Categories
ศิลปะ

ประติมากรรมและการสร้างสรรค์ผลงาน

การสร้างสรรค์ผลงานเกิดขึ้นจำนวนมหาศาลหนึ่งในนั้นคือปฏิมากรรม ประติมากรรมคืองานศิลปะชนิดหนึ่งตามความหมายของพจนานุกรม ได้ระบุไว้ว่างานศิลปะคือ ศิลปะสาขาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการปั้นการแกะสลัก

ไม่มีที่อื่นอีกมากมายซึ่งทำมาจากหินอ่อนไม้หรือโลหะ การใช้วัสดุต่างๆนำมาทำงานศิลปะเกิดขึ้นมามากมายหลายปีเพราะงานศิลปะเป็นอย่างที่ผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการศึกษาและสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นความรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสีฟ้าจำเป็นจะต้องมีการศึกษา

ไม่ใช่เพียงแค่ในยุคปัจจุบันเท่านั้นที่มีงานศิลปะเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคบรรพบุรุษหรือยุคดึกดำบรรพ์ก็เริ่มมีการทำงานศิลปะเป็นจำนวนมาก อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่านะขนาดนั้นคือการทำงานศิลปะ แต่การจดบันทึกบนฝากำแพงของมนุษย์ยุคหินหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนางานในยุคต่างๆ

ก็มีส่วนของการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมมนุษย์จึงมีการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นวรรณกรรมผ่านทางการทำงานศิลปะปัจจุบันมา อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันก็มีการเรียนรู้การพัฒนาความเป็นอยู่หรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ

การเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถศึกษาได้ผ่านทางงานศิลปะโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มีความง่ายยิ่งขึ้นในการศึกษาเรื่องราวต่างๆผู้คนต่างๆมีการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเราจึงได้เห็นว่า

แต่ละยุคแต่สมัยที่มีการพัฒนาความรุ่งเรืองต่างๆเหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้นจากกับงานศิลปะ

เพราะผู้คนต่างๆมีการรับรู้เรื่องราวต่างๆมีการทำงานศิลปะจนมหาศาลยกตัวอย่างเช่นเครื่องปั้นดินเผาในยุคที่ ประเทศต่างๆน่าจะต่างๆได้มีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสงบทุกคนก็จะเริ่มมีการทำงานศิลปะเป็นจำนวนมากอย่างเครื่องปั้นดินเผาในประเทศต่างๆ ก็มีการผลิตเป็นจำนวนมหาศาลแสดงถึงความสุนทรีและรสนิยมของยุคนั้นจึงทำให้ แต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีการสร้างประติมากรรมหรือการสร้างสรรค์ผลงานเป็นจำนวนมาก

หุ่นรูปปั้นต่างๆก็ถูกปั้นเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อที่แสดงถึงความเชื่อความศรัทธาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของยุคสมัยต่างๆที่มีนักรบ เมื่อมีการทำคุณงามความดีหรือว่าลบชนะในส่วนต่างๆก็จะมีการปั้นประติมากรรมของวีรชนในยุคนั้นเพื่อแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามในส่วนของประติมากรรมหรือการสร้างสรรค์ผลงานก็มีการพัฒนาตลอดเวลาให้ผู้คนสามารถรับรู้ได้ว่าแต่ยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะ

การทำงานจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงแบบงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่มีการพัฒนา

นี่จึงเป็นส่วนสำคัญที่การสร้างสรรค์ผลงานแต่ละยุคสมัยจึงสามารถศึกษาประวัติศาสตร์รวมถึงกิจกรรมของมนุษย์ในยุคนั้นได้ งานศิลปะต่างๆที่ถูกสร้างออกมาทำให้ผู้คนมีการเรียนรู้เกี่ยวกับงานต่างๆหรือการพัฒนารูปแบบของงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ได้มีการพัฒนาการทำงานหรือสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอ

ขอผู้คนต่างๆมีการรับรู้เกี่ยวกับงานศิลปะเป็นจำนวนมากในการสร้างสรรค์หรือการบอกเล่าในยุคต่างๆซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น 

 

สนับสนุนโดย   เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ำ100

Categories
ศิลปะ

ความเข้าใจในงานศิลปะในยุคปัจจุบัน

ศิลปะคือการพัฒนาความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่มีความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา เพราะศิลปะคืออีกหนึ่งแขนงที่สร้างสุนทรียภาพให้กับมนุษย์เป็นเวลามากกว่าใช้งานที่มีใช้งานศิลปะในการทำงานต่างๆหรือการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ศาสนา หรือวัฒนธรรมต่างๆผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีความเข้าใจเกี่ยวกับงานศิลปะที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานหรือการใช้งานด้านต่างๆของราชพฤกษ์อะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่ยุคโบราณแล้วผู้คนมีการบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นการเขียนต่างๆ ศิลาจารึก หรือแม้แต่จะเป็นการใช้งานศิลปะต่างๆภาพวาดภาพเทียนหรืองานประติมากรรมต่างๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสื่อสารรูปแบบที่มีประสิทธิภาพได้

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานต่างๆมีความหมายที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมงานส่งต่อเกี่ยวกับรูปปั้นหรืองานแกะสลักต่างก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนสามารถเข้าใจได้ว่า งานศิลปะในยุคต่างๆคือการทำงานที่สื่อสารเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้คนในยุคต่างๆ

