Categories
ตำนาน

ตํานานเรือไททัน

           สำหรับเรื่องราวของเรือไททัน  ตํานานเรือไททัน นั้นนับได้ว่าเป็นเรือแห่งตำนานที่มีผู้คนสนใจกันเป็นจำนวนมากแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปีแล้วก็ตาม

แต่เหตุการณ์ของเรือไททานิคล่มยังคงเป็นที่จดจำของผู้คนอยู่จนถึงทุกวันนี้  ที่สำคัญด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของเรือไททันซึ่งเป็นเรือลำใหญ่แห่งแรกของโลกที่เดินทางข้ามมหาสมุทร

เป็นเรือในตำนานที่มีการพูดถึงก่อนที่จะมีการล่มสลาย

ตํานานเรือไททัน ว่าเรือลำนี้จะไม่จมทำให้เรื่องราวของเรือไททันนั้นกลายมาเป็นตำนานและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สร้างภาพยนตร์เรื่องไททานิคเป็นจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของเรือไททานิคที่คนรุ่นหลังอาจจะไม่ค่อยรู้จักกำนันนี้กัน 

 สำหรับเรื่องราวของเรือไททานิคเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี การทำค.ศ. 1898 

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการเล่าถึงการสร้างเรือลำหนึ่งขึ้นมาเดินเรือลำนี้ถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งทนทานและถูกกล่าวขานว่าเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการตั้งชื่อเรือลำนี้ว่าไททัน

  และเรื่องราวของการสร้างเรือไทรทันนั้นก็เป็นที่โจษจันมากเนื่องจากว่ามีการให้สมญานามเรือไททันแห่งนี้ว่าเป็นเรือแข็งแกร่งที่ไม่มีวันจบอย่างเด็ดขาด

       โดยเรือไททันรำนี้นั้นมีขนาดใหญ่มากสามารถบรรจุคนให้ลงเรือลำดังกล่าวนั้นได้ถึง 3,000 เลยทีเดียวโดยเรือดังกล่าวเป็นเรือสัญชาติอังกฤษ  และแผนการเดินทางครั้งแรกของเรือไททันนั้นก็คือจะต้องเดินทางออกจากประเทศอังกฤษเพื่อไปเมืองนิวยอร์ก 

ความใหญ่โตมโหฬารของเรือดำนี้นั้นมีห้องเครื่องถึง 16 ห้องด้วยกันและมีการสำรองเรือขนาดเล็กกรณีที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นเอาไว้ถึง 20 ลังและมีการออกเดินทางเมื่อเดือนเมษายนซึ่งต้องมีการล่องเรือผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก

        แน่นอนว่าใครๆก็อยากขึ้นเรือไททันด้วยกันทั้งนั้นเนื่องจากว่าเรือไทยท่านนั้นมีชื่อเสียงเรื่องของความใหญ่โตและไม่มีทางตรงจึงมีมหาเศรษฐีและคนร่ำรวยเป็นจำนวนมากที่ซื้อตั๋ว

เพื่อเดินทางกันในครั้งนี้เพราะหวังจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตนเองในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นเองแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคาดหวัง

          เพราะเมื่อเรือเดินทางมาถึงกลางมหาสมุทรแอตแลนติกปรากฏว่าด้วยความเร็วของเรือที่ขับมาทำให้เรือนั้นพุ่งชนภูเขาน้ำแข็งและจากเหตุการณ์ชนภูเขาน้ำแข็งในครั้งนี้นั่นเองที่ทำให้เรือไททันนั้นได้ร่มลงตามแม่น้ำแอตแลนติกและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากมีผู้รอดจากการเรือล่มในครั้งนี้เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ตำนาน

ชนเผ่ากินคนชาวบาเตาะ

ชนเผ่ากินคนชาวบาเตาะ ย้อนกลับไปสมัยก่อนที่ประเทศไทยบ้านเรานั้นยังเป็นป่ารกทึบที่รกมากกว่าทุกวันนี้มันก็จะมีชนเผ่ามากมายที่เขาไม่ได้ติดต่อกับโลก

ภายนอกที่คนชนเผ่าต่างๆเหล่านี้เขาก็จะมีวัฒนธรรมแตกๆอะไรที่มันเป็นของตัวเองมันก็แปลกจนกว่าที่คนเราทุกวันนี้เกินกว่าจะเข้าใจ

นอกจากนี้ตัวอย่างเช่นชนเผ่ากินคนชนเผ่าเหล่านี้เขาก็จะมีวิธีการในการล่าคนที่สุดจะบรรยายโดยในพิกัดในการล่าคนของพวกนี้นั้นก็จะอยู่แถวๆริมฝั่งที่แม่น้ำ

และแม่น้ำที่ได้มีชนเผ่าเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ชุกชุมก็ว่ากันว่าในสมัยนั้นเป็นแม่น้ำสุไหงโกลกทางภาคใต้ที่ได้คั้นระหว่างมาเลเซียกัลป์จังหวัดยะลาแล้วก็นราธิวาสของเมืองไทย

