Categories
ตำนาน

วัดมหาบุศย์

            ถ้าพูดถึงวัดมหาบุศย์ทุกคนต้องคิดถึงตำนานของแม่นาคพระโขนงกันอย่างแน่นอนโดยวัดมหาบุศย์นี้ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ อยู่ตรงบริเวณสุขุมวิท 77 โดยวัดแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตำนานของวัดมหาบุศย์ในการสร้างวัดครั้งแรกนั้นระบุว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้ชื่อวัดมหาบุศย์แต่เดิมนั้นผู้ที่สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเป็นสามพี่น้องที่ช่วยกันลงแรงลงเงินในการสร้างวัดและมีการตั้งชื่อวัดว่าวัด สามบุตร

ซึ่งในครั้งแรกที่มีการสร้างวัดแห่งนี้นั้นถูกสร้างจากไม้ทำให้เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็เกิดความโทรมไม้มีการผุกร่อนทำให้วัดในที่สุดก็กลายเป็นวัดร้างเพราะไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม ต่อมามีพระจากวัดราชบูรณะเดินทางมาเรียนญาติใกล้ๆกับวัด 3 บุตรเมื่อชาวบ้านเห็นว่ามีพระ 2 องค์มาจึงได้มีการร้องขอให้พระบุตรนั้นช่วยจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้หลังจากนั้นก็พากันบูรณะซ่อมแซมวัด

และเมื่อมีการวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วชาวบ้านจึงรวมตัวกันเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดสามบุตรเป็นวัดมหาบุศย์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และสำหรับตำนานความน่ากลัวของวัดแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นแม่นาคพระโขนงที่เป็นเรื่องราวของเธอนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังถึงแม้จะผ่านไปหลายสิบปีแต่เรื่องราวของเธอนั้นก็ยังคงอยู่เรื่องเล่าความรักและความน่ากลัวของแม่นาคพระโขนงนั้น

เกิดจากการที่แม่นาคนั้นได้คลอดบุตรแล้วเสียชีวิตระหว่างที่สามีของเธอก็คือพ่อมากได้เดินทางไปเป็นทหารหลังจากที่คลอดบุตรเสียชีวิตแล้ววิญญาณของแม่นาคยังคงเป้าวนเวียนรอคอยพ่อมากอยู่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากจนในที่สุดก็มีสมเด็จพระอาจารย์โตเดินทางมากราบแม่นาค ซึ่งปัจจุบันนี้เราจะเห็นหลักฐานความเชื่อเกี่ยวกับตำนานแม่นาคพระโขนงได้จากการที่ชาวบ้านพากันตั้งศาลแม่นาคเอาไว้ภายในวัดมหาบุศย์

และมีการเรียกเล่าขานแม่นาคว่าเป็นยากเนื่องจากว่ามีอายุมาแล้วหลาย 10 ปีซึ่งชาวบ้านมักจะเดินทางพากันมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมากราบไหว้ขอพรซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขอไม่ให้ลูกหลานนั้นจับได้ใบแดง และบางคนก็มาขอให้ย่านาคนั้นช่วยบอกเลขซึ่งปัจจุบันนี้วัดมหาบุศย์เป็นวัดที่ผู้คนต่างพากันเดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันเสาร์วันอาทิตย์

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะมาขอให้ย่านาคช่วยเหลือในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของการขอเลขเด็ดและการขอเรื่องของการไม่ให้ลูกหลานได้จับใบดำใบแดงไปเป็นทหารนั่นเองและส่วนใหญ่ที่มาขอกับย่านาคก็จะประสบกับความสำเร็จและถ้าหากอะไรขอแล้วได้ดังหวังก็จะต้องมีการมาแก้บนกับย่านาคซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการนำชุดไทยมาถวายให้กับย่านาครวมถึงนำของเล่นมาถวายให้กับลูกของย่านาคอีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

Categories
ตำนาน

ตำนานลูกเทพ

สำหรับตำนานของหุ่นที่ช่วยในเรื่องของการปกปักรักษาผู้คนนั้นมีกันมานานแล้วซึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าจุดกำเนิดเริ่มต้นของหุ้นแต่ละหุ่นนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ในสมัยใดเมื่อไหร่ไม่ว่าจะเป็นหุ่นรักและยม  หรือว่าหุ่นควายธนูและวัวธนูรวมถึงหุ่นกุมารทองซึ่งไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องหรือแน่ชัดได้ว่าแท้ที่จริงแล้วต้นกำเนิดนั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ.ไหนอย่างไรก็ตามการสร้างหุ่นขึ้นมานั้นก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ

จนล่าสุดเราจึงได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของหุ่นลูกเทพที่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก ในปีพศ 2558 ได้มีเกจิอาจารย์ชื่อดังคนหนึ่งชื่อว่าหมอแมคขั้นเทพได้มีการคิดค้นหุ่นพยนต์ขึ้นมาใหม่เป็นรูปแบบใหม่ล่าสุดโดยถือว่าเป็นหุ่นพยนต์ที่มีความสามารถระดับสูงถูกนำมาในรูปแบบของตุ๊กตารุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาจากฝีมือดีที่ทำให้ตุ๊กตานั้นมีรูปร่างหน้าตาน่ารักไม่ดูน่ากลัวอีกต่อไป

จากนั้นก็นำตุ๊กตาดังกล่าวนั้นมาทำการปลุกเสกซึ่งวัสดุที่นำมาสร้างตุ๊กตานั้นจะนำมาจากไวนิลอัดนุ่นด้านข้างในร่างของตุ๊กตานั้นจะมีการใส่เมล็ดของธัญพืชชนิดต่างๆเอาไว้และมีการแต่งหน้าแต่งตาให้กับตุ๊กตาให้มีความสวยงามมีการใส่ผมใส่เสื้อผ้าใส่ทองคำแต่งกายเครื่องประดับให้มีความน่ารักที่สำคัญเมื่อใครมาบูชาตุ๊กตาตัวนั้นดำกลับไปแล้วแล้วก็ความแตกก็จะอยู่ตรงที่ว่าตุ๊กตาที่ถูกนำกลับไปด้วยนั้นจะมีลักษณะหน้าตาเหมือนกับเจ้าของเลยทีเดียวซึ่งทางด้านหมอแม็คได้มีการบอกกับคนที่มาบูชาตุ๊กตานี้ว่าหลังจากที่มีการปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตุ๊กตานี้ก็จะมีชีวิตเนื่องจากว่าจะมีเทพจากบนสวรรค์ลงมาเซ็นสถิตที่ตุ๊กตาตัวดังกล่าวจึงทำให้ตุ๊กตาดังกล่าวที่มีการปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีชื่อว่าลูกเทพนั่นเองใครก็ตามที่คิดจะมีการบูชารูปเทพนั้นจะต้องมีความเชื่อและเคารพศรัทธาในตัวลูกเทพโดยวิธีการดูแลลูกเทพนั้นจะไม่เหมือนกับการดูแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆไม่จำเป็นต้องนำไปวางไว้บนหิ้งแต่การดูแลลูกเทพนั้น

จะต้องเหมือนกับการดูแลเด็กเล็กๆเหมือนกับคนจริงๆซึ่งจะต้องดูแลด้วยการอุ้มเขาพาเขาไปเดินเล่นพาเขาไปกินข้าวซึ่งเวลากินข้าวนั้นก็ต้องมีการให้ตุ๊กตาลูกเทพนั่งเก้าอี้อีกตัวหนึ่งเหมือนคนจริงๆนั่งเลยทีเดียวไม่ว่าเวลาจะขึ้นรถไปไหนก็จะต้องมีการจองที่นั่งวางลูกเทพเอาไว้อีกที่นั่งหนึ่งต่างหากคนที่จะเลี้ยงลูกเทพนั้นจะต้องคอยดูแลลูกเทพเป็นอย่างดีค่อยพาไปเที่ยว

และคอยหาซื้อผ้าให้เปลี่ยนเรื่อยๆหาของแพงๆใส่ให้หาทองให้ใส่ยิ่งใครให้ลูกเทพมาเท่าไหร่ลูกเทพก็จะดลบันดาลของกลับคืนให้กับคนที่เลี้ยงมากกว่าเป็นเท่าตัวทำให้มีเหล่าดารานักแสดงหรือพวกเซเลบต่างๆต่างค่าการบูชารูปเทพมากันเป็นจำนวนมากซึ่งช่วงหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงของลูกเทพฟีเวอร์เลยก็ว่าได้