นี่เองเป็นส่วนที่ทำให้การศึกษาตัวของงานศิลปะโดยการพัฒนารูปแบบการทำงานอาการเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนสามารถเรียนรู้รูปแบบการทำงานหรือการพัฒนาทางด้านประวัติศาสตร์ ให้มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะมนุษย์มีความต้องการในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อนำมาพัฒนาในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้เอง ที่นี่กับแม้ตลอดเวลาทำให้ผู้คนมีการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน งานศิลปะต่างๆเพื่อถ่ายทอดทางการเมือง สังคม  รวมทั้งมีลักษณะการใช้ชีวิตต่างๆ โดยเฉพาะมนุษย์ในยุคนั้นก่อนที่มีลักษณะในการบันทึกที่ค่อนข้างหลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นการขูดขีดด้วยหิน การใช้เลือดสัตว์มาผสมดินในการป้ายกำแพงต่างๆการระบายสี สิ่งเหล่านี้เองคือการพัฒนาในยุคปัจจุบันผู้คนต่างๆจึงศึกษาเรื่องราวต่างๆโดยอาศัยศิลปะต่างๆเหล่านี้เพื่อเข้าใจรูปแบบงานศิลปะต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่รูปแบบของลักษณะงานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลง

เฉพาะการส่งต่อหรือเปล่าที่ให้มากที่สุดโดยการพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้จะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงงานต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การเผยแพร่แนวคิดหรือลักษณะในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและส่งผลที่ดีในการพัฒนางานทางด้านต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

นี่เองจะไม่สำคัญที่การเข้าใจงานศิลปะช่วยให้งานศิลปะมีคุณค่าที่เพิ่มขึ้นในการส่งต่องานต่างๆหรือการถ่ายทอดของศิลปินต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

Categories
ประวัติศาสตร์

Western Art ยุคหินเก่า

ศิลปะตะวันตก ศิลปะตะวันตกนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมายาวนานมากแล้ว โดยศิลปะในสมัยนั้นจะเป็นศิลปะในช่วงยุคก่อนประวัติศาตร์ และมีการแบ่งออกเป็นยุคหินเก่า ยุคหินกลางและยุคหินใหม่ ไล่เรียงกันไปตามลำดับ ซึ่งเวลาในช่วงตั้งแต่ยุคหินเก่านั้นก็มีอายุที่ยาวนานมากถึง 10,000ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งวิวัฒนาธนาการของมัษย์ในยุคหินทางฝั่งยุโรปนั้นจะมีความเจริญก้าวหน้าในด้านการเจริญเติบโตวิวัฒนาการต่างๆ รวดเร็วกว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคอื่นๆ 

สิ่งที่ทำให้รู้ว่ามีวิวัฒนาการที่รวดเร็วกว่านั้นก็คือ จากหลักฐานมีการค้นพบผลงานทางด้านศิลปะประติมากรรมที่มีความสำคัญอย่างมากและถือว่าผลงานชิ้นนื้เป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคหินทางแถวยุโรปนั้นมีการสร้างสรรค์ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งหลักฐานนี้นั้นก็คือรูปปั้นที่มีลักษณะเป็นรูปปั้นสตรีที่มีรูปร่างที่อุมดมสมบูรณ์คาดว่าเป็นการปั้นตามพิมพ์นิยมของสตรีในยุคนั้น

โดยรูปปั้นนี้ก็ถือว่าเป็นรูปปั้นที่ได้มีการบันทึกไว่ว่าเป็นประติมากรรมระดับโลกและเป็นรูปปั้นที่มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ของศิลปะด้วย นั้นก็คือรูปปั้นประติมากรรม วีนัสแห่งวีลเลนดอร์ฟ หือที่หลายคนอาจจะคุ้นชิ้นกันในชื่อ Venus Of Willendorf นั้นเอง

ซึ่งรูปปั้นนี้นั้นได้มีการค้นพบหลักฐานในประเทศออสเตรียมีการสันนิษฐานจากนักโบรารคดีว่า การสร้างรูปปั้นนี้ขึ้นมานั้นเพื่อไว้ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ เพราะในยุคก่อนก็อาจจะมีปัญาในเรื่องความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับในยุคปัจจุบัน การสร้างเครื่องรางของขลังขึ้นมานั้นก็เพื่อเป็นสิ่งที่ใช้ไว้เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในยุคหินเช่นเดียวกัน

ไม่เพียงการพบหลักฐนผลงานด้านประมาติมากรรมเท่านั้น ผลงานด้านจิตรกรรมก็เป็นสิ่งที่ถูกค้นพบด้วยเช่นกันและคาดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ในยุคหินนั้นได้มีการวร้างสรรค์ผลงานหรือเป็นการสร้างสรรค์เพื่อไว้ใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งในตอนนั้น โดยหลักฐานที่พบนั้นก็คือ ภาพวาดที่มีลักษณะการวาดที่เลียนแบบธรรมชาติหรือการวาดภาพเหมือนในสิ่งที่พบเห็นมานั่นเอง

ซึ่งหลักฐานภาพวานี้นั้นถูกค้นพบที่ผนังถ้ำอัลตามิรา เป็นถ้ำที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงจากการถูกค้นพบลักฐานทางด้านศิลปะอย่างมาก ไม่เพียงถ้ำอัลตามิราเท่านั้นที่ถูกค้นพบผลงานด้านจิตรกรรมแต่ยังมีถ้ำอย่างถ้ำลาสโคช์ ก็เป็นอีกถ้ำหนึ่งที่สำคัญในการค้นพบหลักฐานทางด้าศิลปะด้านจิตรกรรมเช่นกัน ซึ่งภาพวาดโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติและสิ่งที่ผู้วาดนั้น

พบเห็นและต้องการจะถ่ายทอดออกมาก็เพียงเท่านั้น ซึ่งถ้ำทั้งสองที่พบหลักฐานนั้นล้วนเป็นถ้ำที่มีที่ตั้งอยู่ระหว่างลุ่มแม่น้ำแถบประเทศฝรั่งเศสและประเทศสเปน ซึ่งการคาดเดาจากนักโบราณคดีกล่าวไว้ว่า สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวหรืออาจจะเป็นเพียงการวาดเพื่อความสวยงามเท่านั้นก็ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