โดยวิธีพวกเขานั้นก็จะนำหวายมาถักให้เป็นเชือก

มันก็จะมีความหนาอยู่ประมาณหนึ่งเสร็จแล้วก็จะเอาเชือดไปผูกกับอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำกับต้นไม้หรืออะไรที่เขาว่ากันก่อนที่จะซ้อนให้เชือกนั้นมันจมอยู่ใต้น้ำลากมาอีกฝั่งพอมีชาวบ้านคนไหนไม่รู้เรื่องพายเรือขึ้นมาพวกเขาก็จะกระตุกเชือกขึ้นมามันก็จะทำให้เรือไม่สามารถที่จะแล่นไปไหนต่อไป

ซึ่งหลังจากนั้นมันก็จะกระโดดลงไปจับคนมาฆ่าแล้ว

นำเอาเนื้อไปปรุงเป็นอาหารในแบบของชนเผ่าให้จนหมดเลยแต่ถ้าหากวันไหนฆ่าคนไม่ได้หรือมีของกินที่อยู่น้อยจนเกินไปพวกชนเผ่าพวกนี้ก็จะหันมากินกันเองโดยเหยื่อคนแรกที่เขาจะเลือกก็คือชนเผ่าบาเตาะแบบใช้ชีวิตอยู่บนโลกมานานจนจะกลายเป็นปุ๋ยให้ผักไปแล้ว

ดังนั้นเราก็อย่ารอให้เป็นปุ๋ยเรามาเอาคนเหล่านี้ไปทำเป็นอาหารให้กับคนในชนเผ่ากันดีกว่าแต่ทีนี่เราจะรู้ได้ยังไงว่าชนเผ่าคนไหนเหมาะสมที่จะกลายเป็นปุ๋ยแล้วพวกเขา

ก็จะมีวิธีในการเลือกคือเขาจะให้คนที่แก่ๆของชนเผ่าเหล่านี้ขึ้นไปปีนต้นไม้ถ้าหากคนไหนยังมีแรงปีนต้นไม้ได้คนนั้นก็จะมีชีวิตรอดแต่ถ้าหากว่าคนแก่ชาวเผ่าคนไหนไม่มีแรงปีนต้นไม้ไม่ขึ้นเตะบีบไม่ดังแล้วละก็ถึงเวลาที่ผู้เฒ่าบาเตาะคนนี้จะต้องถูกฆ่าแล้วนำเนื้อมาต้มในหม้อ

เนื่องจากชาวบาเตาะเขาก็ยังมทีกฎอยู่อย่างหนึ่งคือเขขาจะไม่กินเนื้อคนในครอบครัวของตัวเองแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เขานั้นโหดน้อยลงเลยเพราะว่าสิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือนำเอาพ่อเฒ่าคนแก่เหล่านี้ของครอบครัวตัวเองไปแลกกับครอบครัวคนอื่นเพื่อที่จะนำมาทำอาหารกันต่อ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabetฝ่ายบริการ

Categories
ตำนาน

ประวัตินางวันทองหรือนางพิมพิลาไลยในเรื่องขุนช้างขุนแผน

         กำลังเป็นกระแสโด่งดังกันอยู่ในขณะนี้กับละครเรื่องขุนช้างขุนแผน  สำหรับเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นเป็นตัวละครในประวัติศาสตร์ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี นางวันทองหรือนางพิมพิลาไลย ซึ่งในขณะนี้ถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็สามารถไปเยี่ยมชมเรือนของขุนช้างขุนแผนได้

     สำหรับละครเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นจะมีตัวละครเด่นๆก็คือตัวคุณช้างและตัวขุนแผนและมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวกลางทำให้เรื่องดำเนินไปนั้นก็คือนางวันทองหรือนางพิมพิลาไลยนั่นเองโดยในวันนี้เราจะมาแนะนำประวัติของนางพิมพิลาไลยกันว่าเธอคือใครในเรื่องขุนช้างขุนแผนและมีความสำคัญอย่างไรในเรื่อง

         สำหรับนางพิมพิลาไลยนั้นเธอเป็นลูกสาวของพ่อค้าคนหนึ่งซึ่งค้าขายอยู่ในเมืองสุพรรณบุรีนั่นเองโดยนางพิมพิลาไลยนั้นเป็นลูกสาวคนเดียว  พ่อค้าคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าพันศรโยธาและแม่ของนางพิมพิลาไลยนั้น

ก็ชื่อว่านางศรีประจันตั้งแต่เด็กจนโตนางพิมพิลาไลยนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามเป็นอย่างมากและเป็นเพื่อนเล่นกับขุนช้างและขุนแผนซึ่งสมัยเด็กๆนั้นทั้งขุนช้างขุนแผนต่างก็พากันรุมจีบนางพิมพิลาไลยมาตั้งแต่เด็กแล้ว

         สำหรับตัวนางพิมพิลาไลยเองนั้นเมื่อโตเป็นสาวขึ้นมาปรากฏว่าร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยได้ง่ายพ่อกับแม่ของนางพิมพิลาไลยซึ่งพาไปหาหลวงตาเพื่อให้ทำการดูดวง

นางวันทองหรือนางพิมพิลาไลย ซึ่งหลวงตาก็แนะนำมาว่าชื่อนางพิมพิลาไลยนั้นไม่ถูกโฉลกให้เปลี่ยนชื่อใหม่ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนชื่อเพื่อทำการแก้เคล็ดจะได้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มาเป็นชื่อว่านางวันทองนั่นเอง