ซึ่งเรามักจะเห็นแม้แต่ดาราเองเวลาไปออกรายการก็จะต้องนำลูกเทพของตนเองนั้นเดินทางไปไหนมาไหนด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้การบูชาลูกเทพนั้นค่อนข้างไม่ค่อยมีการพูดถึงกันมาสักระยะหนึ่งแล้วซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตุ๊กตาลูกเทพยังคงมีคนบูชาอยู่หรือไม่

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ตำนาน

ตำนานคลีโอพัตราที่ 7

           ว่ากันว่าประวัติของพระนางคลีโอพัตรานั้นแต่เดิมชื่อคลีโอพัตรานั้นไม่ได้มีแค่พระนางคลีโอพัตราที่จะเท่านั้นแต่เคยมีคนใช้คำว่าคลีโอพัตรามาแล้วถึง 6 คนแต่พระนางคลีโอพัตราที่ 7 นั้นมีความงดงามมากที่สุดและมีความเฉลียวฉลาดมากที่สุดจึงเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกเป็นบุคคลที่หลายคนให้การยอมรับว่ากันว่าพระนางคลีโอพัตรานั้นเธอไม่ได้เป็นคนอียิปต์มาตั้งแต่กำเนิดแต่เธอเป็นชาวกรีก

แต่ด้วยความที่เธอเป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีและมีความเฉลียวฉลาดรู้จักการเอาตัวรอด แล้วได้ความสวยงามและความสนุกนั้นทำให้จูเลียสซีซาร์และ Anthony ต่างก็พากันหลงรักเธอ และที่สำคัญมีการพูดถึงคลีโอพัตราที่ 7 ว่าพระนางนั้นเป็นบุคคลที่มีความฉลาดมากและสามารถพูดกับบุคคลในประเทศอื่นๆได้หลายภาษา

สำหรับเรื่องราวของพระนางคลีโอพัตรานั้นการพูดถึงพระนางคลีโอพัตราที่ 7 เอาไว้ว่าพระนางเป็นผู้ปกครองอีกอย่างแท้จริงถึงแม้ว่าพระนางจะไม่เคยออกมาปกครองให้ประชาชนนั้นได้เห็นเพียงลำพังแต่พระนางก็จะมีการปกครองคู่กับพ่อหรือปู่หรือแม้แต่น้องชายของเธอเอง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการครองบัลลังก์ว่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 นั้น

ได้ครองบัลลังก์คู่กับบุคคลอื่นแต่อันที่จริงแล้วบุคคลเหล่านั้นก็เป็นเพียงหุ่นเชิดของพระนางเพียงเท่านั้นเพราะคนที่จะตัดสินชะตาที่ขาดอย่างแท้จริงก็คือพระนางคลีโอพัตราที่ 7 นั่นเอง สำหรับความงดงามของพระนางคลีโอพัตตานั้นสามารถที่จะทำให้บุรุษฆ่ากันตายได้และเรื่องเล่าของความงามของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ก็มีการเล่าขานมานานหลายร้อยปีซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการพูดถึงความงามของพระนางคลีโอพัตราและหากใครก็ตามที่จะมีการจำหน่ายหรือขายเครื่องสำอางก็มักจะอ้างชื่อโฆษณาเกี่ยวกับความสวยงามของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ด้วยกัน

ทั้งนั้นโดยผู้คนส่วนใหญ่นั้นต่างก็ลืมเลือนไปแล้วว่าแท้ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้มีพระนางคลีโอพัตราถึง 6 คนแต่พระนางคลีโอพัตราเหล่านั้นไม่เป็นที่รู้จักกับประชาชนคนทั่วไปเลยทุกคนจะรู้จักในความสวยงามและความเก่งของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ด้วยกันทั้งนั้น

         อย่างไรก็ตามหากใครอยากเห็นความงามของพระนางคลีโอพัตรา ก็สามารถหาดูได้จากรูปวาดที่มักจะมีการวาดจากจิตกรฝีมือเยี่ยม ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเก็บไว้ให้ดูที่พิพิธิภัณฑ์อีกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

Categories
ตำนาน

วิญญาณขอส่วนบุญ TG- 261

   สำหรับเรื่องเล่าตำนานวิญญาณขอส่วนบุญนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงเมื่อหลายสิบปีมาแล้วซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากเครื่องบินแอร์บัสของสายการบินการบินไทยได้ตกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้คนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกนับร้อยคน ซึ่งวันที่เกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคมปีพศ 2541  เที่ยวบินTG- 261