Categories
ศิลปะ

เรียนศิลปะทำงานด้านไหนได้บ้าง

บางคนอาจจะคิดว่าการเรียนด้านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่เรียนแล้วอาจจะหางานทำได้ยาก แต่ในปัจจุบันนี้คนที่เรียนศิลปะนั้นหมดความกังวลในเรื่องการหางานทำได้เลย เพราะปัจุบันไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนจะต้องมีความเป็นศิลปะเข้ามาร่วมด้วยทั้งสิ้น ทำให้คนที่เรียนด้านศิลปะมานั้นมีอาชีพที่จะสามารถทำงานเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างแน่นอน

โดยอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานศิลปะนั้นก็มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งในอดีตอาชีพเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับมากนักแต่ในปัจจุบันและอนาคตบอกได้เลยว่าคนเรียนศิลปะและมีความรู้สามารถออกแบบสร้างสรรค์ผลงานได้นั้รอนาคตไกลแน่นอน เพราะไม่เพียงแต่การสนับสนุและเปิดกว้างในเรื่องศิลปะมากขึ้นแต่ผู้ที่ทำงานที่มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะนั้น

สามารถที่สร้างสรรค์จิตนาการและทำให้เกิดอาชีพที่เกี่ยวกับศิลปะที่แตกแยกออกมาอีหลากหลายอาชีพด้วยและอาชีพที่ในปัจจุบันที่ผุ้เรียนจบทางด้านศิลปะสามารถทำได้และเป็รอาชีพที่ค่อนข้างได้รับความนิมมากเลยทีเดียว

นักออกแบบ นักอกแบบไม่ได้จำกัดว่าจะต้องออกแบบสิ่งใดเพียงสิ่งหนึ่งเท่านั้น โดยคนที่มีความสามารถและเรียนจบด้านศิลปะมานั้นล้วนจะมีพื้นฐานในการออกแบบในด้านต่างๆ ทำให้ไม่ว่าจะเป็รอะไรผู้เรียนจบด้านศิลปะมานั้นก็จะต้องมีความสามารถในการออกแบบสิ่งต่างๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักออกแบบเฟอร์นอเจอร์ เป็นต้น ซึ่งอาชีพของนักออกแบบนั้นมีมากมาย ผู้ทำงานก็สามารถที่จะเลือกอาชีพนักออกแบบด้านใดด้านหนึ่งที่ตนเองนั้นถนัดที่สุด

สถาปนิค ถือว่าเป็นอาชีพที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการในปัจจุบันอย่างมาก สถาปานิคหรือคนออกแบบบ้าน รวมทั้งโครงสร้างบ้านด้าน อาชีพนี้ถือว่าอยู่ในอาชีพที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะมาด้วยเช่นกัน เพราะในการออกแบบโครงสร้างบ้านนั้นจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่ดีในการวาดเขียนนั่นเอง

โดยอาชีพสภชถาปนิคนั้นเป็นอาชีพที่ถือว่ามีความมั่นคงในระดับหนึ่งเพราะความรู้ที่สถาปริคมีนั้นไม่เพียงแต่ความรู้ด้านศิลปะเท่านั้นแต่ยังมีความรู้ในด้านอื่นๆเกี่ยวกับการสร้างย้านด้วยนั่นเองและถือว่าเป็นงานที่มีรายได้จากการทำงานในระดับที่ดีที่เดียว

ดีไซน์เนอร์ ก็เป็นนักออกแบบเช่นกัน แต่จะลงลึกไปในด้านการออกแบบเสิ้ผ้าเป็นส่วนใหญ่ โดยอาชีพนี้นั้นก็จะต้องใช้หลักการในการออกแบบทางศิลปะเช่นกัน ไม่เพียงแต่ศิลปะการออกแบบแต่ในสายอาชีพนี้จะต้องมีการเรียนรู้ศิลปะอื่นๆร่วมด้วย เช่นศิลปะการตัดเย็บ เป็นต้น และถือว่าอาชีพนี้ในปัจจุบันเป็นอาชีพที่ได้รับการนิยมในการทำงานและเป็รอาชีพที่ได้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน เพราะเป็นอาชีพที่ใช้ฝีมือนั่นเอง

Creative นักสร้างสรรค์ด้านโฆษณาและสร้างสรรค์ผลงานที่เน้นไปในทางที่ให้ความบันเทิง ถือว่าได้รับคามนิยมมากในยุคนี้เพราะปัจจุบันมีการผลิตในด้านสื่อบันเทองต่างๆมากมาย ทำให้ผู้เรียนจบทางด้านศิลปะนั้นสามารถที่จะมาทำงานในการเป็ร Creative ได้ เพราะสายงานนี้นั้นก็จะต้องเน้นผู้ที่มีความรู้ด้านศิลปะในการทำความเข้าใจ

และสร้างสรรค์ผลงานออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ชมมากที่สุด ดดยรายได้ค่าตอบแทนนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะการทำงานโดยส่วนใหญ่ของอาชีพนี้นั้นเป็นการสร้างสรรค์และคิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมา

 

 

สนับสนุนโดย   ดูบอล

Categories
ศิลปะ

ความลับภายใต้ภาพวาดของ Leonardo de vinci 1

ตำนานที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะมาพร้อมกับเรื่องลึกลับที่ซ่อนเร้นไว้อยู่เสมอ ไม่ต่างจากเรื่องของภาพวาดที่มีศิลปินผู้โด่งดังและมีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน อย่างลีโอนัลโด ดา วินชี จิตรกรที่เรานั้นรู้จักเขากันดีจากผลงานภาพวาดอย่างโมนาลิซ่าที่เป็นภาพวาดที่เรานั้นมักจะพบได้ทั่วไปทั่วทั้งโลก

เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็มักจะมีภาพวาดหรือรูปโมนาลิซ่าตกแต่งสถานที่ต่างๆอยู่เสมอ อย่างที่หลายๆคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาพวาดผลงานของเขานั้นมักจะเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นปริศนาและบางปริศนานั้นก็ทำได้แค่เพียงคาดเดาและไม่สามารถรู้ความจริงอย่างท่องแท้ในปริศนาบนภาพวาดต่างๆของเขาได้และภาพที่มีความลับซ่อนอยู่ภายใต้ผลงานที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ออกมานั้นก็มีมากมาย และภาพวาดที่สำคัญและถือว่าเป็นภาพวาดที่คนทั่วโลกให้ความสนใจในสิ่งที้ขานั้นวาดก็มีหลายภาพไม่ว่าจะเป็น

ภาพวาดอย่าง Salvator Mundi กับความผิดพลาด โดยภาพวาดนี้เป็นภาพวาดที่เป็นการสร้างสรรค์ภาพวาดพระเยซูถือลูกแก้วในมือแต่ถ้าหากสังเกตภาพวาดดีดีแล้วนั้นจะสังเกตได้ว่าลูกแก้วในมือพระเยซูนั้นไม่มีเงาหรือสิ่งที่สะท้อนในลูกแก้วแต่อย่างใด ซึ่งก็อาจจะเป็เพียงจินตนาการของลีโอนัลโด เด วินชี เพียงเท่านั้นก็ได้

จริงๆแล้วดาวินชีได้มีการเรียนวิชาด้านออฟติก เขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาพที่ถูกมองจากข้างหลังลูกแก้วนั้นจริงๆแล้วนั้นจะต้องไม่ออกมาเป็นแบบนี้ดังรูปวาด ซึ่งดาวินชีนั้นก็ไม่ได้มีการไขปริศนาให้แก่ผู้คนที่สนใจแต่อย่างใด จุงทำให้เรื่องนี้จึงกลายเป็นปริศนาอยู่มาจนถึงปัจจุบันและมีเพียงการคาดเดาไปต่างๆนานาเท่านั้น

ภาพวาดต่อมาเป็นภาพที่เชื่อว่าหลายๆคนนั้นจะต้องคุ้นตาเป็นอย่างดี นั่นก็คือภาพวาด The Last Supper ที่เป็นภาพวาดที่สื่อถึงอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูที่ได้มีการร่วมรับประทานอาหารกับเหล่าสาวกขงพระองค์ทั้ง 12 คนก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงไม้กางเขนนั่นเอง ซึ่งการสร้างสรรค์ภาพนี้ขึ้นมานั้น ดาวินชีได้ซ่อนเลร้นความลับสุดเซอร์ไพร์สไว้ในภาพวาดด้วย

โดยเขานั้นใช้เวลาในการวาดภาพมากถึง3ปีเลยทีเดียวกว่าที่ภาพนี้นั้นจะเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด มีหลายคนกล่าวว่า ภาพวาดนี้นั้นเป็นภาพวาดที่มีความเชื่อมโยงบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซูกับสาวกจูดาส จากเรื่องเล่าที่มีการเล่าต่อกันมานั้นบอกว่า ดาวินชีนั้นได้พบกับชายคนหนึ่งที่เป็นต้นแบบให้กับพระเยซูในโบสถ์แห่งหนึ่ง

โดยชายคนนั้นเป็นนักร้องประสานเสียงอยู่ที่โบสถ์แห่งนั้นนั่นเอง เมื่อดาวินชีนั้นได้วาดภาพจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ยังไม่สามารถที่จะหาคนมาแนต้นแบบของจูดาสได้ จนกระทั่งพบกับชายคนหนึ่งที่เมาและนอนอยู่ที่ริมน้ำ ดาวินชีจึงนำชายคนนั้นมาเป็นต้นแบบของจูดาสนั้นเองและได้ทราบในภายหลังว่าชายคนดังกล่าวเคยเป็นต้น

แบบของพระเยซูให้ดาวินชีเมื่อสามปีก่อนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก และด้วยความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดนั้นเมื่อมีการเปิดเผยความจริงบางอย่างขึ้นก็ทำให้ภาพวาดนี้นั้นกลับมาเป็นภาพวาดที่ได้รับความนิยมและเป็นภาพวาดที่หลายๆคนนั้นอยากจะชื่นชมสักครั้ง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

Categories
ศิลปะ

ผลงานศิลป์ของชาวกรีก ในยุคโบราณ

ศิลปะของชาวกรีกจะเน้นการถือมั่นในความจริง เชื่อในจิตวิญญาณและความสวยงามของมนุษย์ ซึ่งแตกต่างจากชาวอียิปต์ รวมทั้งชาวเมโสโปเตเมีย ที่ใช้ศิลปะไปในเรื่องของการบูชา เซ่นไหว้ หรือเกี่ยวกับศาสนา แต่ชาวกรีกนั้นจะมีศิลปะในเรื่องที่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ โดยมองว่าเป็นความดูดีแบบธรรมชาติดุจเหมือนกันกับเทือกเขา ต้นไม้ สายน้ำ

 

 

ด้วยเหตุนี้ ผลงานศิลป์ของกรีก จึงมีไอเดียและแรงบันดาลใจจากร่างกายของมนุษย์เป็นแบบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในสมัยนั้นผลงานศิลป์ของกรีกที่เด่นๆ จะมีเพียง งานประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม

  1. งานประติมากรรมจะนิยมประดิษฐ์ขึ้นให้เหมือนจริง (Realistic) โดยเฉพาะงานประติมากรรมสรีระของมนุษย์ ชาวกรีก นับว่ามีความสวยงามยิ่ง จึงนิยมปั้นและแกะสลักรูปคนที่ไม่มีการสวมใส่เสื้อผ้าไว้มาก งานประติมากรรมลอยตัวที่เป็นที่รู้จัก ยกตัวอย่างเช่น เทพีวีนัส (Venus) เทพอพอลโล (Apollo) 
  2. งานศิลป์ด้านสถาปัตยกรรม ในยุคแรกๆ จะนิยมเอาไม้มาเป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง สถาปัตยกรรมของกรีกจะมีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างไว้ใช้งานเป็นส่วนใหญ่  งานสถาปัตยกรรมภาษากรีกแบ่งตามลักษณะหัวเสา 3 แบบใหญ่ๆ คือ แบบดอริก (Doric) แบบไอโอนิก (Ionic) แบบคอรินเทียน (Corinthian) โดยงานสถาปัตยกรรมของกรีกที่สำคัญ เช่น วิหาร (โดยวิหารที่โด่งดังที่สุด คือ วิหารพาร์เธนอน) สนามกีฬา ห้องประชุม 
  3. ทางด้านจิตรกรรม กรีกไม่นิยมสร้างผลงานจิตรกรรม เพราะจิตรกรรมไม่อาจจะถ่ายทอดให้มีลักษณะที่จริงได้ด้วยเหตุนี้ งานจิตรกรรมจะออกมาในลักษณะของการตกแต่ง ยกตัวอย่างเช่น รูปภาพตามฝาผนังหรือบนภาชนะต่างๆ เรื่องราวที่เอามาเขียนส่วนมากจะเกิดจากเรื่องเล่า จิตรกรรมกรีกที่รู้จักกันดีก็เห็นได้จากลวดลายสีสันที่อยู่บนผิวแจกัน 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนจึงมีผลงานจิตรกรรมที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับรูปเรขาคณิต มีความง่ายๆ  สีที่ใช้ได้แก่ สีดิน เป็นการเอาสีดำออกน้ำตาลมาวาดในรูปแบบต่างๆ ลงบนผิวของแจกันที่เป็นสีน้ำตาลอมแดงอยู่แล้ว บางครั้งก็มีสีขาว รวมทั้งสีอื่นๆร่วมด้วย เช่น หากต้องการให้รูปร่างที่จะวาดเป็นสีดำ ก็จะระบายแจกันทั้งหมดเป็นสีแดง

หรือระบายเฉพาะส่วนที่ต้องการวาดให้เป็นสีแดงและวาดรูปร่างอื่นๆ ด้วยสีดำ  ต่อมาในพุทธศักราชที่ 1 มีรูปแบบงานจิตรกรรมใหม่ ซึ่งก็คงเรียกว่าใหม่ได้ไม่เต็มปากนัก เพราะแค่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งสี โดยใช้สีดำออกน้ำตาลลงเป็นพื้นหลัง และวาดรูปลักษณะอื่นๆ ที่ต้องการด้วยสีส้มแดง 

งานศิลปะของกรีกในยุคโบราณนั้น เป็นไปด้วยความเรียบง่าย และพัฒนาเป็นความสวยงามหรูหราขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันยังคงเป็นที่นิยมอยู่ และเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชมเสมอ

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

Categories
ตำนาน

ภูเขาของหมีกับตำนานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

ภูเขาของหมีนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า bear rock สถานที่ท่องเที่ยวในนั้นตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสิ่งที่ทำให้มันนั้นมีความโดดเด่นและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็เพราะว่ารอบๆภูเขานั้นกลับมีลายเส้นประหลาดประหลาดที่ดูเหมือนรอยข่วนซึ่งมีอยู่รอบภูเขาแห่งนี้ทั้งหมดโดยที่ที่นี่นั่นก็มีตำนานเรื่องของต้นกำเนิดรอยขีดข่วนมีเช่นเดียวกัน

โดยในตำนานนั้นมีเรื่องราวอยู่ว่ามีหญิงสาวที่เป็นหญิงสาวอายุประมาณ 20 ต้นๆพวกเธอนั้นมีด้วยกันมากถึง 7 คนโดยเป็นพี่น้องกันซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันมานานโดยวันหนึ่งพวกเธอนั้นตัดสินใจที่จะเดินทางเข้าไปเก็บผลไม้ซึ่งอยู่กลางป่า โดยหลังจากนั้นพวกเธอก็ได้เตรียมตะกร้าใบหลังจากนั้นก็เดินทางเข้าป่าไปหลังจากที่เก็บผลไม้ทั้งหมดใส่ตระกร้าพวกเธอก็พักอยู่ตรงริมแม่น้ำแห่งหนึ่งแล้ว

ก็วิ่งเล่นกันตรงนั้นบางคนก็ว่ายน้ำเล่นกินน้ำพักผ่อนสักพักแล้วค่อยเดินทางกลับบ้านอีกครั้งอยู่ๆพวกเธอก็ได้ยินเสียงคำรามมหึมาและเมื่อหันไปทางด้านหลังพวกเธอก็เห็นกับฝูงหมีตัวใหญ่ยักษ์กำลังวิ่งมาทางพวกเธอพยายามที่จะตามพวกเธอและไล่ล่าพวกเธอเท่านั้นเองคือช่วงเวลาที่พวกเธอนั้นตกใจเป็นอย่างมากเธอนั้นก็ได้ทำการรีบวิ่งขึ้นไปที่ก้อนหินขนาดใหญ่ยักษ์พวกเธอนั้นพยายามปีนขึ้นไปแม้ว่าจะยากลำบากเพียงใดแต่ด้วยความกลัวตายพวกเธอจึงรีบปีนขึ้นอย่างสุดชีวิตเมื่อปีนขึ้นไปจนถึงยอดของก้อนหิน

