ศิลปะความอยู่รอดของคนยุคเก่า

ศิลปะความอยู่รอดของคนยุคเก่ามีดังนี้

ศิลปะในยุคหินมีการขุดค้นพบของนักประวัติศาสตร์หลายคนแสดงถึงอารยธรรมเก่าแก่การล่าสัตว์การเก็บของเก่าหรือแม้แต่การแสดงสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อให้คนที่มาในรุ่นหลังได้เห็นว่ายุคก่อนหน้านี้มีอะไรเกิดขึ้นมากมายโดยการจดบันทึกของเขาจะเป็นรูปร่างลักษณะโดยใช้สีจากธรรมชาติในการบันทึกเพื่อให้ง่ายต่อการจดบันทึกเขามักจะจดที่ก้อนหินขนาดใหญ่เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นหรือแม้แต่จะเป็นกำแพงผนังของถ้ำที่อยู่อาศัยในขณะนั้นหากย้อนไปประมาณหลายหมื่นปีการจดบันทึกต่างๆไม่มีการคิดค้นตัวอักษรใดๆทั้งสิ้น

เพียงแต่รูปร่างสัตว์ที่เราเห็นด้วยตาเปล่าและจินตนาการภาพผ่านลงบนผิวผนังก้อนหินและสิ่งต่างๆสีที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดในก็คือสีจากดินเป็นสีจากดินสีแดงที่มีลักษณะสำคัญคือการผสมเลือดของสัตว์เพื่อให้สีมีความเข้มข้นขึ้นบวกกับดินจะทำให้ลักษณะชัดเจนมีความสวยงามในยุคนั้นๆและที่สำคัญที่นักประวัติศาสตร์หลายคนมีความตกตะลึง

ถ่ายทอดมาถึงปัจจุบันมีความคมชัดอยู่ในระดับหนึ่งแสดงว่าสิ่งที่เขาใช้มาตลอดมีความเข้มข้นเป็นอย่างมากเมื่อผ่านกาลเวลาหลายหมื่นปีมาแล้วจะตกทอดให้คนรุ่นหลังได้เห็นความสวยงามของสิ่งที่เรียกว่าศิลปะในยุคเก่ารูปภาพต่างๆที่แสดงวิถีชีวิตของคนในยุคนั้นการล่าสัตว์การประดิษฐ์สิ่งของต่างๆเพื่อใช้เพิ่มความสะดวกสบายในส่วนนั้นๆอะไรเป็นวิวัฒนาการสำคัญที่ทำให้แบ่งแยกกลุ่มนักล่ากับกลุ่มผู้ถูกล่ามนุษย์เป็นกลุ่มผู้ล่าตั้งแต่นานมาแล้วด้วย

การสมัยแรกใช้กระดูกของสัตว์ที่มีความแข็งเช่นกระดูกต้นขา

เพื่อใช้ทุบตีสิ่งของต่างๆทุบทำร้ายสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารและต่อมามีการวิวัฒนาการทำให้กระดูกเหล่านั้นมีความคมมากยิ่งขึ้นเพื่อใช้แทนกรีดผ่าแร่หนังของสัตว์ในส่วนนั้นสมัยก่อนมีความหนาวเย็นอย่างมากถ้าเราไม่อยู่ในถ้ำที่มีความอบอุ่นเราจะไม่สามารถอยู่ได้การนำขนสัตว์มาใช้เพื่อหุ้มร่างกายถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถยืนยาวอยู่ในโลกนี้ได้นานกว่า 1 ปีและในปัจจุบันก็ยังมีการใช้ขนสัตว์มาเป็นเครื่องแต่งกายเพื่อแสดงถึงรสนิยมต่างๆทางสังคมอีกด้วยมาถึงเรื่องของศิลปะในยุคก่อนไม่มีการวาดอย่างมีการวางแผนเขาจะใช้สัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกวิธีการทำสิ่งของต่างๆ

โดยที่จะวาดในสิ่งที่เห็นเท่านั้นสัตว์มี 4 ขาก็จะวาดลำตัวเป็นกลมๆแล้วก็มีท่อนขาลงมาแล้วก็ส่วนประกอบต่างๆที่ง่ายต่อการสังเกตได้ว่าในฤดูกาลต่างๆเราสามารถล่าสัตว์ชนิดไหนได้บ้างเพราะแต่ละฤดูจะมีแต่ละประเภทต่างกันออกไปได้จึงทำให้ศิลปะบนกำแพงมีความสำคัญกับคนยุคเก่าเป็นอย่างมากเพราะคนที่มาอยู่ต่อจะได้รู้ว่าเราควรปรับตัวและใช้ชีวิตอย่างไร