Categories
ตำนาน

National Gallery   หอศิลป์แห่งชาติ

หอศิลป์แห่งชาติ  ลอนดอน  ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 1824  และสถานที่ที่ใช้งานการก่อสร้างก็คือ แถวจัตุรัสทราฟัลการ์ กรุงลอนดอน  ถือเป็นหอศิลป์ที่มีผู้เข้าชมเป็นอันดับต้นๆของโลก

เพื่อจัดแสดงผลงานภาพเขียนระดับมาสเตอร์พีซตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 13 จนถึงศตวรรษที่ 19 มีผลงานที่โดดเด่นและดึงดูดผู้ชมจากทั่วโลกและหนึ่งในนั้นเป็นภาพเขียนของแวนโก๊ะที่เขียนขึ้นในปี 1888 ชื่อ sunflower ที่โด่งดังเป็นอย่างมาก

       แม้หอศิลป์ แห่งนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลและรัฐบาลอังกฤษเพียงแค่ช่วยซื้อภาพเขียน 38 ภาพมาจัดแสดงตอนเริ่มต้นเท่านั้น

หลังจากนั้นหอศิลป์แห่งนี้ก็ดำเนินการเองโดยใช้การบริจาคเป็นส่วนใหญ่ที่สำคัญนั้นขอเส้นทางนี้มีการเปิดให้เข้าชมได้ฟรีตลอดปี

      สำหรับที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะและเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่  สาเหตุนั้นก็เพราะว่าที่นี่นั้นมีความสมบูรณ์ในเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรมจิตรกรรมต่างๆที่นำมาจัดแสดงไว้ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว

จะเป็นผลงานของชาวยุโรปและเมื่อใดก็ตามที่มีคนที่มีความรู้และชื่นชอบผลงานด้านศิลปะมาทำการชมผลงานในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเห็นได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นมักจะยกย่องผลงานและชื่นชมผลงานของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่นำผลงานมาจัดแสดงไว้

      อย่างไรก็ตามที่หอศิลป์แห่งชาติแห่งนี้ไม่ได้มีการนำผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาแสดงเพียงเท่านั้นแต่ที่นี่ยังมีการนำ Collection ของบรรดานักศึกษาในโรงเรียนอิตาเลียน

รวมถึงบรรดาคณาจารย์ชาวดัตช์ที่รังสรรค์ผลงานที่มีความสวยงามและโดดเด่นมาทำการเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อีกด้วยซึ่งผลงานต่างๆเหล่านั้นจะเป็นผลงานในยุคศตวรรษที่ 15 และ 16 นั้นเอง 

      ด้วยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความใหญ่โตมโหฬารและเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์ความเป็นงาผลงานด้านศิลปะทั้งหลายทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดสนใจของบรรดานักท่องเที่ยวหรือเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เดินทางมาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งที่นี่จะมีการถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศอังกฤษให้ผู้ที่สนใจผลงานด้านศิลปะได้ทราบเรื่องราวผ่านทางผลงานนั้นเอง

         นอกจากนี้ที่นี่ยังกลายเป็นศูนย์รวมของข้อมูลคดีเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์และยังเป็นศูนย์รวมด้านอารยธรรมต่างๆซึ่งถ้าหากว่าใครที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะและชื่นชอบประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆวัฒนธรรมต่างๆก็สามารถมาศึกษาข้อมูลได้ที่หอศิลป์แห่งชาติแห่งนี้

สำหรับการมาเที่ยวที่นี่นั้นนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้ามาเที่ยวได้ตั้งแต่ 10:00 น เป็นต้นไปและจะปิดให้บริการในช่วง 18:00 น ยกเว้นเฉพาะวันศุกร์เท่านั้นที่จะเปิดให้บริการจนถึง 21:00 น 

 

สนับสนุนโดย.  ดาวน์โหลดแอพ UFABET

 

Categories
ตำนาน

ไขปริศนาอียิปต์โบราณ กับ เทพเจ้าอียิปต์โบราณ

ปัญหาไอยคุปต์มีมนต์ขลังตลอด ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะผ่านมากี่หลายพันปี แม้ว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่จะก้าวไกลไปมากสักแค่ไหน แต่ว่าความลึกลับของดินแดนอียิปต์โบราณที่ลุ่มน้ำไนล์

ก็ยังไม่ถูกเผยออกเสียเลย หลายความเชื่อถือรวมทั้งเรื่องเล่ายังคงถูกส่งต่อ ไม่กระจ่าง แล้วก็บ้างก็ยังมิได้รับการไขคำตอบ เหมือนกับ

ตำนานที่ ทวยเทพอียิปต์โบราณ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโลกขึ้นแล้วก็การปกครองโลกหลังจากการตายลง

จากตำนาน เทพเจ้าอียิปต์โบราณ นั้นมีความเห็นว่า เทพเจ้าแปลงลงมายังโลกนี้คลับคล้ายกับความศรัทธาของฮินดูแบบคนอินเดีย ยกตัวอย่างเช่น “เทพโอซิริส” แปลงลงมาเป็นมนุษย์รวมทั้งเป็นกษัตริย์ดูแลอียิปต์จนกระทั่งเจริญก้าวหน้าสุขสบาย