        เมื่อโตเป็นสาวขึ้นมานางวันทองกับขุนแผนนั้นก็ได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันแต่แล้วขุนแผนก็สั่งให้ไปออกรบทำให้นางวันทองนั้นต้องอยู่บ้านคนเดียวซึ่งในจังหวะนั้นเองนางวันทองก็ถูกขุนช้างมาตามจีบทั้งยังบอกกับนางวันทองด้วย

ว่าขุนแผนตายในสนามรบแล้วและยังมีการเข้าไปพูดคุยกับแม่ของนางวันทองเพื่อทำการสู่ขอและให้เงินทองเป็นจำนวนมากทำให้แม่ของนางวันทองนั้นบังคับให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้างในที่สุดนั่นเอง

        ทางด้านฝ่ายขุนแผนหลังจากที่กลับมาจากสนามรบแล้วเมื่อรู้ว่านางวันทองแต่งงานไปกับคุณช้างแล้วก็โกรธมากขุนแผนจึงได้วางแผนที่จะลักพาตัวนางวันทองโดยในคืนหนึ่งนั้นขุนแผนได้มีการบุกเข้าไปในบ้านของขุนช้าง

ซึ่งนางวันทองนอนอยู่ได้ลักพาตัวนางวันทองมาหลังจากนั้นก็พานางวันทองมาอยู่กินด้วยกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งทำให้เกิดเรื่องราวเล่าขานเรื่องของนางวันทองที่กลายมาเป็นผู้หญิงสองใจที่มีสามี 2 คนและในที่สุดนางวันทองก็ถูกเจ้าเมืองสั่งประหารชีวิตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี

Categories
ตำนาน

สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ

         ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเมืองโตเกียว เขตคิตะ ที่นี่จะมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่สระหนึ่งที่ชาวเมืองต่างก็รู้จักกันดี  สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ โดยสระน้ำแห่งนี้นั้น ถูกสร้างขึ้นมาโดยรัฐบาลท้องถิ่น  สำหรับสระน้ำแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือว่ากลางคืน ก็ไม่ค่อยจะมีใครกล้าทีั่จะเข้าใกล้มากนัก 

เนื่องจากสระน้ำนี้มีเรื่องเล่า หรือที่เราเรียกกันว่าตำนานเกี่ยวกับสระน้ำนี้เล่าขานกันมามากมาย

และแต่ละตำนานก็น่ากลัวซะจนไม่รู้ว่าควรจะเชื่อตำนานไหนดี  ชาวเมืองที่นี่ต่างก็พากันหวาดกลัวสระน้ำแห่งนี้กันมาก  จึงไม่ค่อยจะมีใครอยากที่จะผ่านมาแถวสระน้ำนี้กันเลน นั่นยิ่งทำให้สระน้ำแห่งนี้กลายมาเป็นสระน้ำที่ถูกลือว่ามีความหลอนมากเข้าไปอีก  

         อันที่จริงแล้วสระน้ำแห่งนี้นั้น ทางรัฐบาลท้องถิ่นมีความตั้งใจเพียงว่าจะใช้ที่นี่ในการปลูกพืชพันธุ์ทางน้ำ รวมถึงอยากให้ที่่นี่กลายมาเป็นแหล่งเพาะเลี้ยง

และเป็นที่อยู่ของสัวต์น้ำที่อาศัยอยู่ใกล้ใกล้กับสระน้ำแห่งนี้เพียงแค่นั้นเอง  สำหรับสระน้ำที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ในตอนนี้นั้น ชาวเมืองเรียกสระน้ำแห่งนี้ว่า  สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ

สำหรับตำนานหรือเรื่องเล่าที่สร้างความน่ากลัวจนกลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้สถานที่แห่งนี้

เหมือนกับเป็นสถานที่ผีสิงนั่นก็คือมีเรื่องเล่าของกลุ่มคนที่ขับรถแท็กซี่ในช่วงเวลากลางคืนได้เคยเล่าว่า  มีแท็กซี่คันหนึ่งได้มีการรับผู้โดยสารที่โบกมือเรียกซึ่งผู้โดยสารคนดังกล่าวนั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาดีหลังจากขึ้นรถแท็กซี่แล้วผู้โดยสารสาวได้สั่งให้แท็กซี่ไปส่งเขาที่สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ 

           ซึ่งในตอนนั้นแท็กซี่ก็เกิดความสงสัยอยู่เหมือนกันว่ากลางค่ำกลางคืนหญิงสาวคนนั้นจะไปที่สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ ทำไมแต่ถึงจะสงสัยยังไงเขาก็ไปส่งผู้โดยสาร

ตามความต้องการอยู่ดีโดยที่ไม่ได้ถามอะไรผู้โดยสารเลยทั้งๆที่ขับรถมาจนถึงจุดหมายปลายทางนั้นเขาได้จอดรถแล้วหันไปบอกหญิงสาวว่าถึงที่หมายแล้ว

       ซึ่งในขณะที่เขาหันกลับไปนั้นเองเขาก็ทันเห็นภาพหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังอยู่ๆก็ค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาเหลือทิ้งเอาไว้ให้เห็นต่างหน้าก็เพียงคราบน้ำเปียกอยู่ที่เบาะหลังเต็มไปหมดเหมือนกับว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นตัวเปียกมายังไงอย่างนั้น

ซึ่งเมื่อเขาเห็นดังนั้นก็รีบขับรถออกจากบริเวณ สระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ ทันทีเช่นกันหลังจากนั้นก็เอาเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าให้คนขับรถแท็กซี่ฟังโดยเฉพาะคนขับรถแท็กซี่ในช่วงเวลากลางคืนเพื่อที่จะได้ระมัดระวังหากมีใครเรียกให้ไปส่งสระน้ำมิโดโรกะ – อิเกะ  นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  sa casino ฟรี300

Categories
ตำนาน

ตำนาน ทาร์แรร์ ตำนานมนุษย์ผู้กินไม่เคยอิ่ม 

          มี ตำนาน ทาร์แรร์  เรื่องเล่าเกี่ยวกับมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขามีชื่อว่าทาร์แรร์   สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นคนฉลาดและกลายเป็นบุคคลในตำนานนั่นก็เพราะว่าเรื่องราวความน่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนนี้

โดยเขาได้รับการขนานนามว่าเป็นมนุษย์ผู้ที่ไม่เคยกินอะไรอิ่มเลยเขาสามารถที่จะกินได้อยู่ตลอดเวลาและสิ่งที่เขากินเข้าไปนั้นไม่ใช่เพียงแค่อาหารเท่านั้นเพราะว่าเขากินได้ทุกอย่างจริงจริง 

         สิ่งทุกอย่างที่กล่าวมานั้นรวมถึงสิ่งของด้วยไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ  หรือแม้แต่ช้อนส้อม    ดิน   หรือแม้แต่ก้อนหินก้อนกรวดรวมถึงเครื่องมือด้านเกษตรกรต่างๆไม่ว่าจะเป็นจอบเสียม  หรือพวกอุปกรณ์การแพทย์เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเหล็กหรือไม้หรือดินชายหนุ่มคนนี้ก็สามารถกินเข้าไปได้หมด

        สำหรับข้อมูลของ ตำนาน ทาร์แรร์  นั้นว่ากันว่าเขาเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขาเกิดมาในช่วงปีคริสตศักราช 1772  ในตอนแรกนั้นเรื่องราวชีวิตของทาร์แรร์  ก็เหมือนกับคนอื่นๆทั่วไปตั้งแต่เกิดมาเขาก็มีอาชีพเป็นชาวนาต่อจากพ่อแม่ของเขามีฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากนักเป็นคนหาเช้ากินค่ำ 

และที่สำคัญร่างกายของเขาไม่ได้จากบุคคลทั่วไปเลย   แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เกิดสงครามโลกและ  ทาร์แรร์  ได้ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารและในสงครามการสู้รบนั้นเขาได้ถูกจับไปเป็นเชลย  

          ซึ่งตอนที่เขาเป็นเชลยนั้นเขาถูกกักขังและถูกให้อดอาหารดังนั้นสิ่งที่สามารถประทังชีวิตให้เขามีชีวิตต่อไปได้ก็คือการหาของใกล้ตัวในห้องฝั่งนั้นกินไม่ว่าจะเป็นสัตว์แรงต่างๆหรือแม้แต่ดินโคลนที่อยู่ภายในห้องขังก็ถูกเขานำมากินเป็นอาหารหมด

  เพื่อให้เขานั้นสามารถใช้ชีวิตต่อไปแบบง่ายๆภายหลังที่ ทาร์แรร์  กินแบบนี้เข้าไปบ่อยๆเข้าก็ทำให้กระเพาะอาหารของเขานั้นกลายพันธุ์ทันทีเรียกได้ว่าเขากลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่สามารถกินอะไรก็ได้เข้าไปในท้องของเขา  และด้วยความที่เขาอดอยากในช่วงที่เป็นเชลยนั้น ทำให้เขานั้นกินอะไรเข้าไปก็ไม่เคยรู้สึกอิ่มเลย

สุดท้ายแล้วด้วยความประหลาดของ ทาร์แรร์ 

ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์นั้นกลับเข้าไปทดลองเพื่อหาคำตอบว่าทำไมร่างกายของเขาถึงตอบสนองแบบนี้ในเรื่องของการกินอาหารโดยเขาถูกนำไปไว้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 

แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เขาถูกนำไปไว้ที่โรงพยาบาลนั้นเองเขาก็ได้ฆ่าเด็กทารกและผู้ป่วยคนอื่นๆที่ไปรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลดังกล่าวนั้นด้วยโดยเขาค่าผู้คนเหล่านั้นเพื่อต้องการกินเลือดนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  Ufabet เข้าสู่ระบบ

Categories
ตำนาน

ตำนานวิหารกระดูก   ตำนานศิลปะผนังศพ

             สำหรับคนที่ชื่นชอบการเข้าวัดเข้าวาเพื่อทำบุญไหว้พระและยังเพื่อต้องการชื่นชมความงดงามของโบสถ์และวิหารต่างๆ ตำนานศิลปะผนังศพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นศิลปะวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนหรือของแต่ละจังหวัดแต่ละภาค  จะเห็นได้ว่าแต่ละที่นั้นมักจะมีการสร้างโบสถ์

และวิหารรวมถึงออกแบบโบสถ์และวิหารให้มีความงดงามที่แตกต่างกันออกไปแต่ละที่นั้นจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละภาค  เนื่องจากว่าภาคแต่ละภาค

หรือแต่ละเขตนั้นจะมีวัฒนธรรมและศิลปะที่แตกต่างกันนั่นเอง  ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยอย่างเดียวเพียงเท่านั้นแต่ประเทศอื่นก็มีลักษณะศิลปะวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกันเช่นเดียวกัน 

         อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าขานถึงตำนานของวิหารแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีความแปลกจากวิหารอื่นๆเรียกได้ว่าผนังของวิหารแห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพจนถูกขนานนามว่าเป็นศิลปะผนังศพซึ่งวิหารแห่งนี้ถูกเรียกชื่อว่าวิหารกระดูกนั่นเอง  

สำหรับวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมานานมากแล้วโดยยุคสมัยที่มีการสร้างนั้นเชื่อว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15   สำหรับวิหารแห่งนี้จะอยู่ที่เมือง  อีโวรา  ประเทศโปรตุเกสนั่นเอง 

          ว่ากันว่าผู้ที่ก่อสร้างวิหารกระดูกแห่งนี้นั้นเป็นพระนิกายฟรานซิส     ซึ่งวิธีการสร้างวิหารนั้นพระนิกายนี้ได้มีการนำกระดูกของคนซึ่งมีจำนวนมากกว่า 5000 คนด้วยกันมาสร้างขึ้นเป็นกำแพงหล่อหลอมติดกับผนังของวิหาร

นอกจากจะมีโครงกระดูกแล้วยังมีซากศพอีกจำนวน 2 คนที่ถูกนำมาแขวนเอาไว้ติดกับผนังกำแพงของวิหารอีกด้วย   เรียกได้ว่าเป็นการก่อสร้างวิหารที่มีความประหลาดและพิสดารที่สำคัญน่ากลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

          นอกจากความน่ากลัวของผนังของวิหารดังกล่าวแล้ววัดดังกล่าวยังถูกเล่าขานถึงตำนานที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือได้มีหญิงสาวชาวเมืองคนหนึ่งเธอมีสามีและลูกชายต่อมาเธอถูกทำร้ายจากคนทั้งคู่ด้วยการช่วยกัน

ตำนานศิลปะผนังศพ โดยและตีเธอจนเธอถึงแก่ความตาย  ด้วยความเจ็บแค้นก่อนที่เธอจะตายเธอได้ทำการสามีกับลูกชายของเธอว่า  หากสามีและลูกชายของเธอตายเมื่อไหร่ให้วิญญาณของเขานั้นลงนรกและร่างของคนทั้งคู่นั้นไม่สามารถฝังอยู่ใต้ดินได้

      ไม่นานหลังจากที่สามีและลูกชายของเธอนั้นเสียชีวิตลงชาวบ้านก็ได้นำร่างของชายทั้งคู่นั้นไปขุดหลุมฝังศพเอาไว้แต่ไม่ว่าจะขุดหลุมไปตรงไหนก็ไม่สามารถกดได้เพราะเมื่อกดลงไปก็จะพบว่าใต้ดินนั้น

มีแต่หินเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเปลี่ยนที่ฝังศพไปตรงจุดไหนก็ตามแต่ก็จะเจอแต่หินทำให้ท้ายที่สุดแล้วชาวบ้านจึงไม่สามารถฝังศพของชายทั้งคู่ได้ดังนั้นพวกเขาจึงได้มีการนำศพของชายทั้งคู่ไปให้นักบวชนิกาย funds

และนักบวชก็ได้นำซากศพของชายทั้งคู่นั้นไปแขวนไว้ตรงผนังด้านหนึ่งของวิหาร  ซึ่งก็คือวิหารกระดูกนั่นเอง  หลังจากนั้นนักบวชก็จะใช้ซากศพของชายทั้งคู่ในการทำสมาธิให้เกิดการปลงอายุสังขารนั้นเอง     

 

สนับสนุนโดย    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

Categories
ตำนาน

นางเงือก มีจริงหรือเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าในตำนาน 

        นางเงือก มีจริงหรือ สำหรับ เรื่องเล่าของคนที่อาศัยอยู่แถบชายทะเลนั้นคงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่องเล่าของนางเงือกซึ่งเรามักจะได้ยินเกี่ยวกับตำนานของนางเงือกหรือแม้แต่นิทานเกี่ยวกับนางเงือกกันมาอย่างยาวนาน

โดยนางเงือกตามความรู้สึกของทุกคนนั้นก็คือหญิงสาวที่มีใบหน้าที่มีความสวยงาม โดยรูปร่างครึ่งท่อนบนนั้นจะมีลักษณะเหมือนกับคนทุกอย่างแต่รูปร่าง 1 ท่อนล่างลงไปนั้นจะมีลักษณะของเหมือนปลาเนื่องจากว่าแทนที่จะมีหางกับมีครีบเหมือนปลาและสามารถว่ายน้ำหรือดำอยู่ในน้ำได้ 

        ตามความเชื่อของคนโบราณจนถึงปัจจุบันนั้นเงือกนั้นมีทั้งเพศหญิงและเพศชายโดยที่เป็นเพศหญิงนั้นก็จะมีเรียกชื่อว่านางเงือกในขณะที่ถ้าเป็นเพศชายนั้น

จะเรียกว่าเงือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและตำนานความเชื่อเกี่ยวกับนางเงือกนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่เฉพาะในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่มีหลายประเทศทั่วโลก

ต่างก็ให้ความสนใจ  นางเงือก มีจริงหรือ  และมีตำนานเกี่ยวกับนางเงือกเป็นของตนเองอย่างเช่นมีนิทานของวอลดิสนีย์ที่มีการพูดถึงเจ้าหญิงเงือกน้อยรวมถึงของคนไทยเองก็มีเรื่องของพระอภัยมณีที่มีการกล่าวถึงนางเงือก

