปต์โบราณ

ปัญหาไอยคุปต์มีมนต์ขลังตลอด ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะผ่านมากี่หลายพันปี แม้ว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่จะก้าวไกลไปมากสักแค่ไหน แต่ว่าความลึกลับของดินแดนอียิปต์โบราณที่ลุ่มน้ำไนล์

ก็ยังไม่ถูกเผยออกเสียเลย หลายความเชื่อถือรวมทั้งเรื่องเล่ายังคงถูกส่งต่อ ไม่กระจ่าง แล้วก็บ้างก็ยังมิได้รับการไขคำตอบ เหมือนกับ

ตำนานที่ ทวยเทพอียิปต์โบราณ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโลกขึ้นแล้วก็การปกครองโลกหลังจากการตายลง

จากตำนาน เทพเจ้าอียิปต์โบราณ นั้นมีความเห็นว่า เทพเจ้าแปลงลงมายังโลกนี้คลับคล้ายกับความศรัทธาของฮินดูแบบคนอินเดีย ยกตัวอย่างเช่น “เทพโอซิริส” แปลงลงมาเป็นมนุษย์รวมทั้งเป็นกษัตริย์ดูแลอียิปต์จนกระทั่งเจริญก้าวหน้าสุขสบาย

แม้กระนั้นถูก “เทพเซต” น้องชายขี้ริษยาทำเล่ห์เหลี่ยมฆ่าแล้วก็ตามไปหั่นศพทิ้งไว้ทั่วทั้งอียิปต์ ส่วนเทพองค์ท้ายที่สุดที่แปลงมาเป็นมนุษย์ดูแลอียิปต์เป็น “เทพฮอรัส”

ซึ่งทำศึกช้านานกับ “เทพเซต” เพื่อที่จะทำการกู้อาณาจักรอียิปต์ แล้วก็หลังจบยุครุ่งโรจน์ของเทพฮอรัส บรรดาทวยเทพเทวดาก็ปลดปล่อยให้มนุษย์ดูแลอียิปต์กันเอง

เทพีไอซิส (Isis)

เป็นเทพีผู้คุ้มครองกษัตริย์อียิปต์แล้วก็พระบุตรชาย “ฮอรัส”เปรียบได้ดั่งเทพีแห่งมารดาผู้มีพลังสำหรับการบำบัดรักษา

เป็นธิดาของเทพรา มเหสีเทพโอซิริส ซึ่งในอียิปต์นั้นได้มีความเชื่อในเรื่องของเทพแปลงกลายมาดูแลโลกมนุษย์ โดยเทพีไอซิส แปลงมาเป็นมนุษย์และก็เป็นน้องสาวแท้ๆของเทพโอซิริสในรูปมนุษย์ ทั้งสองครอบครองคู่กันดูแลอาณาจักรอียิปต์เจริญก้าวหน้า และก็มีพระโอรสเป็น เทพฮอรัส ผู้เป็นเทพแปลงกลายมาเหมือนกัน

เทพเจ้าอนูบิส (Anubis) 

ต้อนรับคนตายแล้วก็คุ้มครองป้องกันร่างกายไม่ให้เน่า เป็นเทพองค์แรกที่มนุษย์จะได้เจอหลังจากได้เสียชีวิตลง

แต่ก่อนอนูบิสเป็นเทพที่เกี่ยวข้องในเรื่องการตายเฉพาะในส่วนของฟาโรห์เพียงแค่นั้น ถัดมาก็เลยเป็นเทพที่ดูแลที่โลกหลังความตายของชาวไอยคุปต์ทั่วไปด้วย แล้วก็ในรูปภาพสลักเกี่ยวกับกระบวนการทำมัมมี่ก็ชอบมีรูปเทวดาอนูบิสเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดองศพทำมัมมี่

แต่ว่าที่จริงแล้วหน้าที่หลักของเทพอนูบิส เป็นการต้อนรับคนตาย ไปสู่โลกหลังความตาย

แล้วก็การรักษาศพไม่ให้เน่า ก่อนจะส่งต่อร่างนั้นให้เทพไอซิส ที่จะทำการจะพาร่างผู้ตายนั่งเรือผ่านแม่น้ำไปสู่ดินแดนมรณะ เพื่อเจอกับเทพเจ้าโอซิริส ผู้พิพากษาว่าวิญญาณของผู้ใดจะขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ภาพวาดเทพอนูบิสมักจะมีการพอเจออยู่ในรูปภาพวาดเล่าชีวิตข้างหลังความตาย อีกทั้งในหลุมฝังศพของฟาโรห์ ที่หุบผากษัตริย์ รวมทั้งในรูปภาพวาดบนกระดาษปาปิรุส