แม้กระนั้นถูก “เทพเซต” น้องชายขี้ริษยาทำเล่ห์เหลี่ยมฆ่าแล้วก็ตามไปหั่นศพทิ้งไว้ทั่วทั้งอียิปต์ ส่วนเทพองค์ท้ายที่สุดที่แปลงมาเป็นมนุษย์ดูแลอียิปต์เป็น “เทพฮอรัส”

ซึ่งทำศึกช้านานกับ “เทพเซต” เพื่อที่จะทำการกู้อาณาจักรอียิปต์ แล้วก็หลังจบยุครุ่งโรจน์ของเทพฮอรัส บรรดาทวยเทพเทวดาก็ปลดปล่อยให้มนุษย์ดูแลอียิปต์กันเอง

เทพีไอซิส (Isis)

เป็นเทพีผู้คุ้มครองกษัตริย์อียิปต์แล้วก็พระบุตรชาย “ฮอรัส”เปรียบได้ดั่งเทพีแห่งมารดาผู้มีพลังสำหรับการบำบัดรักษา

เป็นธิดาของเทพรา มเหสีเทพโอซิริส ซึ่งในอียิปต์นั้นได้มีความเชื่อในเรื่องของเทพแปลงกลายมาดูแลโลกมนุษย์ โดยเทพีไอซิส แปลงมาเป็นมนุษย์และก็เป็นน้องสาวแท้ๆของเทพโอซิริสในรูปมนุษย์ ทั้งสองครอบครองคู่กันดูแลอาณาจักรอียิปต์เจริญก้าวหน้า และก็มีพระโอรสเป็น เทพฮอรัส ผู้เป็นเทพแปลงกลายมาเหมือนกัน

เทพเจ้าอนูบิส (Anubis) 

ต้อนรับคนตายแล้วก็คุ้มครองป้องกันร่างกายไม่ให้เน่า เป็นเทพองค์แรกที่มนุษย์จะได้เจอหลังจากได้เสียชีวิตลง

แต่ก่อนอนูบิสเป็นเทพที่เกี่ยวข้องในเรื่องการตายเฉพาะในส่วนของฟาโรห์เพียงแค่นั้น ถัดมาก็เลยเป็นเทพที่ดูแลที่โลกหลังความตายของชาวไอยคุปต์ทั่วไปด้วย แล้วก็ในรูปภาพสลักเกี่ยวกับกระบวนการทำมัมมี่ก็ชอบมีรูปเทวดาอนูบิสเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดองศพทำมัมมี่

แต่ว่าที่จริงแล้วหน้าที่หลักของเทพอนูบิส เป็นการต้อนรับคนตาย ไปสู่โลกหลังความตาย

แล้วก็การรักษาศพไม่ให้เน่า ก่อนจะส่งต่อร่างนั้นให้เทพไอซิส ที่จะทำการจะพาร่างผู้ตายนั่งเรือผ่านแม่น้ำไปสู่ดินแดนมรณะ เพื่อเจอกับเทพเจ้าโอซิริส ผู้พิพากษาว่าวิญญาณของผู้ใดจะขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ภาพวาดเทพอนูบิสมักจะมีการพอเจออยู่ในรูปภาพวาดเล่าชีวิตข้างหลังความตาย อีกทั้งในหลุมฝังศพของฟาโรห์ ที่หุบผากษัตริย์ รวมทั้งในรูปภาพวาดบนกระดาษปาปิรุส

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  จีคลับ คาสิโน

Categories
ประวัติศาสตร์

อีลอนมัสก์ กับประวัติการศึกษา 

       อีลอนมัสก์ กับประวัติการศึกษา     เชื่อว่าหากพูดถึงชื่ออีลอนมัสก์  คุณคงรู้จักผู้ชายคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเขามีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในตอนนี้   อีลอนมัสก์ คือชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นไอรอนแมนที่มีอยู่ในชีวิต 

สำหรับชีวิตในวัยเด็กของ อีลอนมัสก์ นั้นเขาค่อนข้างเป็นคนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ว่ากันว่าตอนเป็นเด็กเขาคือหนอนหนังสืออย่างแท้จริง ในวัยเด็กนั้นเขาเป็นคนที่ชื่นชอบและจริงจังกับการอ่านหนังสือมากๆ บ่อยครั้งที่ครอบครัวของเขาออกไปซื้อของข้างนอกบ้านแล้วพบว่าอีนางหายตัวไปซึ่งพวกเขาก็สามารถตามตัวได้ตามร้านขายหนังสือ

      ในทำนองเดียวกันทุกๆวันหลังเลิกเรียนตอน 14:00 น จะไปคลุกตัวอยู่ที่ร้านหนังสือหรือไม่ก็ไปอยู่ตามห้องสมุดจนถึง 18:00 น เขาจริงจังกับการอ่านหนังสือแทบทุกหมวดหมู่ดังแต่การ์ตูนนิยายสารคดีหนังสือวิทยาศาสตร์และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งหนึ่งในหนังสือที่เขาชื่นชอบก็คือ theoretical กาแล็กซี่ที่ว่าด้วยเรื่องของการท่องอวกาศซึ่งก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในชีวิตของเขา

    โดยที่ อีลอนมัสก์  เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็ได้อ่านหนังสือที่มีอยู่ในร้านและในห้องสมุดจนหมดแล้วจนต้องขอให้บรรณารักษ์สั่งซื้อมาเพิ่มเพื่อที่เขาจะได้อ่านมันและด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างเก็บตัวใช้ชีวิตอยู่กับหนังสือ

และมีบุคลิกที่ร่วมง่ามทำให้เขาดูแปลกในสายตาของเด็กวัยเดียวกันนั้นจึงทำให้เขาเป็นคนที่แท้ไม่มีเพื่อนเลยแต่ถึงอย่างนั้นคุณพ่อของอีร้อนก็มักจะพาเข้าไปที่ไซต์งานก่อสร้างเสมอเสมอ

ซึ่งมันก็ได้ทำให้เขาสนุกไปกับการที่ได้รู้ว่าสิ่งต่างๆนั้นถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร 

    เมื่ออีลอนมัสก์  เติบโตขึ้นเขายังคงเป็นบุคคลที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเรียนมากที่สุด เพราะจากประวัติของ อีลอนมัสก์   จะเห็นได้ว่า อีลอนมัสก์   มาจากครอบครัวที่พ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่เขายังเป็นเด็กโดยที่เขาอาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 ปีก่อน

ที่จะย้ายไปอยู่กับคุณพ่อที่แต่งงานใหม่และเมื่อตอนที่เขามีอายุได้ 17 ปีเขาก็ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดาและเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Queen แต่เขาก็เรียนอยู่ที่นี่ได้เพียงแค่ 2 ปีเขาก็ได้ลาออกไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียแทนแล้ว

เรียนจบปริญญาตรีพร้อมกันถึง 2 ใบนั้นก็คือในสาขาเศรษฐศาสตร์และสาขาฟิสิกส์จากนั้นในปี 1995 ก่อนก็ได้ไปศึกษาต่อปริญญาเอกในสาขาวัสดุศาสตร์และฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแต่หลังจากที่เขาเรียนได้เพียงแค่ 2 วันเขาก็ตัดสินใจลาออกแล้วออกไปตั้งบริษัทเป็นของตัวเอก 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  จีคลับ เล่นออนไลน์

Categories
ประเพณี - ตำนาน

การพรางตัวเรือดำน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

การพรางตัวเรือดำน้ำ ซึ่งวันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับเรือรบในสงครามโลกมาฝากกันอีก ในสงครามโลกโดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่1เราจะได้เห็นเรือรบขนาดต่างๆ 

ต่างก็ทาสีลายทางสลับขาวดำบ้างสลับสีอื่นบ้างไม่ว่าจะเป็นเรือพิฆาตเรือประจัญบานหรือแม้หระทั่งเรือบรรทุกเครื่องบินก็ตามทำไมพวกเขาต้องทาสีแบบนี้กันด้วย

เหตุผลนั่นก็คือการพรางตัวนั่นเองหลายคนคงสงสัยกันแล้วว่ามันพรางตัวยังไงทาสีแบบนี้ยิ่งทาสียิ่งเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นอีกไม่ใช่หรอเดี๋ยววันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆกันว่าเหตุผลของการพรางตัวแบบนี้มันมีประโยชน์อย่างไงบ้าง

ซึ่งถ้าให้พูดถึงเรื่องของการพรางตัวมันก็มีมานานมากแล้วในประวัติศาสตร์สงครามจนมาถึงในยุคปัจจุบันก็จะคุ้นชชินกับการพรางตัวใช้สีตามสภาพแวดล้อมถ้าเกิดรบในทะเลทรายพวกเขาก็จะใช้ลายพรางทะเลทรายถ้าเกิดพวกเขารบกันในป่าก็จะเป็นสีเขียวพรางป่าไป

แต่สำหรับการใช้บนเรือรบในสงครามโลกครั้งที่1ได้มีการที่จะพยายามพรางสีในตอนแรกพวกเขาไม่ได้จะทาให้เป็นสีทางแบบนี้ พวกเขาได้ใช้สีครามทะเลสีเทาเข้มและสีน้ำเงินทาไปยังตัวเรือเพื่อที่จะทำให้สีของเรือกลืนเหมือนกับทะเลหรือท้องฟ้า

โดยในวิธีนี้มันก็พอจะมีประสิทธิภาพบางอยู่แต่ก็จะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะคิดภาพตามจริงๆสีของทะเลแต่ละที่นั้นมันไม่ได้เหมือนกันและรวมไปถึงอีกหนึ่งปัจจัยหนึ่งด้วยก็คือแสงตกกระทบของพระอาทิตย์ลงมายงท้องทะเลมันก็ทำให้สีทะเลเปลี่ยนที่เรียกว่าเปลี่ยนมันเปลี่ยนไปทั้งหมดจากสีครามเป็นสีฟ้าได้เลย

ดังนั้นสีท้องทะเลตรงนี้แหละมันจะทำให้สีที่พรางตัวจองเรือที่ทาเอาไว้แล้วมันไม่ตรงกับสภาพแวดล้อมในตอนนี้ โดยกองทัพเรืออังกฤษก็ได้มองตรงนี้ว่ามันเป็นปัญหาเพราะในตอนนั้นกองเรือของอังกฤษไม่ว่าจะเป็นเรือรบกำลังเผชิญปัญหาหนัก

เรืออูโบทของเยอรมนีหรือเรือดำน้ำนี่แหละซึ่งมันมีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่1แล้ว ซึ่งภายในของเรือดำน้ำมันร้ายแรงมากๆเลยเพราะเราจะไม่สามารถเห็นมันได้เลยเราจะเห็นมันได้ก็ต่อเมื่อตอนที่มันขึ้นมาสู่ผิวน้ำเท่านั้นในยุคที่ยังไม่มีเรดาร์ในสงครามโลกครั้งที่1ยังไม่มีเรดาร์ติดเรือ

เรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ของกองทัพเรืออังกฤษเลยจากการที่กองทัพได้วิเคราะห์ดูแล้วยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางหนีรอดเรือดำน้ำได้ยังไงพวกเขาก็ต้องถูกพบเจออยู่ดีเขาเลยเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาก็คือถ้าถูกพบเจอไม่เป็นไรแต่ว่าทำยังไงจะไม่ให้ถูกพวกมันโจมตี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

Categories
ประวัติศาสตร์

เรื่องจริงเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง

เรื่องจริงเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง คุณคงรู้จักสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสงครามครั้งใหญ่ที่สุดและเป็นความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกและเราจะพาคุณไปพบกับเรื่องจริงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน 

อันดับที่แรก ก่อนเกิดสงคราม นี่ก็เป็นผลที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1จากเยอรมนีและชาติที่แพ้สงคราม พวกเขาคิดว่าสนธิสัญญาแวร์ซายไม่เป็นธรรมและมันได้ทำให้พวกเขานั้นเสียเปรียบมากเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของอดอล์ฟฮิตเลอร์ ที่เป็นผู้นำของเยอรมนีในตอนนั้น 

ซึ่งเขาต้องการที่จะยกเลิกสนธิสัญญาตรงนี้ทิ้งไปโดยมีผู้นำของอิตาลีและญี่ปุ่นได้เห็นดีเห็นงามด้วยพวกเขาต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมจึงทำให้สถานการณ์โลกในตอนนั้นมีการแบ่งขั้วอำนาจเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายอักษะที่เน้นเผด็จการทหาร และชาตินิยม นำโดยประเทศเยอรมนีอิตาลี และญี่ปุ่น 

ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็คือฝ่ายสัมพันธมิตร พวกเขาจะเน้นประชาธิปไตยและเสรีนิยมนำโดยสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียตสหภาพอาณาจักร และฝรั่งเศสโดยสถานการณ์ ในตอนนั้นค่อนข้างที่จะตึงเครียด แต่ก็ไม่มีคนกลางคนไหนที่จะสามารถสะสางปัญหานี้ได้ 

อันดับที่ สอง จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ในปี 1939 อดอล์ฟฮิตเลอร์ได้สั่งให้กองกำลังทหารบุกโปแลนด์การปลูกนี้ทำให้ขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามฝรั่งเศสและอังกฤษไม่พอใจพวกเขาจึงประกาศสงครามกับเยอรมนีเป็นเหตุที่ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ซึ่งในช่วงเวลานั้นกองกำลังทหารเยอรมันนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากไม่ว่าจะบุกไปที่ไหนก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้ จนในช่วงเวลาปี 1939 ถึง 1942 พวกเขาสามารถมีใช้ในยุโรปตะวันตกได้เกือบทั้งหมดยกเว้นสหราชอาณาจักรเท่านั้น

ในส่วนของญี่ปุ่นเองก็เริ่มก่อความวุ่นวายในเอเชียเช่นกันจนเรียกได้ว่าสถานการณ์โลกในตอนนั้นมีแต่ความวุ่นวายและได้มีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก แต่ทว่าในปี 1945 ในที่สุดสงครามก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อสหภาพโซเวียตสามารถเข้ายึดครองเมืองเบอร์ลินได้สำเร็จในขณะที่สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูสาวญี่ปุ่นจึงมีการประกาศยอมแพ้ 

นอกจากนี้สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้สิ้นสุดลงอมย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคมปี 1945 ด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรนั่นเอง

อันดับที่ สาม เกือบได้ทำพลูโตเนียม ในปี 1943 ทางเยอรมันนี้ได้บุกไปที่นอร์เวย์และได้เข้ายึดครองโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งเอาไว้และโรงไฟฟ้าแห่งนี้สามารถผลิตมวลน้ำหนักในปริมาณมากซึ่งมันเป็นส่วนสำคัญที่นำไปใช้ผลิตปิโตรเลียมได้ 

โดยผู้ตัวนี้ที่ว่าไปมันสามารถนำไปใช้สร้างระเบิดปรมาณูได้อีกและเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ทางนอร์เวย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพวกเขาก็ได้ส่งกองกำลังพิเศษ 11 นาย แอบเข้าไปวางระเบิดที่ฐานของโรงไฟฟ้าจึงสามารถระเบิดโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้สำเร็จ 

จึงไม่สามารถทำให้ทางเยอรมันนีสามารถนำเอาน้ำมนต์หนักไปผลิตปิโตรเลียมได้และกองกำลังพิเศษทั้ง 11 นายก็สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet เว็บไหนดี

Categories
ตำนาน

ตำนานพระเจ้าบุเรงนอง

โดยมุมมองของพม่าสำหรับใครหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเขาเป็นตัวร้ายตลอดกาลเลยซึ่งจริงๆแล้วพม่าเขาอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นกับไทบก็ได้

ทว่ามีหนึ่งในกษัตริย์องค์หนึ่งของพม่าที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าท่านยิ่งใหญ่ถึงขนาดบ้านเราเองยังได้แต่งเพลงให้กับพระองค์เลยนั่นก็คือ พระเจ้าบุเรงนอง

ที่ในยุคของพระองค์ก็ได้ไปตีเอาหัวเมืองต่างๆจนขยายแผ่นดินไปกว้างไกลจนกระทั่งได้ฉายาว่าผู้ชนะสิบทิศมาครอง

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าผู้ชนะสิบทิศมันมีทิศไหนกันบ้างนั่นก็คือ เหนือ ใต้ ออก ตก เฉียงใต้ เฉียงเหนือ ซึ่งรวมๆแล้วมันก็มีแค่เพียง8ทิศใช่ไหมแล้ว

อีก2ทิศที่เหลือเคยสงสัยหรือไม่ว่ามันคือทิศอะไรก็ต้องบอกว่าให้เราเงยหน้าขึ้นไปมองขึ้นกับก้มลงมาข้างล่างใช่คนสมัยก่อนเขาเทียบว่าพระเจ้าบุเรงนองท่านเก่งมีชัยเหนือฟ้าสวรรค์บาดาล 

ซึ่งมันจะเป็นจริงขนาดไหนเรามาเริ่มในชีวิตตอนเด็กของพระองค์กันก่อนเลยชีวิตในวัยเด็กของพระเจ้าบุเรงนองก็มีที่มาหลายฉบับเลยตั้งแต่ที่มีการบันทึกอยู่จริงๆจนไปถึงการเล่าแปลกๆทั้งสองแบบนี้

มันเป็นเรื่องที่มันต่างกันไปโดยสิ้นเชิงเลยแล้วเชื่อหรือไม่ว่าไอแบบที่คนรู้จักมากกว่าหรือว่าเชื่อกันมากกว่ามันเป็นตำนานที่มีอภินิหารเยอะไปหมด

โดยเป็นเพราะว่ามนุษย์อย่างเราก็จะชอบอะไรที่มันเป็นตำนานมากกว่าอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ที่จืด ตำนานมีอยู่ว่าแต่เดิมทีพ่อแม่ของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านเป็นคนมีอาชีพทำไร่ชาวสวนธรรมดาที่ทำหน้าที่ในการปีนต้นตาลแล้วก็เอาลูกตาลลงมาขายเลี้ยงชีพ

แต่ทว่าทั้งสองบิดามารดาโชคดีมีบุตรที่มีบุญมาเกิดนั่นก็คือพระเจ้าบุเรงนองนั่นเองแต่ตอนแรกพระเจ้าบุเรงนองไม่ได้ชื่อบุเรงนองมีอีกชื่ออันนี้ก็ไม่ทราบสาเหตุมันได้มาจากเรื่องเล่าเรื่องนึงที่บอกว่าตอนที่ท่านเกิดพ่อแม่ท่านก็ว่างท่านเอาไว้กับพื้นแล้วทำงานต่อ

ในตอนที่ไม่ได้ดูอะไรอยู่นั่นเองก็มีปลวกจากไหนไม่รู้มารุมตอมพระเจ้าบุเรงนองน้อยเต็มเลยแล้วปลวกไม่กัดตัวบุเรงนองด้วยเขาก็เลยเห็นว่านี่มันอาจจะเป็นสัญญาณของคนที่มีบุญมาเกิด

โดยเขาทั้งสองก็เชื่อไปตามนั้นแล้วมันก็จะมีเรื่องที่มายืนยันความมีบุญญาธิการของบุเรงนองต่อไปอีกคือในเวลาต่อมาพ่อแม่ออกไปทำงานเอาบุเรงนองนอนวางหลบแดดใต้ต้นตาลเพื่อให้เงาบังแสงอาทิตย์เสร็จแล้วขึ้นไปบนต้นตาล

แต่ทว่าคงจะทำนานไปหน่อยพระอาทิตย์มันได้เริ่มเปลี่ยนทิศเงาของต้นตาลที่มันบังออยู่ก็เริ่มเคลื่อนออกไปทีนี่มีงูตัวนึงเลื้อยมามาแพ่แม่เบี้ยเป็นเงาบังบุเรงนองเอาไว้พ่อแม่มาเห็นตกใจงูนั้นไม่ทำอะไรบุเรงนองเลยสักนิดเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

Categories
ตำนาน

การกำเนิดของยักษ์ทศกัณฐ์

ซึ่ง “นนทก” พึ่งได้นิ้วเพชรมาได้ไม่นาน“นนทก”ก็ได้ใช้นิ้วเพชรฆ่าเทดาไปหลานองค์เลยเมื่อเทวดาองค์อื่นๆได้เห็นความร้ายกาจของนิ้วเพชรแล้วก็มีความรู้สึกกลัวนิ้วเพชรของ “นนทก” เป็นอย่างมากเลย

ทำให้“นนทก” เกิดความลำพองใจเพราไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานนิ้วเพชรของตนได้จึงนึกรองดีไปทำร้ายเทวดาตนอื่นๆจนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วสวรรค์

เมื่อเหล่าเทวดาทนไม่ไหวก็ได้รวมพลไปทูลต่อ “พระอิศวร” ให้ช่วยจัดการ “นนทก” ให้หายซ่าสักที

พอเมื่อ “พระอิศวร” ทราบเรื่องก็ได้มีรับสั่งให้ “พระนารายณ์” มาปราบ “นนทก” พอ “พระนารายณ์” ได้รับมอบหมายงานที่สำคัญนี้ก็คิดหนักว่าจะหาทางเข้าถึงตัว “นนทก” ได้อย่างไง

เพราถ้าหากว่า “นนทก” ยังมีนิ้วเพชรอยู่เพียงแค่“นนทก”มองเห็น “พระนารายณ์” ก็อาจจะใช้นิ้วเพชรชี้มายังตนเองแล้วก็ทำให้ตายไปได้ง่ายๆดังนั้น “พระนารายณ์” จึงได้แปลงกายเป็น “นางอัปสร” โดยมีรูปที่สวยงดงามมากเพื่อที่จะได้จัดการ “นนทก” และได้ไปดักรออยู่ในป่า

ซึ่งทางฝ่ายยักษ์ “นนทก” ผู้เหมเกอมเมือได้มองเห็น“นางอัปสร”ก็หลงไหลก็อยากจะเข้าไปเกี้ยวพาราสีจึงได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับ“นางอัปสร”โดยไม่รู้ว่าเป็นร่างอวตารของ “พระนารายณ์”

และ“นางอัปสร”ก็แสดงความยิ่งดีที่“นนทก”ต้องการที่จะเข้ามาผูกมิตรด้วยแล้วก็ได้ทำการอ้อน“นนทก”ไปว่าเราก็เป็นแค่นางรำถ้าหากปรารถนาอย่างจะมีคู่คู่ของเราก็จะต้องรำได้เช่นเดียวกับเรา

นอกจากนี้ “นนทก” ได้ยินก็หลงกล “พระนารายณ์” และได้ตอบรับคำไปอย่างง่ายดายหลังจากนั้น “นางอัปสร”ก็เริ่มรำและได้บอกให้ “นนทก” นั้นทำตามไปทุกท่าและไม่ว่าจะเป็นท่ารำใดๆก็ตาม“นนทก”ก็ได้ทำตามไปทั้งหมดด้วยความหลงไหลจนกระทั่งมาถึงท่าท่านาคาม้วนหางวน

โดยจะเป็นท่าที่จะต้องใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าขาและ“นนทก”ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะกำลังเพลินกับการรำจึงเผลอชี้ไปที่ขาตนเองพอนิ้วเพชรชี้ไปที่ขาก็ทำให้“นนทก”ล้มไปทันที

เนื่องจากโดนอิฐฤทธิ์ของนิ้วเพชรตนเองเข้าไปและทันใดนั้นเอง“นางอัปสร”แสนสวยก็ได้กลายมาเป็น “พระนารายณ์” ขึ้นมาเหยียบร่างของ “นนทก”

เมื่อยักษ์“นนทก”ได้เห็นร่างที่แท้จริงของ “นางอัปสร” ว่าคือ “พระนารายณ์” ก็ได้ร้องถาม “พระนารายณ์”ว่าเพราะอะไรทำไม“พระนารายณ์”จึงต้องมาฆ่าตนด้วย

“พระนารายณ์”ก็ตอบไปว่าเพราะความผิดของ“นนทก”ใช้นิ้วเพชรตามใจชอบที่ไปไล่ฆ่าเทวดาโดยพลการทำให้“พระอิศวร”จำเป็นจะต้องรับสั่งให้“พระนารายณ์”มาจัดการ

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

Categories
ตำนาน

ตำนานของไทยที่ฝรั่งได้พูดถึงกันเยอะมาที่สุดในอินเตอร์เน็ต

สำหรับภายในประเทศไทยได้มีเรื่องที่ขึ้นชื่อว่าผีดุดอยู่เยอะแยะมากมายเลยถ้าจะให้ถามฝรั่งว่าถนนที่ไหนที่พวกคุณคิดถึงกันมากที่สุดเลยก็คือก็น่าจะเป็น ตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ 

ซึ่งมันก็ได้เป็นตึกที่มีขนาดใหญ่และมีความสูงเป็นอย่างมากที่ตั้งอยู่ใจหลางกรุงเทพมหานครเลยด้วยความสูงกว่า49ชั้น

ในอดีตที่ผ่านมาโครงการสร้างอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นในปี1990ด้วยความสูงกว่า47ชั้นชั้ใต้ดินอีก2ชั้นรวมเป็น49ชั้นกับห้องที่มีทั้งหมด600ห้อง

โดยโครงการตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ได้รับการออกแบบและได้มีการพัฒนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณสถาปนิกชื่อดังและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยรวมแล้ว

โครงการตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งอีก3ปีต่อมาผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ก็ได้ถูกจับกุมในข้อหาวางแผนฆาตกรรมอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและอดีตประฐานศาลฎีกา

นอกจากนี้แผนการดังกล่าวนี้ไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่ามือปืนนั้นได้ถูกจับไปเสียก่อนก่อนที่จะซักทอดผู้ว่าจ้างในเวลาต่อมาและได้ทำให้โครงการดังกล่าวก็ต้องยุติลงไป

ถ้าแม้ว่าจะสำเร็จไปแล้วกว่า80%จนกระทั่งในอีก7ปีต่อมาสภาวะวิกฤตต้มยำก็งก็ได้ทำให้โครงการนี้ได้หายไปแบบเหงาจนถึงในปัจจุบันนี้

เนื่องจากนี้ในภายหลังจากที่โครงการสาธรยูนีคทาวเวอร์ ได้ยุติลงไปแล้วอยู่ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับการฆารตกรรมที่มีคนเข้ามาฆ่าตัวตายในสถานที่ดังกล่าวว่าได้มีการพบเห็นวิญญาณมากมายด้วยกัน

ว่ากันว่าได้มีวัยรุ่นเข้าไปลองของก่อนที่พวกเขานั้นจะผลัดตกลงมาหรือในบางที่ได้พูดกันว่าโครงการดังกล่าวได้สร้างทับสุสานร้างและในปี2014ที่ผ่านมานี้มีการพบศพชาวต่างชาติสวีเดนได้เข้ามาแขวนคอตาย

ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังได้เป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติรู้จักกันดีบนโลกอินเตอร์เน็ตที่อยากจะเข้าไปพิสูจน์ความจริงว่าสถานที่แห่งนี้มันได้เป็นจริงอย่างที่ผู้คนต่างๆเขาได้ลือกัน

หรือไม่เราไม่รู้ว่าในตอนนี้มันสามารถที่จะเข้าไปได้หรือเปล่าเพราะว่าภายในบริเวณนั้นมันเต็มไปด้วยความอันตรายหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับสภาพของตัวตึกเองดีไม่ดีตึกก็อาจจะถล่มลงมาได้

เพราะฉะนั้นแล้วสถานที่แห่งนี้ในปัจจุบันเขายังไม่อนุญาติให้เข้าไปภายใมนบริเวณนั้นแล้วเพราะด้วยหลายๆปัจจัยหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับตัวตึกเพราะว่ามีสภาพที่ไม่ค่อนจะดีเท่าไรเลยปิดไม่ให้เข้าแก่พวกที่จะเข้ามาลองดีหรือเข้ามาถ่ายรูปเอาวิวสวยๆเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมาอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

Categories
ตำนาน

เปรตหัวลำโพงมีจริงบนโลกเราหรือเปล่าหรือเป็นเรื่องแต่งขึ้นมากันเอง?

สำหรับข้อมูลของThe Siren Headนั้นเขาได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าเมื่อเดือน ก.ค.ปี1995ก็ได้มีรายงานจากทีมงานกู้ภัยว่า เปรตหัวลำโพง ได้ไปพบเจอชายคนหนึ่งที่อยู่ในป่า Acanthus,USAในประเทศสหรัฐอเมริกา

ในสภาพที่พวกเขาพบเจอเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายบอบช้ำมากเหมือนกับถูกทำร้ายร่างกายมาอย่างรุนแรงและจากการสอบถามความเป็นมาของชายคนนี้เขาสรุปใจความได้ว่า

โดยเขาได้เป็นนักเดินป่าที่ชอบในการเดินป่ามากและในวันนี้พวกเขาก็ได้นักกับเพื่อนๆเพื่อที่จะมาท่องเที่ยวและมาสำรวจป่าแห่งนี้กันและในตอนแรกพวกเขาก็ได้เดินสำรวจป่ากันไปเรื่อยๆ

ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรประหลาดๆแต่อยู่ดีพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ยินเสียงประหลาดแผ่ออกมาจากรอบๆตัวเขาและพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เดินต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาต้นตอของเสียงเหล่านั้น

ซึ่งหลังจากที่พวกเขานั้นเดินไปเรื่อยๆผู้ชายคนนี้ที่ได้ถูกพบเจอเขาได้หันกลับมาอีกทีเขาก็ได้ดพบว่าเพื่อนของเขานั้นได้หายกันไปทีละคนจนสุดท้ายเขานั้นได้เหลือเพียงตัวคนเดียว

ในป่าแห่งนั้นนั่นเองและในเวลานั้นเองคนๆนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องทำยังไงเขาก็เลยเดินป่าต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาเพื่อนของพวกเขา

เนื่องจากนี้หลังจากที่เขานั้นเดินหาเพื่อนเขาไปเรื่อยๆเขาก็ได้ยินเสียงเพื่อนของเขาร้องโหยหวนออกมาอย่างดังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาต้นตอของเสียงเหล่านั้นปรากฏว่าหลังจากที่เขานั้นวิ่งเข้าไปจนเจอต้นตอของเสียงสิ่งที่เขานั้นพบเจอจริงๆแล้ว

ไม่ใช่เพื่อนของพวกเขาแต่มันกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่มีรูปร่างใหญ่โตกว่าต้นไม้และมีหัวเป็นลำโพงที่ส่งเสียงเพื่อนของเขขาอยู่นั่นเอง

นอกจากนี้มันก็เลยทำให้เขานั้นตกใจมากจนทำให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นรู้ตัวว่ายังมีคนหลงเหลืออยู่และหลังจากนั้นชายคนนี้ก็ได้รีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

และในขณะที่เขากำลังวิ่งอยู่เขาก็ได้หันกลับมาปรากฏว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตหัวลำโพงตัวนั้นได้ไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็วจนสุดท้ายเขาก็ได้หมดสติไปและฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ท่ามกลางกู้ภัยและมีรอยบอบช้ำเต็มร่างกายนั่นเอง

ดังนั้นตรงจุดนี้มันน่าสงสัยมากว่ารอยบอบช้ำเหล่านั้นมันได้มาจากไหนและเพื่อนของเขาเหล่านั้นได้หายไปไหนกันแน่และตรงนี้มันก็ได้เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับคำบอกเล่าเกี่ยวกับการพบเจอ

และข้อมูลที่น่าสนใจที่คิดว่ามันน่าจะเป้ฯเรื่องจริงเกี่ยวกับการพบเจอเจ้าเปรตหัวลำโพงหรือเจ้าThe Siren Headนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฟรีสปิน

Categories
ตำนาน

Chupacrabaมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือไม่?

ซึ่งหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมาปรากฏว่าเราไปได้ข้อมูลมาเพิ่มอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือในอดีตที่ผ่านมาเคยได้มีคนอ้างว่าเขานั้นได้พบเจอกับChupacrabaตัวเป็นและได้ทำการไล่ล่ามันพร้อมกับสังหารฆ่ามันและฝังซากศพของมันเอาไว้ที่หลังบ้านอีกด้วย Chupacrabaมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือ

สำหรับเหตุการณืตรงนี้ผู้ที่เขาได้พบเจอเขาได้อ้างว่าในลักษณะที่เขาได้ค้นพบเจอในตตอนนั้นคือสิ่งมีชีวิตตัวนี้เขากำลังดูดเลือดแพะที่เขากำลังเลี้ยงเอาไว้อยู่เขาเลยไปนำเอาปืนขึ้นมาและได้ทำการยิงเข้าไปในสิ่งที่มีชีวิตตัวนั้นจนมันบาดเจ็บและล้มตายไปนั่นเอง

โดยหลังจากนั้นเขาก็ได้เอสิ่งมีชีวิตตัวนี้ไปฝังที่บ้านและได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆให้เข้ามาทำการตรวจสอบว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสอบจริงๆผลที่ออกมานั่นก็คือเจ้าสิ่งมีชีวิต

ตัวนั้นมันเป็นเพียงหมาป่าคาโยตี้ที่มีลักษณะขี้เรื้อนเพียงเท่านั้นไม่ได้เป็นChupacrabaหรือสิ่งมีชีวิตสายพันธ์ใหม่แม้แต่อย่างดเลย

สิ่งเหตุการณืดังกล่าวมันได้มีการเผยแพร่ออกไปคนก็คิดว่ามันก็คงเป็นหมาป่าคาโยตี้ที่เป็นหมาขี้เรื้อนเท่านั้นคงไม่ได้มีอะไรและเหตุการณ์ก็คงจะจบแต่เพียงเท่านั้น

แต่เหตุการณ์แปลกๆมันก็ยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้เพราะว่าเหตุการณ์แปลกๆมันยังเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าประมาณสองถึงสามครั้ง

นอกจากนี้ก็ยังได้มีคนได้พบเจอChupacrabaเพิ่มเติมขึ้นมาอีกโดยข้อมูลเพิ่มเติมตรงนี้เขาได้บันทึกเอาไว้เมื่อประมาณเดือนมีนาคมปี1995เขาได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ว่าครั้งนั่นเหตุการณ์มันได้เกิดขึ้น

ในเขตของปอเตอร์ริโก้เช่นเดิมโดยมีอยู่วันหนึ่งได้มีชาวบ้านท่านหนึ่งเขาได้ไปตรวจสอบฟาร์มสัตว์ที่เขาได้เลี้ยงเอาไว้ในตอนเวลากลางคืน

ดังนั้นเขาก็ได้พบกับสิ่งที่มันมีชีวิตตัวประหลาดที่กำลังจะยืนค่อมและดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงของเขาเอาไว้เขาด้วยความที่ตกใจและเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นเขาเลยได้ตะโกออกมาอย่างดังจนทำให้สิ่งมีชีวิตตัวนั้นหันกลับมาพร้อมกับเสียงขู่เล็กน้อยก่อนที่สิ่งมีชีวิตัวนั้นจะกระโดดหนีเข้าไปในป่า

ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้เป็นที่เรื่องลือกันในตอนนั้นมากเพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ตรงนี้ไปปรากฏว่ามันก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้อีกหลายครั้งและชาวบ้านแต่ละคนเจอลักษณะคล้ายกันหมดเลยบางทีรุนแรงถึงขั้นที่ว่าเคยมีคนเลี้ยงกระต่ายเอาไว้เป็นฟาร์ม

และกระต่ายเหล่านั้นถูกจับเอาไว้ในกรงแต่สภาพที่เขาเห็นในตอนเช้านั่นก็คือกรงกระต่ายของเขาได้พังและกระต่ายที่เลี้ยงเอาไว้ได้ตายหมดพร้อมทั้งมีเคี้ยวจนอยู่ในตัวของกระต่ายอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สมัคร sbobet โดยตรง