       อย่างไรก็ตามความเชื่อของคนส่วนใหญ่แล้วมองว่านางเงือกนั้นไม่ได้เป็นมนุษย์และไม่ได้เป็นสัตว์แต่เป็นลักษณะของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำและบางคนก็มองว่านางเงือกนั้นน่ากลัวโดยมีหลายคนมองว่านางเงือกนั้นจะล่อลวงคนแล้ว

พาไปสู่หนทางแห่งความตายโดยนางเงือกนั้นจะมีเสียงอันไพเราะเพื่อหลอกชาวประมงที่อยู่ท้องทะเลให้ไปเจอกับจุดจบกลางทะเลเช่นเรืออาจจะหลงเข้าไปในโซนที่มีหินขนาดใหญ่และกว่าจะรู้ตัวเรือก็ชนเข้ากับโขดหินทำให้เรือล่มในทะเล

           อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลายคนคงรู้ดีว่าไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ก็จะมีทั้งด้านดีและด้านร้ายอย่างนั้นเลือกเองก็จะมีทั้งด้านดีและด้านร้ายเช่นเดียวกัน

เพราะในตำรานิทานไทยนั้นมีการพูดถึงนางเงือกในด้านที่ดีอย่างนางเงือกในเรื่องของพระอภัยมณีนั้นก็สามารถช่วยเหลือพระอภัยมณีและสินสมุทรจนสามารถหนีรอดจากยักษ์ได้

ตำนาน นางเงือก จากทั่วโลก มีจริงหรือ ?

     อย่างไรก็ตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของนางเงือกนั้นยังมีความเชื่ออีกด้วยว่าถ้าหากมีการพบเจอนางเงือกจะสามารถพยากรณ์ได้ว่าในช่วงเวลานั้นอาจจะมีพายุรูปใดไม่ควรที่จะออกไปยังท้องทะเลหรือแม้แต่นางเงือกนั้นมีร่างกายที่สามารถที่จะรักษาโรคต่างๆได้ 

อย่างไรก็ตามเรื่องราวเกี่ยวกับนางเงือกนั้นยังคงไม่สามารถยืนยันได้ว่าแท้ที่จริงแล้วนางเงือกนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าในตำนานหรือมีอยู่จริงเพราะปัจจุบันนี้หรือแม้ว่าหลายคน

จะเชื่อว่าในโลกของเรานี้มีนางเงือกจริงๆแต่ก็ยังไม่เคยเห็นนางเงือกตัวเป็นๆยกเว้นแค่รูปปั้นตามสถานที่ท่องเที่ยวตามแหล่งต่างๆทั้งในและต่างประเทศเพียงเท่านั้นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

Categories
ตำนาน ประวัติ

ตำนานวันฮาโลวีน

 

วันที่31ตุลาคมของทุกปีนั้นจะเป็นวันฮาโลวีน(Halloween) และในตำนานวันฮาโลวีน (Halloween) ซึ่งคนส่วนใหญ่ในวันนี้จะทำการแต่งตัวเป็นผี ซึ่งนี้เป็นเทศกาลของทางฝั่งทวีปยุโรป

โดยที่จะแต่งตัวเป็นผีและจะไปเคาะตามประตูบ้านของคนอื่นและพูดว่า Trick or Treat และนอกจากนี้เองบางคนจะยังไม่รู้ประวัติที่มาที่แท้จริงของมันอีกด้วย ซึ่งประวัติที่แท้จริงของมันก็คือ ในวันที่31ตุลาคม ในสมัยก่อนชาว Celts

ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเผ่าหนึ่งของประเทศ ไอซ์แลนด์ นั้นเขาเชื่อกันว่าวันก่อนปีใหม่1วัน หรือก็คือวันที่31 จะเป็นวันที่โลกของคนเป็นและคนตายนั้นได้เชื่อมต่อเขากันและวิญญาณที่ได้ตายไปนั้นจะขึ้นมาเพื่อตามหาร่างนั้นเอง และจะทำการยืดร่างเพื่อให้ร่างนั้นให้กลายมาเป็นของตัวเอง

และดังนั้นจึงทำให้ชาว Celts ค่อนข้างที่จะกลัวมาก และทำให้ชาว Celts ได้ทำการคิดวิธีป้องกันขึ้นมาอยู่2วิธี ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ป้องกัน วิธีแรกก็คือ ให้ทำการปิดไฟในบ้านทั้งหมดทุกดวง เพื่อที่จะทำให้อากาศในบ้านนั้นหนาวเย็น

และทำให้วิญญาณไม่กล้าเข้ามาเพราะจะทำให้วิญญาณคิดว่าบเนนี้เป็นบ้านร้างและไม่มีคนอาศัยอยู่ หรือ อีกวิธีหนึ่งก็คือให้ทำการแต่งเป็น ผี วิญญาณ ปีศาจต่างๆ เพื่อที่จะให้วิญญาณคิดว่าเราไม่ใช่มนุษย์ไม่มีกายหยาบและทำการสิ่งสู่ไม่ได้ นั้นเอง

ซึ่งนี้เป็นแค่บางส่วนของ ตำนานวันฮาโลวีน (Halloween) แบบคราวๆ เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นจะมีการทำพิธีที่โหดร้ายอีกมาก ซึ่งในตำนานของบางส่วนได้มีการบันทึกไว้ว่าในสมัยนั้นได้มีการตั้ง ศาลเตี้ยขึ้นมาและทำการตัดสินคนอื่นโดยที่อ้างว่า คนคนนั้นเป็นคนที่ถูกผีเข้า

และดังนั้นจึงทำให้ผู้ที่โดนอ้างว่าถูกผีเข้านั้นถูกเผาทั้งเป็นเพราะคนในสมัยก่อนเชื่อว่าการเผาทั้งเป็นนั้นเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถทำการกำจัดสิ่งชั่วร้าย ผี วิญญาณ ที่เข้ามาทำการสิงสู่ นั้นก็คือการเผาทั้งเป็นเท่านั้น และต่อมาได้มีการทำการเปลี่ยนแปลงประเพณีนี้ให้ได้มีความน่ากลัวน้อยลง

ซึ่งก็คือในช่วงสมัยนั้นได้มีการถูกยืนยันไว้ว่าในสมัยยุคแรกของคริสต์กาลนั้นชาวโรมันได้มีการนำเอาประเพณีวันฮาโลวีน( นี้ไปใช้ แต่ได้มีการทำการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือ ได้มีการยกเลิก

ในการเผาร่างคนที่ถูกอ้างว่าถูกผีเข้านั้น และได้ทำการเปลี่ยนเป็นการที่จะทำการเผาหุ่นแทนที่จะเป็นร่างคนและทำการสาปแช่งพวกผี ปีศาจพวกนั้นอีกด้วยนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัคร

Categories
ตำนาน

ตำนานคัมภีร์มรณะ

ซึ่งในเนื้อหาของคัมภีร์มในแต่ละบทนั้นมันก็จะเป็นการบอกให้เรารู้ว่ามันจะมีอะไรที่รอเราอยู่ข้างหน้าหากเราได้ไปเจออุปสรรคก็จะบอกวิธีการผ่านอุปสรรคนั้นไปได้โดยง่ายหรือถ้าหากเราได้เจอกับเทพที่มาถามคำถามเพื่อทดสอบจิตใจของเราในคัมภีร์มก็จะบอกว่าเราควรจะตอบคำถามยังไงถึงจะผ่านไปได้

นอกจากนี้คาถาบางบทก็ยังเป็นคาถาที่สามารถใช้ขับไล่งูหรือว่าใช้ขับไล่จรเข้ได้อีกด้วยรวมไปถึงคาถาที่ทำให้เราสามารถกลายเป็นนกนางแอ่นได้อีกด้วยเพื่อที่จะให้ผู้ตายนั้นสามารถนำเอาไปปรับใช้เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆเพื่อที่จะสามารถเดินทางไปยังโลกหลังความตายได้อย่างลาบลื่นนั่นเองฟังดูแล้วชาวอียิปต์เหมือนคดจะโกงเทพอยู่ตลอดเวลาเลย

โดยในปัจจุบันนี้ทุกคนก็ได้มีการค้นพบคัมภีร์มรณะแล้วหลายม้วนด้วยกันแต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือไม่มีชาวไอยคุปต์ที่สามารถครอบครองม้วนคัมภีร์มรณะที่จารึกเอาคาถาครบทั้ง189บทเอาไว้ได้เหตุมันเป็นอย่างนี้ในสมัยนั้นคัมภีร์มรณะถือเป็นหนึ่งในธุรกิจชาวอียิปต์โบราณ

ดังนั้นมันก็จะคล้ายๆกับการค้าขายเครื่องรางของขลังในยุคปัจจุบันเรานี่แหละที่ม้วนคาถาแต่ละบทล้วนแล้วมีราคาที่สูงมากๆยิ่งหากใครที่อยากจะครบครองคาถาหลายๆบทก็จับเป็นที่จะต้องใช้ทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะมาแลกเอาคาถาแต่ละบทนั้นมาครอบครอง

เพราะฉะนั้นแล้วหากใครมีฐานะที่ไม่ค่อยดีก็อาจจะได้มาไม่กี่คาถาที่คิดว่าจำเป็นที่จะต้องใช้จริงๆเท่าที่กำลังทรัพยของตนเองจะไหวเท่านั้นเอง

เนื่องจากนี้หากถามว่าคัมภีร์มรณะเหล่านี้สามารถปลุกมัมมี่ให้ตื่นขึ้นมาจากความตายได้จริงเหมือนอย่างในหนังหรือเปล่าส่วนตัวเราคิดว่ามันน่าจะไม่ได้เพราะจนถึงปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสของอียิปต่างก็ได้อ่านคัมภีร์มรณะทั้ง189บทซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบแล้ว  แต่ก็ไม่มีข่าวที่มันมี่จะลุกขึ้นมาแต่อย่างใดหรือว่าอาจจะมีมัมมี่ลุกออกมาจากโลงแล้วแต่ว่าไม่มีใครเห็นหรือเปล่า

ซึ่งในคัมภีร์มรณะเล่มแรกนั้นนักอียิปต์วิทยาก็ได้ระบุว่าคัมภีร์มรณะนั้นเกิดขึ้นภายหลังจากการที่อียิปต์ในสมัยจักรวรรดิแล้วโดยหมายความว่าเกิดขึ้นในยุคที่อียิปต์มีจักรพรรดิเป็นประมุกแล้วนั่นเองก่อนน่านี้อียิปต์ได้ตกเป็นเมืองขึ้นมามากกว่า200ปี

นอกจากนี้ในช่วงนั้นเองศาสตร์และก็หลากศีลธรรมอียิปต์ได้เสื่อมลงความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังเริ่มเข้ามาแทนที่คำสอนศาสนาเดิมทำให้พวกพระหรือผู้วิเศษได้เข้ามามีบทบาทในจิตใจของชาวอียิปต์อย่างมาก

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

Categories
ตำนาน

ประวัติศาสตร์13,000ปีก่อนเผ่า Homo Sapiensได้สูญพันธุ์

ถึงเมื่อว่าเราจะเล่าประวัติศาสตร์มนุษยชาติหนึ่งล้านปีแต่ว่ามนุษย์แบบพวกเราที่เรียกว่าModern humanยังเกิดมาไม่ถึง1ล้านปี ย้อนกลับในเมื่อสองล้านห้าแสนปีก่อนบรรบุรุษของมนุษย์เริ่มเกิดขึ้นมา

จนกระทั่งเจ็ดแสนปีก่อนเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่เรียกว่าHomo erectusซึ่งได้เป็นมนุษย์หลังตรงเผ่าพันธุ์แรกก็ได้เกิดขึ้นมาที่แอฟริกาแล้วก็เริ่มเดินทางไปที่ต่างๆของโลกจึงทำให้เผ่าพันธุ็Homoได้เกิดมาอย่างมากมายแล้วก็ได้แพร่กระจายออกไปทั่วโลก

ห้าแสนปีก่อนบรรพบุรุษที่เรียกกว่า Neanderthalsเกิดขึ้นยุโรปแล้วก็ตะวันออกกลางจนกระทั่งสามแสนปีก่อนมนุษย์ถึงได้เริ่มรู้จัดใช้ไฟ

ซึ่งในการใช้ไฟนอกจากจะทำให้การล่าสัตว์ง่ายขึ้นแล้วยังทำให้เกิดการหุงหาอาหารต่างๆและทำให้มนุษย์สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่ง่ายขึ้นไม่ต้องใช้เวลาย่อยอาหารนานเท่าเดิมจนกระทั่งเมื่อสองแสนปีก่อนเกิดเผ่าพันธุ์มนุษย์เผ่าพันธุ์นึงนั่นก็คือ Homo Sapiensนั่นเองที่บริเวณแอฟริกาตะวันออก Homo Sapiens นั้นก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาตะวันออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งเจ็ดหมื่นปีก่อน

เกิดการปฏิวัติการรับรู้Homo Sapiensก็เริ่มรู้จักการใช้ภาษาเริ่มมีการสื่อสารระหว่างกันและที่สำคัญเริ่มแพร่กระจายจากแอฟริกาตะวันออกไปสู่ส่วนต่างๆของโลกจนกระทั่ง13,000ปีก่อนเผ่าพันธุ์มนุษย์อื่นๆ นอกจาก Homo Sapiens ก็สูญพันธุ์ไปจนหมดโลกเลย

ซึ่งสาเหตุก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่าเกิดจากการผสมกับ Homo Sapiens รึเปล่าหรือว่าเกิดจากการโดนHomo Sapiens ล่าจนสูญพันธุ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อ1หมื่นปีก่อนมนุษย์ก็เริ่มที่จะรู้จักในการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์

ซึ่งนั่นก็คือการปฏิวัติการเกษตรนั่นเองและที่สำคัญก็คือสิ่งที่เรียกว่าModern humanหรือว่ามนุษย์แบบพวกเรานี่ล่ะและแล้วพวกเราก็ได้ก้าวพ้นยุคก่อนประวัติศาสตร์เข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์เมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักการจดบันทึกหลังจากที่เมื่อกี้ที่เราได้พูดว่ากี่ปีก่อนเมื่อเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์เราขอใช้ระบบคริสต์ศักราชเพื่อทุกอย่างให้มันง่ายขึ้น

เมื่อ3,500ปีก่อนคริสต์ศักราชได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับมนุษย์ชาตินั่นก็คือมนุษย์เริ่มอยู่รวมกันเป็นอาณาจักรบริเวณลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีส

ซึ่งเราจะเรียกอารนธรรมนั้นว่า อารยธรรมเมโศโปเตเมียนั่นเองและถ้าใครจับได้จะรู้ว่าอารยธรรมนี้มนุษย์เริ่มเรียนรู้การจดบันทึกเป็นครั้งแรกก็คืออักษรลิ่มคูนิฟอรมของพวกสุเมเรียนหลังจากที่เกิดอารยธรรมเมโสโปเตเมียขึ้นที่บยรเวณลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีสลุ่มแม่น้ำสำคัญอื่นๆของโลกก็เกิดอารยธรรมขึ้นตามๆมาไม่ว่าจะเป็นบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ก็เกิดอารยธรรมอียิปต์

ลุ่มแม่น้ำฮวงโหก็เกิดอารยธรรมจีนและลุ่มแม่น้ำสินธุก็เกิดอารยธรรมดราวิเดียนแต่ละอารยธรรมนั้นก็มีการติดต่อค้าขายกันมีการแลกเปลี่ยนของไปมาและที่สำคัญช่วงเวลานี้เกิดอีกอย่างความเชื่อเรื่องเทพเจ้านั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  เปิดยูส ขั้นต่ำ 100