ตำนานโบราณของอียิปต์

ตำนานสร้างโลกของอียิปต์โบราณ เล่าว่า

แรกเริ่มเดิมที่โลกใบนี้มีแต่ความโอมานของแล้วเทพเจ้าและฟาโรห์ก็ได้นำพาระเบียบหรือมะอัดมาขับไล่ความโอมานให้ได้ออกไปจากพื้นแผ่นดินนั้นจึงได้เป็นหน้าที่ของฟาโรห์ที่จะต้องปกป้องดูแลประชาชนและได้ทำพิธีบูชาเทพเจ้าและอีกหนึ่งภระกิจสำคัญในการดำรงเอาไว้ขึ้นมาอัดก็คือในการขยายดินแดนชาวไอนุเชื่อว่าจะมีเพียงแผ่นดินของอียิปต์เท่านั้นที่ไม่ไร้ระเบียบห่วงออกไปจากดินแดนของพวกเขาหรือบรดาอาณาจักรอื่นล้วนเป็นความโอมานทั้งสิ้นนั้นก็คืต้องทำให้ฟาโรห์นั้น ต้องออกรบกับต่างถิ่นเพื่อแย้งชิงทั้งดินแดนและทรัพยากรและยังเป็นการดำรงไว้ซึ่งมาอัดนั่นเองโดยหน้าประวัติศาสตร์ อียิปต์โบราณได้ปรากฏฟาโรห์ยอกนักรบอยู่มากมายส่วนใหญ่นั้นจะอยู่แถวราชอาณษจักรใหม่ประมาณ1550 ถึง 1069ปี ก่อนคริสตกาลซึ่งจะมีใครบ้างนั้นมาดูกันเลย

ฟาโรห์ที่มีพรนามว่า Ahmose

  เรารู้จักฟาโรห์พระองค์นี้ดีในสถานะผู้ขับไล่ชนเผ่าฮิกซอสที่เข้ามารุกรามอียิปต์ในช่วงรอยต่อระยะที่สองให้ออกไปจาก อาณาจักรและสถาปนาอียิปต์โบราณในยุคราชอาณาจักรใหม่ขึ้นมาในช่วงประมาณ1550ปีก่อนคริสตกาลนักอียิปต์วิทยาทราบถึงความสามารถทางการทหารฟาโรห์อาโมสจากสุสานของขุนนางในสมัยของพระองค์ที่มีชื่อคล้ายกันว่า Ahmose son of lbana ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองเรือที่รับใช้ฟาโรห์มาหลายรัฐกาลนายทหารอาโมสบอกเราว่าเขสนั้นได้ออกรบเคียง บ่าเคียงไหล่กับฟาโรห์อาโมสในขณะที่บันทึกอีกชิ้นหนึ่งนั้นระบุว่าพระองค์ได้นำทัพทหารถึง480000นายขึ้นไปทางทิศ เหนือไปล้อมที่กรุงอวาริสอันเป็นเมืองหลวงของชนเผ่าฮิกซอสในแถบสามเหลี่ยมในแถบแม่น้ำไนล์จนทำให้พวกฮิกซอสนั้นจะต้องถอนออกไปไปที่สุด

ฟาโรห์ที่มีพรนามว่า Ramses ที่3 

ฟาโรห์องค์นี้ปกครองอยู่เหนือราชวงที่20ในช่วงประมาณ1180ปีก่อนคริสตกาลความสามารถในทางด้านการรบฟาโรห์ Ramses ที่3ได้ปรากฏอยู่บนผนังวิหารประกอบพิธีศพของพระองค์ที่ Medinet Habu ในเมืองธีบส์ฝั่งตะวันตกสงครามครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในสมัยของฟาโรห์ Ramses ที่3คือสงครามกับชนเผ่าที่มีชื่อว่าชาวทะเลและเป็นที่ทราบกันดีว่ากองเรือของอียิปต์นั้นอ่อนประสบการณ์จึงไม่ค่อยจะแข็งแกร่งเท่าไหร่นักฟาโรห์ Ramses ที่3ก็ได้ทราบความจริงข้อนี้ดี เรื่องราวโดยทั่วไปเกี่ยวกับประวัติไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประเทศอะไรก็ตาม หากเรานั้นมีเรื่องราวให้อ่านเท่ากับว่าเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประเทศใดๆ เรานั้นควรศึกษาเพื่อเป็นแนวทางและความรู้ของที่มาตลอดไป