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  จีคลับ คาสิโน

Categories
ตำนาน

ตำนานพระเจ้าบุเรงนอง

โดยมุมมองของพม่าสำหรับใครหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเขาเป็นตัวร้ายตลอดกาลเลยซึ่งจริงๆแล้วพม่าเขาอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นกับไทบก็ได้

ทว่ามีหนึ่งในกษัตริย์องค์หนึ่งของพม่าที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าท่านยิ่งใหญ่ถึงขนาดบ้านเราเองยังได้แต่งเพลงให้กับพระองค์เลยนั่นก็คือ พระเจ้าบุเรงนอง

ที่ในยุคของพระองค์ก็ได้ไปตีเอาหัวเมืองต่างๆจนขยายแผ่นดินไปกว้างไกลจนกระทั่งได้ฉายาว่าผู้ชนะสิบทิศมาครอง

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าผู้ชนะสิบทิศมันมีทิศไหนกันบ้างนั่นก็คือ เหนือ ใต้ ออก ตก เฉียงใต้ เฉียงเหนือ ซึ่งรวมๆแล้วมันก็มีแค่เพียง8ทิศใช่ไหมแล้ว

อีก2ทิศที่เหลือเคยสงสัยหรือไม่ว่ามันคือทิศอะไรก็ต้องบอกว่าให้เราเงยหน้าขึ้นไปมองขึ้นกับก้มลงมาข้างล่างใช่คนสมัยก่อนเขาเทียบว่าพระเจ้าบุเรงนองท่านเก่งมีชัยเหนือฟ้าสวรรค์บาดาล 

ซึ่งมันจะเป็นจริงขนาดไหนเรามาเริ่มในชีวิตตอนเด็กของพระองค์กันก่อนเลยชีวิตในวัยเด็กของพระเจ้าบุเรงนองก็มีที่มาหลายฉบับเลยตั้งแต่ที่มีการบันทึกอยู่จริงๆจนไปถึงการเล่าแปลกๆทั้งสองแบบนี้

มันเป็นเรื่องที่มันต่างกันไปโดยสิ้นเชิงเลยแล้วเชื่อหรือไม่ว่าไอแบบที่คนรู้จักมากกว่าหรือว่าเชื่อกันมากกว่ามันเป็นตำนานที่มีอภินิหารเยอะไปหมด

โดยเป็นเพราะว่ามนุษย์อย่างเราก็จะชอบอะไรที่มันเป็นตำนานมากกว่าอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ที่จืด ตำนานมีอยู่ว่าแต่เดิมทีพ่อแม่ของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านเป็นคนมีอาชีพทำไร่ชาวสวนธรรมดาที่ทำหน้าที่ในการปีนต้นตาลแล้วก็เอาลูกตาลลงมาขายเลี้ยงชีพ

แต่ทว่าทั้งสองบิดามารดาโชคดีมีบุตรที่มีบุญมาเกิดนั่นก็คือพระเจ้าบุเรงนองนั่นเองแต่ตอนแรกพระเจ้าบุเรงนองไม่ได้ชื่อบุเรงนองมีอีกชื่ออันนี้ก็ไม่ทราบสาเหตุมันได้มาจากเรื่องเล่าเรื่องนึงที่บอกว่าตอนที่ท่านเกิดพ่อแม่ท่านก็ว่างท่านเอาไว้กับพื้นแล้วทำงานต่อ

ในตอนที่ไม่ได้ดูอะไรอยู่นั่นเองก็มีปลวกจากไหนไม่รู้มารุมตอมพระเจ้าบุเรงนองน้อยเต็มเลยแล้วปลวกไม่กัดตัวบุเรงนองด้วยเขาก็เลยเห็นว่านี่มันอาจจะเป็นสัญญาณของคนที่มีบุญมาเกิด

โดยเขาทั้งสองก็เชื่อไปตามนั้นแล้วมันก็จะมีเรื่องที่มายืนยันความมีบุญญาธิการของบุเรงนองต่อไปอีกคือในเวลาต่อมาพ่อแม่ออกไปทำงานเอาบุเรงนองนอนวางหลบแดดใต้ต้นตาลเพื่อให้เงาบังแสงอาทิตย์เสร็จแล้วขึ้นไปบนต้นตาล

แต่ทว่าคงจะทำนานไปหน่อยพระอาทิตย์มันได้เริ่มเปลี่ยนทิศเงาของต้นตาลที่มันบังออยู่ก็เริ่มเคลื่อนออกไปทีนี่มีงูตัวนึงเลื้อยมามาแพ่แม่เบี้ยเป็นเงาบังบุเรงนองเอาไว้พ่อแม่มาเห็นตกใจงูนั้นไม่ทำอะไรบุเรงนองเลยสักนิดเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

Categories
ตำนาน

การกำเนิดของยักษ์ทศกัณฐ์

ซึ่ง “นนทก” พึ่งได้นิ้วเพชรมาได้ไม่นาน“นนทก”ก็ได้ใช้นิ้วเพชรฆ่าเทดาไปหลานองค์เลยเมื่อเทวดาองค์อื่นๆได้เห็นความร้ายกาจของนิ้วเพชรแล้วก็มีความรู้สึกกลัวนิ้วเพชรของ “นนทก” เป็นอย่างมากเลย

ทำให้“นนทก” เกิดความลำพองใจเพราไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานนิ้วเพชรของตนได้จึงนึกรองดีไปทำร้ายเทวดาตนอื่นๆจนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วสวรรค์

เมื่อเหล่าเทวดาทนไม่ไหวก็ได้รวมพลไปทูลต่อ “พระอิศวร” ให้ช่วยจัดการ “นนทก” ให้หายซ่าสักที

พอเมื่อ “พระอิศวร” ทราบเรื่องก็ได้มีรับสั่งให้ “พระนารายณ์” มาปราบ “นนทก” พอ “พระนารายณ์” ได้รับมอบหมายงานที่สำคัญนี้ก็คิดหนักว่าจะหาทางเข้าถึงตัว “นนทก” ได้อย่างไง

เพราถ้าหากว่า “นนทก” ยังมีนิ้วเพชรอยู่เพียงแค่“นนทก”มองเห็น “พระนารายณ์” ก็อาจจะใช้นิ้วเพชรชี้มายังตนเองแล้วก็ทำให้ตายไปได้ง่ายๆดังนั้น “พระนารายณ์” จึงได้แปลงกายเป็น “นางอัปสร” โดยมีรูปที่สวยงดงามมากเพื่อที่จะได้จัดการ “นนทก” และได้ไปดักรออยู่ในป่า

ซึ่งทางฝ่ายยักษ์ “นนทก” ผู้เหมเกอมเมือได้มองเห็น“นางอัปสร”ก็หลงไหลก็อยากจะเข้าไปเกี้ยวพาราสีจึงได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับ“นางอัปสร”โดยไม่รู้ว่าเป็นร่างอวตารของ “พระนารายณ์”

และ“นางอัปสร”ก็แสดงความยิ่งดีที่“นนทก”ต้องการที่จะเข้ามาผูกมิตรด้วยแล้วก็ได้ทำการอ้อน“นนทก”ไปว่าเราก็เป็นแค่นางรำถ้าหากปรารถนาอย่างจะมีคู่คู่ของเราก็จะต้องรำได้เช่นเดียวกับเรา

นอกจากนี้ “นนทก” ได้ยินก็หลงกล “พระนารายณ์” และได้ตอบรับคำไปอย่างง่ายดายหลังจากนั้น “นางอัปสร”ก็เริ่มรำและได้บอกให้ “นนทก” นั้นทำตามไปทุกท่าและไม่ว่าจะเป็นท่ารำใดๆก็ตาม“นนทก”ก็ได้ทำตามไปทั้งหมดด้วยความหลงไหลจนกระทั่งมาถึงท่าท่านาคาม้วนหางวน

โดยจะเป็นท่าที่จะต้องใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าขาและ“นนทก”ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะกำลังเพลินกับการรำจึงเผลอชี้ไปที่ขาตนเองพอนิ้วเพชรชี้ไปที่ขาก็ทำให้“นนทก”ล้มไปทันที

เนื่องจากโดนอิฐฤทธิ์ของนิ้วเพชรตนเองเข้าไปและทันใดนั้นเอง“นางอัปสร”แสนสวยก็ได้กลายมาเป็น “พระนารายณ์” ขึ้นมาเหยียบร่างของ “นนทก”

เมื่อยักษ์“นนทก”ได้เห็นร่างที่แท้จริงของ “นางอัปสร” ว่าคือ “พระนารายณ์” ก็ได้ร้องถาม “พระนารายณ์”ว่าเพราะอะไรทำไม“พระนารายณ์”จึงต้องมาฆ่าตนด้วย

“พระนารายณ์”ก็ตอบไปว่าเพราะความผิดของ“นนทก”ใช้นิ้วเพชรตามใจชอบที่ไปไล่ฆ่าเทวดาโดยพลการทำให้“พระอิศวร”จำเป็นจะต้องรับสั่งให้“พระนารายณ์”มาจัดการ

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100