ซึ่งมีความสูงมันอย่างมากเรามีก็ไม่สามารถที่จะปีนขึ้นมาได้พวกมันจึงพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาโดยใช้กรงเล็บขวดเต็มไปหมดทำให้มีร่องรอยของรอยข่วนเต็มไปหมดรอบๆของภูเขาแห่งนี้โดยพบเธอนั้นก็มีความกลัวเป็นอย่างมากพวกเธอนั้นไม่ว่าจะอยู่ตรงนั้นนานเป็นชั่วโมงมากเพียงใดเรามีก็ยังคงที่จะไม่เลิกราจากการคิดที่จะฆ่าพวกเธอมันยังคงตะเกียกตะกายพยายามจะขึ้นมาที่ภูเขานั้นให้ได้โดยสุดท้ายพวกเธอเองนั้นก็หวังเพียงแค่ว่าจะต้องขอร้องกับเทพเจ้าแล้วเท่านั้นเธอจึงได้ทำการ บนบานขอร้องกับเทพเจ้าว่าถ้าปล่อยพวกเธอให้รอดไปได้นั้น

พวกเธอก็จะกลับเข้ามาในป่าพร้อมกับของเซ่นไหว้มากมายด้วยความที่เมื่อเทวดาและเหล่านางฟ้าของป่าได้ยินเสียงการขอร้องของกลุ่มเด็กสาวทั้ง 7 พวกเขานั้นจึงได้มีความเวทนาสงสารจึงได้ทำการเสกให้เรามีนั้นออกไปจากตรงนั้นเมื่อเด็กๆเห็นว่าข้างล่างตอนนี้นั้นปลอดภัยแล้วพวกเธอจึงได้ทำการวิ่งลงมาและกลับบ้านไป 1 วันต่อมาพวกเธอก็กลับมาพร้อมกับของเซ่นไหว้มากมาย

เป็นการ ตอบแทนแต่พวกเธอนั้นก็จำเป็นที่จะต้องปีนขึ้นไปที่ก้อนหินนั้นอีกครั้งเนื่องจากคราวนี้ก็มีเจ้าหมีตัวเดิมของเดิมวิ่งมาไล่ล่าพวกเธออีกครั้งโดยช่วงเวลานั้นเองเทวดาและเหล่านางฟ้าจะได้ทำการเสียงที่เธอนั้นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ากลายเป็นดาว 7 ดวงซึ่งก็หมายถึงดาวลูกไก่ของต่างประเทศนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย   บาคาร่าบิกินี่

Categories
ศิลปะ

ศิลปะสามารถใช้กับงานด้านใดได้บ้าง

ศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันและเป็นสิ่งที่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ความเป็นศิลปะนั้นก็ยังคงอยู่แต่ก็จะมีการพัฒนาเพื่อให้ศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ดีขึ้นและสามารถนำมาใช้เพื่อการสร้างสรรค์ที่ดีและมีคุณภาพมากขึ้นนั่นเอง ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่สามารถนำเขามาร่วมใช้หรือผสมผสานกับสิ่งต่างๆรอบตัวเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเราทุกคนก็ล้วนจะต้องเคยเรียนวิชาที่เกี่ยวกับศิลปะมาด้วยกันทั้งนั้นและรวมถึงการทำงาน ถือว่าศิลปะเข้ามามีบทบาทมากกว่าการเรียนด้วยซ้ำแพราะการทำงานมีมากมายหลายประเภทมากกว่าการเรียนนั่นเอง มาดูกันว่าศิลปะนั้นสามารถที่จะนำไปผสมผสานและสร้างสรรค์เกี่ยวกับงานด้านใดได้บ้าง 

ต้องบอกเลยว่าศิลปะเป็นสิ่งที่มีการแผงตัวอยู่ในการทำงานแทปทุกประเภทแต่บางประเภทนั้นก็แสดงออกถึงความเป็นศิลปะอออกมาอย่างชัดเจน และบางประเภทก็ไม่ได้มีการแสดงออกถึงการใช้ศิลปะอย่างชัดเจนด้วย ดังนั้นการที่เราจะสามารถรู้ได้ว่าการทำงานแบบไหนมีสิ่งที่เป็นศิลปะซ่อนอยู่หรือมีศิลปะเกี่ยวข้องในการทำงานก็คือการสังเกตนั่นเอง เป็นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นทราบว่างานด้านใดบ้างจำเป็นจะต้องมีศิลปะนั่นเอง

งานที่เห็นได้ชัดเลยว่ามีศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องก็คืองานออกแบบ ดีไซน์ต่างๆ และการออกแบบนี้นั้นพูดถึงการออกแบบโดยรวมไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอะไรล้วนก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีการใช้ศิลปะต่างเข้ามาเพื่อผสมผสานให้เกิดชิ้นงานขึ้นมานั่นเอง งานด้านนี้นั้นจึงถอเป็งานที่มีการแสดงการใช้ศิลปะในการทำงานออกมาได้อย่างชัดเจและเห็นได้ชัดและศิลปะก็ถือว่าเป็นสิ่งท่ำเป็นต่องานประเภทนี้ด้วย ผู้ที่ทำงานประเภทนี้จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศิลปะเป็นอย่างดี เพราะความรู้ด้านศิลปะจะช่วยให้งานด้านนี้นั้นออกมาดีและมีคุณภาพ