มันคือเที่ยวบินที่จะเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหนึ่งในผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในเครื่องบินลำดังกล่าวนั้นก็คือพี่เจมนักร้องชื่อดังเจมส์เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์นั่นเอง ระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินอยู่บนน่านฟ้านั้นสภาพอากาศถือว่าเลวร้ายมากเพราะมีพายุจิวเข้าพอดีมีฝนตกหนักเครื่องบินมาถึงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้

 

 

เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายโดยนักบินพยายามที่จะนำเครื่องบินลงจอดถึง 2 ครั้งด้วยกันแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จและในการนำเครื่องบินลงจอดในครั้งที่ 3 นี่เองที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น เนื่องจากว่าเครื่องบินนั้นกระแทกกับพื้นอย่างแรงทำให้เครื่องบินนั้นเสียหลักทางเครื่องบินนั้นไปกระแทกกับหอบังคับการ และเครื่องบินนั้นก็เสียการทรงตัวทำให้เครื่องบินพรุ่งนี้วันเวย์ไปในป่ายางไกลถึง 2 ไมล์ด้วยกัน

เครื่องบินเกิดระเบิดขึ้นมีไฟไหม้ขึ้นเป็นช่วงๆมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากและได้ยินเสียงของผู้บาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา หลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ก็มีอีกหลายคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นและหนึ่งคนที่รอดชีวิตในเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็คือนักร้องเรืองศักดิ์นั่นเอง

และตำนานที่น่ากลัวก็เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตกในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ซึ่งชาวบ้านได้เล่าว่าหลังจากที่เครื่องบินตกแล้วพวกเขายังคงได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาจากบริเวณที่เกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปช่วยเหลือและเก็บซากเครื่องบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเสียงที่ชาวบ้านได้ยินนั้นเป็นเสียงทั้งผู้หญิงและเสียงของผู้ชายมีเสียงร้องของเด็กขอความช่วยเหลือรวมอยู่ด้วยหลายคนจึงเกิดกลัวเพราะแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป 2 วันยังไม่มีใครที่จะไม่ถูกช่วยเหลือแล้วอย่างแน่นอนเพราะเจ้าหน้าที่ได้มีการปูพรมเข้ามาช่วยเหลือและเก็บซากเครื่องบินไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และนับตั้งแต่ชาวบ้านได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือพวกเขาก็ไม่เคยพากันเข้ามาดูบริเวณที่แห่งนี้เลยคงปล่อยเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่ากลายเป็นหนองน้ำเราไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาเสี่ยงเข้ามาดูอย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปเสียงดังกล่าวก็ค่อยๆเงียบหายไปจนในที่สุดก็ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วกับตำนานเครื่องบินตกในครั้งนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์

Categories
ตำนาน

เรื่องเล่าผีสาวชุดเขียว

          วันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของผีสาวชุดเขียวหรือที่คนต่างประเทศเรียกกันว่า The Green Lady และคนท้องถิ่นมักจะเรียกชื่อเธอว่าเกรซทริก เธอเป็นวิญญาณของผีสาวที่อยู่ในท้องน้ำซึ่งจะมีรูปร่างส่วนที่เป็นท่อนด้านบนนั้นเป็นผู้หญิงผมยาวและท่อนล่างของเธอนั้นจะเป็นในส่วนของลำตัวแพะ สำหรับการแต่งกายของเธอนั้นด้านบนที่เป็นด้านของหญิงสาวนั้นเธอจะผมยาว

และเธอจะมีผิวเป็นสีเทาแต่ส่วนท่อนล่างที่เป็นส่วนของสัตว์ที่เป็นรูปร่างของแท้นั้นเธอจะนุ่งกระโปรงยาวปกคลุมเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นว่าท่านล่างของเธอนั้นเป็นแพะ ว่ากันว่าผีสาวชุดเขียวนั้นสามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ตามที่เธอต้องการและเธอนั้นมักมีนิสัยเกเรชอบแกล้งผู้คนที่ผ่านไปทางที่เธออยู่โดยบางครั้งเธอจะเนรมิตให้คนที่เดินผ่านมานั้นเดินหลงทาง

หรือบางทีเธอก็จะใช้ก็เห็นกวางป่าผู้คนที่ผ่านมาให้เธอเห็น แต่เมื่อเหยื่อของเธอเกิดความหวาดกลัวเธอก็จะหัวเราะชอบใจด้วยความสะใจตำนานความน่ากลัวของเธอนั้นเล่ากันว่าสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่นั้นเธอเป็นหญิงสาวที่มีฐานะสูงศักดิ์แต่ถูกฆ่าตาย

โดยคนรับใช้ของเธอเองหลังจากนั้นก็รับใช้ก็นำร่างของเธอนั้นไปเผาทำลายหลักฐาน ว่ากันว่าวิญญาณของผีสาวชุดเขียวนั้นมักจะมาทำร้ายผู้ชายที่เธอนั้นไม่ชอบใจแต่ถ้าหากใครอยากจะเอาใจเธอและไม่ต้องการให้เธอทำร้ายจนถึงแก่ความตายนั้นให้เอาใจเธอด้วยการนำนมวัวมาให้เธอกินเธอนั้นก็จะสงบและไม่ทำร้ายใครทำให้ชาวบ้านมักจะเรียกเธอกันว่าผู้พิทักษ์วัว

           ถ้าพูดถึงเรื่องราวของผีชุดเขียวของประเทศไทยเองก็มีนั่นก็คือผีของนางตานีนั่นเองเพราะเราจะรู้กันว่าผีนางตานีนั้นมักจะใส่สไบสีเขียวเป็นสีเดียวกับต้นไม้ที่เธออาศัยอยู่ในก็คือต้นกล้วยซึ่งเรื่องราวความน่ากลัวของผีสาวชุดเขียวของไทยนั้นก็น่ากลัวไม่แพ้กับพี่สาวของต่างประเทศเช่นเดียวกันโดยเธอมักจะหลอกล่อผู้ชายให้มาหลงใหลหลังจากนั้นก็ทำร้ายผู้คนซึ่งบางครั้งก็อาจจะถึงแก่ความตายก็เป็นได้

            อย่างไรก็ตามเรื่องเล่าของตำนานนั้นก็เป็นเรื่องเล่าขานที่มีมาตั้งแต่โบราณซึ่งในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นว่าใครจะพบเจอกับผีสาวชุดเขียวไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือแม้แต่ของต่างประเทศเองก็ตาม และก็เชื่อได้เลยว่าคงไม่มีใครที่อยากจะเห็นผีสาวชุดเขียวกันอย่างแน่นอน

      

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ตำนาน

ภูเขาของหมีกับตำนานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

ภูเขาของหมีนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า bear rock สถานที่ท่องเที่ยวในนั้นตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสิ่งที่ทำให้มันนั้นมีความโดดเด่นและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็เพราะว่ารอบๆภูเขานั้นกลับมีลายเส้นประหลาดประหลาดที่ดูเหมือนรอยข่วนซึ่งมีอยู่รอบภูเขาแห่งนี้ทั้งหมดโดยที่ที่นี่นั่นก็มีตำนานเรื่องของต้นกำเนิดรอยขีดข่วนมีเช่นเดียวกัน

โดยในตำนานนั้นมีเรื่องราวอยู่ว่ามีหญิงสาวที่เป็นหญิงสาวอายุประมาณ 20 ต้นๆพวกเธอนั้นมีด้วยกันมากถึง 7 คนโดยเป็นพี่น้องกันซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันมานานโดยวันหนึ่งพวกเธอนั้นตัดสินใจที่จะเดินทางเข้าไปเก็บผลไม้ซึ่งอยู่กลางป่า โดยหลังจากนั้นพวกเธอก็ได้เตรียมตะกร้าใบหลังจากนั้นก็เดินทางเข้าป่าไปหลังจากที่เก็บผลไม้ทั้งหมดใส่ตระกร้าพวกเธอก็พักอยู่ตรงริมแม่น้ำแห่งหนึ่งแล้ว

ก็วิ่งเล่นกันตรงนั้นบางคนก็ว่ายน้ำเล่นกินน้ำพักผ่อนสักพักแล้วค่อยเดินทางกลับบ้านอีกครั้งอยู่ๆพวกเธอก็ได้ยินเสียงคำรามมหึมาและเมื่อหันไปทางด้านหลังพวกเธอก็เห็นกับฝูงหมีตัวใหญ่ยักษ์กำลังวิ่งมาทางพวกเธอพยายามที่จะตามพวกเธอและไล่ล่าพวกเธอเท่านั้นเองคือช่วงเวลาที่พวกเธอนั้นตกใจเป็นอย่างมากเธอนั้นก็ได้ทำการรีบวิ่งขึ้นไปที่ก้อนหินขนาดใหญ่ยักษ์พวกเธอนั้นพยายามปีนขึ้นไปแม้ว่าจะยากลำบากเพียงใดแต่ด้วยความกลัวตายพวกเธอจึงรีบปีนขึ้นอย่างสุดชีวิตเมื่อปีนขึ้นไปจนถึงยอดของก้อนหิน

ซึ่งมีความสูงมันอย่างมากเรามีก็ไม่สามารถที่จะปีนขึ้นมาได้พวกมันจึงพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาโดยใช้กรงเล็บขวดเต็มไปหมดทำให้มีร่องรอยของรอยข่วนเต็มไปหมดรอบๆของภูเขาแห่งนี้โดยพบเธอนั้นก็มีความกลัวเป็นอย่างมากพวกเธอนั้นไม่ว่าจะอยู่ตรงนั้นนานเป็นชั่วโมงมากเพียงใดเรามีก็ยังคงที่จะไม่เลิกราจากการคิดที่จะฆ่าพวกเธอมันยังคงตะเกียกตะกายพยายามจะขึ้นมาที่ภูเขานั้นให้ได้โดยสุดท้ายพวกเธอเองนั้นก็หวังเพียงแค่ว่าจะต้องขอร้องกับเทพเจ้าแล้วเท่านั้นเธอจึงได้ทำการ บนบานขอร้องกับเทพเจ้าว่าถ้าปล่อยพวกเธอให้รอดไปได้นั้น

พวกเธอก็จะกลับเข้ามาในป่าพร้อมกับของเซ่นไหว้มากมายด้วยความที่เมื่อเทวดาและเหล่านางฟ้าของป่าได้ยินเสียงการขอร้องของกลุ่มเด็กสาวทั้ง 7 พวกเขานั้นจึงได้มีความเวทนาสงสารจึงได้ทำการเสกให้เรามีนั้นออกไปจากตรงนั้นเมื่อเด็กๆเห็นว่าข้างล่างตอนนี้นั้นปลอดภัยแล้วพวกเธอจึงได้ทำการวิ่งลงมาและกลับบ้านไป 1 วันต่อมาพวกเธอก็กลับมาพร้อมกับของเซ่นไหว้มากมาย

เป็นการ ตอบแทนแต่พวกเธอนั้นก็จำเป็นที่จะต้องปีนขึ้นไปที่ก้อนหินนั้นอีกครั้งเนื่องจากคราวนี้ก็มีเจ้าหมีตัวเดิมของเดิมวิ่งมาไล่ล่าพวกเธออีกครั้งโดยช่วงเวลานั้นเองเทวดาและเหล่านางฟ้าจะได้ทำการเสียงที่เธอนั้นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ากลายเป็นดาว 7 ดวงซึ่งก็หมายถึงดาวลูกไก่ของต่างประเทศนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย   บาคาร่าบิกินี่

Categories
ตำนาน

ความน่ากลัวของวิญญาณที่อยู่ในหมู่บ้านลัดดาแลนด์จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

หากใครเคยได้ชมภาพยนตร์เกี่ยวกับเรื่องของลัดดาแลนด์ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ประชาชนได้ดูกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะรู้ว่าที่จริงแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่จริงในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเจ้าของพื้นที่ที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมาชื่อว่าคุณนาย  ลัดดา  ด้วยเธอเป็นมหาเศรษฐีของจังหวัดเชียงใหม่คนหนึ่งเธอมีแนวความคิดอยากจะสร้างหมู่บ้านสำหรับที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่เป็นมหาเศรษฐี

โดยเฉพาะจึงได้ลงทุนสร้างหมู่บ้านขนาดใหญ่ทวีขึ้นมาและแน่นอนด้วยว่าด้วยสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติของจังหวัดเชียงใหม่จึงทำให้มีคนสนใจที่จะมาซื้อหมู่บ้านแห่งนี้กันเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามเมื่อหมู่บ้านนี้สร้างเสร็จและมีคนเข้าไปอยู่ก็เกิดเรื่องราวน่าหวาดกลัวเกิดขึ้นเมื่อมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นเจ้าของเป็นชาวต่างชาติเนื่องจากว่าเขาซื้อเอาไว้เพื่อจะเอามาเที่ยวที่เชียงใหม่เฉพาะช่วงวันหยุดปลายปีเท่านั้นปกติแล้วเขาอยู่ที่ต่างประเทศและจะเดินทางมาเที่ยวที่เมืองไทยแค่ปีละครั้งจึงได้มีการจ้างคนงานเอาไว้ 1 คน

ซึ่งเป็นคนงานผู้หญิงชาวพม่าเธอจะมีหน้าที่เฝ้าบ้านและทำความสะอาดบ้านและเรื่องราวน่ากลัวก็เกิดขึ้นในวันหนึ่งเมื่อมีขโมยขึ้นบ้านหลังดังกล่าวแล้วสาวใช้ชาวพม่าลงมาพบขโมยกำลังขโมยของอยู่พอดีเธอจึงได้ถูกขโมยนั้นฆ่าตายและนำศพไปทิ้งไว้ในตู้เย็นหวังจะอำพรางคดีหลังจากนั้นขโมยก็ได้หนีไปซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้คนในหมู่บ้านไม่มีใครรู้ว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นทุกคนยังคงใช้ชีวิตตามปกติจนเวลาผ่านไปหลายวันเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันนั้นได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากบ้านหลังดังกล่าวแต่ทุกคนก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากว่าในทุกๆวันนั้น

เพื่อนบ้านก็ยังคงเห็นหญิงสาวชาวพม่านั้นเดินไปเดินมาอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวและบางวันในช่วงเวลาหัวค่ำก็ยังเห็นว่าหญิงสาวชาวพม่านั้นยังคงออกมารดน้ำต้นไม้รวมถึงกวาดบริเวณหน้าบ้านเหมือนกับไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากกลิ่นเหม็นที่รุนแรงขึ้นทุกวันทำให้เพื่อนบ้านหลังหนึ่งเกิดอาการทนไม่ไหวจึงได้เดินไปที่หน้าบ้านของหญิงพม่าคนดังกล่าวในช่วงเวลาหัวค่ำพร้อมกับตะโกนบอกให้หญิงชาวพม่าทราบว่าให้ตรวจสอบบ้านของตนเองเนื่องจากว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าอาจจะมีหนึ่งตายอยู่ในบ้านก็ได้

และเมื่อหญิงพม่าหันมาทำให้เพื่อนบ้านนั้นต้องตกตะลึงเพราะหน้าของเธอนั้นมีแต่ใบหน้าที่เละ ด้วยความตกใจเพื่อนบ้านจึงได้วิ่งกลับบ้านพร้อมกับโทรแจ้งให้เข้าถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบด้านหลังกล่าวจึงทำให้รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีคนถูกฆาตกรรมและถูกฆ่าศพนำไปทิ้งไว้ในตู้เย็นนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผู้คนต่างก็พากันหวาดกลัวจนมีบ้านหลายหลังที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุนั้นพากันย้ายออกไปและนี่เป็นอีกหนึ่งคนความน่ากลัวของเรื่องเล่าหมู่บ้านลัดดาแลนด์ที่จังหวัดเชียงใหม่

 

 

ขอขอบคุณ  ae sexy  ที่ให้การสนับสนุน

Categories
ตำนาน

ตำนานถ้ำนาคาจังหวัดบึงกาฬ

         สำหรับถ้ำนาคาที่จังหวัดบึงกาฬนี้กำลังเป็นที่นิยมและกล่าวถึงกันเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อผนังของหินในถ้ำจากเดินที่เป็นผนังเรียบๆนั้นกลายเป็นลักษณะของหินก้อนเล็กๆต่อเรียงกันมองดูแล้วคล้ายกับเกร็ดของงูยักษ์หรือว่าเกร็ดของพญานาคซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่านี่คือถ้ำของพญานาคและที่สำคัญลักษณะของตัวท่านนั้นจะมีลักษณะโค้งงอคล้ายๆกับลำตัวของพญานาคพันกันอยู่ 2 ตัวรวมถึงยังมีเกร็ดขึ้นตามผนังถ้ำจึงทำให้ยิ่งมีความเชื่อว่าท่านดังกล่าวนั้นคือพญานาคที่ถูกสาปให้เป็นหินนั่นเองโดยตำนานเล่าขานของธนาคารนั้น

เกิดขึ้นมีมาแต่ช้านานโดยคนเฒ่าคนแก่นั้นมักจะเล่าให้ลูกหลานฟังเกี่ยวกับเรื่องของตำนานซึ่งตำนานของถ้ำนาคาเองก็เกิดขึ้นโดยมีเรื่องเล่าว่างานนี้มีมาเป็นหมื่นปีแล้วซึ่งตอนนั้นมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าชั้นดาวดึงส์ถูกสั่งให้ลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์โดยถูกอยากให้มาเป็นพญานาคอาศัยอยู่ใต้บาดาลอีกทีหนึ่งซึ่งพญานาคตนนั้นชาวบ้านเชื่อกันว่าคือปู่อือลือนั่นเอง

ซึ่งหลังจากที่ปู่อือลือ ลงมาเป็นพญานาคอยู่ที่ใต้บาดาลนั้นท่านก็มีบริวารมากมายหลายตัวโดยพวกพญานาคนั้นจะเอาสายอยู่ตรงบริเวณใต้บาดาลซึ่งปัจจุบันนี้เราเรียกว่าบึงของหลงหรือว่าจังหวัดบึงกาฬนั่นเองแต่เนื่องจากว่าในสมัยโบราณนั้นการที่คนและพญานาคอยู่ร่วมกันนั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้และเกิดปรากฏการณ์คนและพญานาคนั้นรักใคร่ชอบพอกันพญานาคมักจะมีการแปลงกายมาเป็นมนุษย์และมาอยู่กับหญิงสาวทำให้พญานาคปู่อือลือซึ่งทราบเรื่องแล้วเกิดความไม่พอใจโดยพญานาคปู่อือลือไม่อยากให้คนและพญานาคนั้นอยู่ร่วมกันไม่ต้องการให้แบ่งพญานาค

ก็อยู่ใต้เมืองบาดาลส่วนคนนั้นก็อยู่ด้านบนและด้วยความที่พญานาคปู่อือลือโมโหเป็นอย่างมากนั่นเองท่านจึงได้ทำการบริวารที่เป็นพญานาคของท่านให้แข็งกลายเป็นหินโดยตอนที่ สาปนั้นพญานาคที่โดนสาบมีการกลายร่างเป็นพญานาคเรียบร้อยแล้วพอถูกสาปกลายเป็นหินจึงกลายเป็นพญานาคที่แข็งเป็นหินซึ่งมีลำตัวขนาดใหญ่มาก และยังมีพญานาคส่วนอื่นที่ถูกสาปเช่นเดียวกันกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของเมืองบึงกาฬโดยพญานาคปู่อือลือหวังจะให้เห็นพญานาคเหล่านั้นคอยปกป้องคุ้มครองภัยให้กับเหล่ามนุษย์และมีการแก้ไขคำสาปนี้ได้ด้วยการที่รอให้เมืองบึงกาฬนั้น

มีความเจริญรุ่งเรืองและเมื่อนั้นคำสาปก็จะคลายพญานาคที่แข็งเป็นหินก็จะเริ่มกลายร่างปรากฏการณ์ให้คนได้เห็นได้ซึ่งในที่สุดปัจจุบันนี้ถ้าหากใครไปเที่ยวถ้ำนาคามักจะเห็นว่าผนังถ้ำนั้นมีลักษณะคล้ายกับงูขนาดใหญ่หรือแม้แต่ตัวพญานาคมีการขดพันกันอยู่ 2 ตัวและบริเวณผนังถ้ำนั้นก็มีลักษณะคล้ายเหมือนเพชรพญานาคหรือไฟล์เพชรหนูนั่นเองเพราะหลังจากที่เมืองบึงกาฬถูกเปลี่ยนให้มาเป็นจังหวัดบึงกาฬชาวบ้านก็พบเห็นความแปลกประหลาดนี้ซึ่งนั่นก็คือแสดงว่าคำสาปของพญานาคปู่อือลือ กำลังคลายลงแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy