ความลับภายใต้ภาพวาดของ Leonardo de vinci 1

ตำนานที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะมาพร้อมกับเรื่องลึกลับที่ซ่อนเร้นไว้อยู่เสมอ ไม่ต่างจากเรื่องของภาพวาดที่มีศิลปินผู้โด่งดังและมีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน อย่างลีโอนัลโด ดา วินชี จิตรกรที่เรานั้นรู้จักเขากันดีจากผลงานภาพวาดอย่างโมนาลิซ่าที่เป็นภาพวาดที่เรานั้นมักจะพบได้ทั่วไปทั่วทั้งโลก

เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็มักจะมีภาพวาดหรือรูปโมนาลิซ่าตกแต่งสถานที่ต่างๆอยู่เสมอ อย่างที่หลายๆคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาพวาดผลงานของเขานั้นมักจะเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นปริศนาและบางปริศนานั้นก็ทำได้แค่เพียงคาดเดาและไม่สามารถรู้ความจริงอย่างท่องแท้ในปริศนาบนภาพวาดต่างๆของเขาได้และภาพที่มีความลับซ่อนอยู่ภายใต้ผลงานที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ออกมานั้นก็มีมากมาย และภาพวาดที่สำคัญและถือว่าเป็นภาพวาดที่คนทั่วโลกให้ความสนใจในสิ่งที้ขานั้นวาดก็มีหลายภาพไม่ว่าจะเป็น

ภาพวาดอย่าง Salvator Mundi กับความผิดพลาด โดยภาพวาดนี้เป็นภาพวาดที่เป็นการสร้างสรรค์ภาพวาดพระเยซูถือลูกแก้วในมือแต่ถ้าหากสังเกตภาพวาดดีดีแล้วนั้นจะสังเกตได้ว่าลูกแก้วในมือพระเยซูนั้นไม่มีเงาหรือสิ่งที่สะท้อนในลูกแก้วแต่อย่างใด ซึ่งก็อาจจะเป็เพียงจินตนาการของลีโอนัลโด เด วินชี เพียงเท่านั้นก็ได้

จริงๆแล้วดาวินชีได้มีการเรียนวิชาด้านออฟติก เขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาพที่ถูกมองจากข้างหลังลูกแก้วนั้นจริงๆแล้วนั้นจะต้องไม่ออกมาเป็นแบบนี้ดังรูปวาด ซึ่งดาวินชีนั้นก็ไม่ได้มีการไขปริศนาให้แก่ผู้คนที่สนใจแต่อย่างใด จุงทำให้เรื่องนี้จึงกลายเป็นปริศนาอยู่มาจนถึงปัจจุบันและมีเพียงการคาดเดาไปต่างๆนานาเท่านั้น

ภาพวาดต่อมาเป็นภาพที่เชื่อว่าหลายๆคนนั้นจะต้องคุ้นตาเป็นอย่างดี นั่นก็คือภาพวาด The Last Supper ที่เป็นภาพวาดที่สื่อถึงอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูที่ได้มีการร่วมรับประทานอาหารกับเหล่าสาวกขงพระองค์ทั้ง 12 คนก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงไม้กางเขนนั่นเอง ซึ่งการสร้างสรรค์ภาพนี้ขึ้นมานั้น ดาวินชีได้ซ่อนเลร้นความลับสุดเซอร์ไพร์สไว้ในภาพวาดด้วย

โดยเขานั้นใช้เวลาในการวาดภาพมากถึง3ปีเลยทีเดียวกว่าที่ภาพนี้นั้นจะเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด มีหลายคนกล่าวว่า ภาพวาดนี้นั้นเป็นภาพวาดที่มีความเชื่อมโยงบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซูกับสาวกจูดาส จากเรื่องเล่าที่มีการเล่าต่อกันมานั้นบอกว่า ดาวินชีนั้นได้พบกับชายคนหนึ่งที่เป็นต้นแบบให้กับพระเยซูในโบสถ์แห่งหนึ่ง

โดยชายคนนั้นเป็นนักร้องประสานเสียงอยู่ที่โบสถ์แห่งนั้นนั่นเอง เมื่อดาวินชีนั้นได้วาดภาพจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ยังไม่สามารถที่จะหาคนมาแนต้นแบบของจูดาสได้ จนกระทั่งพบกับชายคนหนึ่งที่เมาและนอนอยู่ที่ริมน้ำ ดาวินชีจึงนำชายคนนั้นมาเป็นต้นแบบของจูดาสนั้นเองและได้ทราบในภายหลังว่าชายคนดังกล่าวเคยเป็นต้น

แบบของพระเยซูให้ดาวินชีเมื่อสามปีก่อนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก และด้วยความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดนั้นเมื่อมีการเปิดเผยความจริงบางอย่างขึ้นก็ทำให้ภาพวาดนี้นั้นกลับมาเป็นภาพวาดที่ได้รับความนิยมและเป็นภาพวาดที่หลายๆคนนั้นอยากจะชื่นชมสักครั้ง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