งานด้านการพูด ก็เป็นการสร้างสรรค์โยใช้ศิลปะคำพดในพูดเพื่อโน้มน้างนั่นเอง เพราะคำว่าศิลปะนั้นได้ม้จำกัดแค่ว่าการวาดรูป การปั้นและการออกแบเท่านั้น แต่รวมไปถึงศิลปะการพูด การแสดงออกด้วย การพูดที่สามารถทำให้ผู้ฟังนั้นคล้ายตามและมีจินตนาการไปกับคำพูดเหล่านี้ได้นั้นก็นับว่าเป็นศิลปะชิ้นหนึ่งที่ผู้พูดจะต้องสร้างสรรค์ตกแต่งคำพูดของตัวเองนั้นออกมาสวยงามเพื่อให้ผู้ฟังได้ฟังและค้าอยตาม เหมือนการดูงานศิลปะการวาดการปั้นเป็นต้น การพูดจึงถือเป็นการแสดงออกถึงศิลปะอย่างชัดเจนเช่นกัน

นักดนตรี สิลปะกับดนตรีเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นรู้กันอย่างดีว่าเป็นสิงสิ่งที่สามารถเชื่อมถึงกันไดถึงแม้งานด้านดนตรีจะไม่ได้มีการแสดงออกถึงศิลปะอย่างชัดเจนมากนักแต่การเล่นนั้นไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าในการเล่น การจินตนาการ การสร้างสรรค์ผลงานด้านเพลงนั้นก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าศิลปะที่นักดนตรีจะต้องมีการถ่ายทอดออกมาจากอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาการที่ตนเองนั้นมีด้วยเช่นกัน ดังนั้นงานด้านดนตรีก็เป็นงานอีกด้านหนึ่งที่จะต้องใช้ความเป็นศิลปะเข้ามาช่วยเพื่อผสมผสานให้เกิดความสวบงามทางด้านดนตรีมากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

Categories
ตำนาน

ความน่ากลัวของวิญญาณที่อยู่ในหมู่บ้านลัดดาแลนด์จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

หากใครเคยได้ชมภาพยนตร์เกี่ยวกับเรื่องของลัดดาแลนด์ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ประชาชนได้ดูกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะรู้ว่าที่จริงแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่จริงในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเจ้าของพื้นที่ที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมาชื่อว่าคุณนาย  ลัดดา  ด้วยเธอเป็นมหาเศรษฐีของจังหวัดเชียงใหม่คนหนึ่งเธอมีแนวความคิดอยากจะสร้างหมู่บ้านสำหรับที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่เป็นมหาเศรษฐี

โดยเฉพาะจึงได้ลงทุนสร้างหมู่บ้านขนาดใหญ่ทวีขึ้นมาและแน่นอนด้วยว่าด้วยสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติของจังหวัดเชียงใหม่จึงทำให้มีคนสนใจที่จะมาซื้อหมู่บ้านแห่งนี้กันเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามเมื่อหมู่บ้านนี้สร้างเสร็จและมีคนเข้าไปอยู่ก็เกิดเรื่องราวน่าหวาดกลัวเกิดขึ้นเมื่อมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นเจ้าของเป็นชาวต่างชาติเนื่องจากว่าเขาซื้อเอาไว้เพื่อจะเอามาเที่ยวที่เชียงใหม่เฉพาะช่วงวันหยุดปลายปีเท่านั้นปกติแล้วเขาอยู่ที่ต่างประเทศและจะเดินทางมาเที่ยวที่เมืองไทยแค่ปีละครั้งจึงได้มีการจ้างคนงานเอาไว้ 1 คน

ซึ่งเป็นคนงานผู้หญิงชาวพม่าเธอจะมีหน้าที่เฝ้าบ้านและทำความสะอาดบ้านและเรื่องราวน่ากลัวก็เกิดขึ้นในวันหนึ่งเมื่อมีขโมยขึ้นบ้านหลังดังกล่าวแล้วสาวใช้ชาวพม่าลงมาพบขโมยกำลังขโมยของอยู่พอดีเธอจึงได้ถูกขโมยนั้นฆ่าตายและนำศพไปทิ้งไว้ในตู้เย็นหวังจะอำพรางคดีหลังจากนั้นขโมยก็ได้หนีไปซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้คนในหมู่บ้านไม่มีใครรู้ว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นทุกคนยังคงใช้ชีวิตตามปกติจนเวลาผ่านไปหลายวันเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันนั้นได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากบ้านหลังดังกล่าวแต่ทุกคนก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากว่าในทุกๆวันนั้น

เพื่อนบ้านก็ยังคงเห็นหญิงสาวชาวพม่านั้นเดินไปเดินมาอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวและบางวันในช่วงเวลาหัวค่ำก็ยังเห็นว่าหญิงสาวชาวพม่านั้นยังคงออกมารดน้ำต้นไม้รวมถึงกวาดบริเวณหน้าบ้านเหมือนกับไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากกลิ่นเหม็นที่รุนแรงขึ้นทุกวันทำให้เพื่อนบ้านหลังหนึ่งเกิดอาการทนไม่ไหวจึงได้เดินไปที่หน้าบ้านของหญิงพม่าคนดังกล่าวในช่วงเวลาหัวค่ำพร้อมกับตะโกนบอกให้หญิงชาวพม่าทราบว่าให้ตรวจสอบบ้านของตนเองเนื่องจากว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าอาจจะมีหนึ่งตายอยู่ในบ้านก็ได้

และเมื่อหญิงพม่าหันมาทำให้เพื่อนบ้านนั้นต้องตกตะลึงเพราะหน้าของเธอนั้นมีแต่ใบหน้าที่เละ ด้วยความตกใจเพื่อนบ้านจึงได้วิ่งกลับบ้านพร้อมกับโทรแจ้งให้เข้าถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบด้านหลังกล่าวจึงทำให้รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีคนถูกฆาตกรรมและถูกฆ่าศพนำไปทิ้งไว้ในตู้เย็นนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผู้คนต่างก็พากันหวาดกลัวจนมีบ้านหลายหลังที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุนั้นพากันย้ายออกไปและนี่เป็นอีกหนึ่งคนความน่ากลัวของเรื่องเล่าหมู่บ้านลัดดาแลนด์ที่จังหวัดเชียงใหม่

 

 

ขอขอบคุณ  ae sexy  ที่ให้การสนับสนุน

Categories
ตำนาน

ตำนานถ้ำนาคาจังหวัดบึงกาฬ

         สำหรับถ้ำนาคาที่จังหวัดบึงกาฬนี้กำลังเป็นที่นิยมและกล่าวถึงกันเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อผนังของหินในถ้ำจากเดินที่เป็นผนังเรียบๆนั้นกลายเป็นลักษณะของหินก้อนเล็กๆต่อเรียงกันมองดูแล้วคล้ายกับเกร็ดของงูยักษ์หรือว่าเกร็ดของพญานาคซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่านี่คือถ้ำของพญานาคและที่สำคัญลักษณะของตัวท่านนั้นจะมีลักษณะโค้งงอคล้ายๆกับลำตัวของพญานาคพันกันอยู่ 2 ตัวรวมถึงยังมีเกร็ดขึ้นตามผนังถ้ำจึงทำให้ยิ่งมีความเชื่อว่าท่านดังกล่าวนั้นคือพญานาคที่ถูกสาปให้เป็นหินนั่นเองโดยตำนานเล่าขานของธนาคารนั้น

เกิดขึ้นมีมาแต่ช้านานโดยคนเฒ่าคนแก่นั้นมักจะเล่าให้ลูกหลานฟังเกี่ยวกับเรื่องของตำนานซึ่งตำนานของถ้ำนาคาเองก็เกิดขึ้นโดยมีเรื่องเล่าว่างานนี้มีมาเป็นหมื่นปีแล้วซึ่งตอนนั้นมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าชั้นดาวดึงส์ถูกสั่งให้ลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์โดยถูกอยากให้มาเป็นพญานาคอาศัยอยู่ใต้บาดาลอีกทีหนึ่งซึ่งพญานาคตนนั้นชาวบ้านเชื่อกันว่าคือปู่อือลือนั่นเอง

ซึ่งหลังจากที่ปู่อือลือ ลงมาเป็นพญานาคอยู่ที่ใต้บาดาลนั้นท่านก็มีบริวารมากมายหลายตัวโดยพวกพญานาคนั้นจะเอาสายอยู่ตรงบริเวณใต้บาดาลซึ่งปัจจุบันนี้เราเรียกว่าบึงของหลงหรือว่าจังหวัดบึงกาฬนั่นเองแต่เนื่องจากว่าในสมัยโบราณนั้นการที่คนและพญานาคอยู่ร่วมกันนั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้และเกิดปรากฏการณ์คนและพญานาคนั้นรักใคร่ชอบพอกันพญานาคมักจะมีการแปลงกายมาเป็นมนุษย์และมาอยู่กับหญิงสาวทำให้พญานาคปู่อือลือซึ่งทราบเรื่องแล้วเกิดความไม่พอใจโดยพญานาคปู่อือลือไม่อยากให้คนและพญานาคนั้นอยู่ร่วมกันไม่ต้องการให้แบ่งพญานาค

ก็อยู่ใต้เมืองบาดาลส่วนคนนั้นก็อยู่ด้านบนและด้วยความที่พญานาคปู่อือลือโมโหเป็นอย่างมากนั่นเองท่านจึงได้ทำการบริวารที่เป็นพญานาคของท่านให้แข็งกลายเป็นหินโดยตอนที่ สาปนั้นพญานาคที่โดนสาบมีการกลายร่างเป็นพญานาคเรียบร้อยแล้วพอถูกสาปกลายเป็นหินจึงกลายเป็นพญานาคที่แข็งเป็นหินซึ่งมีลำตัวขนาดใหญ่มาก และยังมีพญานาคส่วนอื่นที่ถูกสาปเช่นเดียวกันกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของเมืองบึงกาฬโดยพญานาคปู่อือลือหวังจะให้เห็นพญานาคเหล่านั้นคอยปกป้องคุ้มครองภัยให้กับเหล่ามนุษย์และมีการแก้ไขคำสาปนี้ได้ด้วยการที่รอให้เมืองบึงกาฬนั้น

มีความเจริญรุ่งเรืองและเมื่อนั้นคำสาปก็จะคลายพญานาคที่แข็งเป็นหินก็จะเริ่มกลายร่างปรากฏการณ์ให้คนได้เห็นได้ซึ่งในที่สุดปัจจุบันนี้ถ้าหากใครไปเที่ยวถ้ำนาคามักจะเห็นว่าผนังถ้ำนั้นมีลักษณะคล้ายกับงูขนาดใหญ่หรือแม้แต่ตัวพญานาคมีการขดพันกันอยู่ 2 ตัวและบริเวณผนังถ้ำนั้นก็มีลักษณะคล้ายเหมือนเพชรพญานาคหรือไฟล์เพชรหนูนั่นเองเพราะหลังจากที่เมืองบึงกาฬถูกเปลี่ยนให้มาเป็นจังหวัดบึงกาฬชาวบ้านก็พบเห็นความแปลกประหลาดนี้ซึ่งนั่นก็คือแสดงว่าคำสาปของพญานาคปู่อือลือ กำลังคลายลงแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy