พิธีกรรมของไทยทรงดำ

ไทยทรงดำเป็นชาวอพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 200ปีแล้ว และได้อยู่กระจายตามจังหวัดต่างๆของประเทศไทย อย่างเช่น สุพรรณบุรี เพชรบุรี นครสวรรค์ ชุมพรพิจิตร พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ และในจังหวัดเลย และได้จั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำขึ้นมา เพื่อเป็นที่รวมกลุ่มของชาวไทยทรงดำ และได้มีการปลูกบ้านที่บ่งบอกว่าเป็นไทยทรงดำเลยทีเดียวโดยการปลูกบ้านหลังคาลักษณะกระดองเต่า และจะมีการประดับที่ยอดจั่วบ้านด้วยการนำเอาเขาควาย หรือเขากวางมาไขว้กันแทบทุกหลังคาเรือน และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเฉพาะในกลุ่มไทยทรงดำโดยการให้มีการจัดงาน หมุนเวียนกันไปแต่ละบ้าน ในลานรอบบริเวณศูนย์วัฒนธรรมด้วย

พิธีกรรมของไทยทรงดำ

พิธีอิ่นก๋อนฟ้อนแก๊น  การละเล่นนีเปรียบเสมือนให้หนุ่มสาวมาเลือกคู่ครองโดยการที่จะให้สาวๆมานั่งทำการฝีมือในบ้านใดบ้านหนึ่งและให้บรรดาหนุ่มๆมาดูและได้มีการเล่นคอน หรือลูกช่วง แต่ปัจจุบันการละเล่นชนิดนี้จะมาทำแสดงให้ดูถึงถิ่นกำเนิดของชนเผ่าไทยทรงดำและจะมีการแสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งตัว ภาษาของไทยทรงดำเสียมากกว่า

พิธีเสนเรือน  คือการไหว้ผีบรรพบุรุษให้กินดีอยู่ดี จะได้ส่งผลมาถึงลูกหลานเมื่อมีการกราบไหว้บรรพบุรุษอย่างดี จะทำให้ครอบผีบรรพบุรุษคอยปกปักรักษาให้ครอบครัวมีความสุขไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

พิธีเฮ็ดแฮว  หรือพิธีงานศพของบ้านเรา ชาวไทยทรงดำถือว่าการตายนั้นสำคัญมากและบุคลที่อยู่ในบ้านจะไม่มีการทำงานอาไรเลย จบกว่าจะนำศพของผู้ที่เสียชีวิตในบ้านไปเผาเสียก่อน พิธีเฮ็ดแฮวนี้จำขึ้นหลังจากเผาศพแล้ว จะทำการเก็บกระดูกและจะประกอบพิธีด้วยการส่งดวงวิญญาณกลับยังประเทศเวียดนาม จากนั้นก็จะบอกวิญญาณของผู้ตายให้มารับเครื่องเซ่นทุก10วัน เพราะเชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปแล้วสามารถห็คุณและให้โทษแก่คนในบ้านได้

การแต่งกายของไทยทรงดำ

การแต่งกายเสื้อผ้าที่ใช้ จะใส่สีดำหรือสีกรมท่า และจะแบ่งการแต่งกายเป็นชายหญิง เสื้อของผู้ชายจะมี2ชนิด เสื้อไท จะมีกระดุมเงินทั้งหมด11เม็ด และสวมกางเกงขาสั้นและมีสายคาดเอว และเสื้อฮีของผู้ชายจะใส่ในช่วงมีพิธีกรรม 

เสื้อของผู้หญิงจะเรียกว่าเสื้อก้อม และจะมีการติดกระดุมเงินไม่เกิน 11เม็ด และจะสวมผ้าซิ่นลายแตงโม ลักษณะหน้าสั้นหลังยาวสะพายกะเหล็บ และพาดบ่าด้วยผ้าเปียวงานพิธีจะสวมเสื้อฮีหญิง

ชีวิตการเป็นอยู่ของไทยทรงดำ มีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้มานำเสนอ แต่ก็น่าไปเที่ยวและไปดูชีวิตการเป็นอยู่ของพวกเขาที่ยังรักษาประเพณีเก่าแก่ไว้มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

ก่อตั้งธนาคารการเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้

เปิดตระกูลที่ร่ำรวยมากที่สุดและเป็นผู้ที่ก่อตั้งธนาคารการเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้

ครองครัว Rothschild Family

สินทรัพย์สุทธิที่คาดการณ์อยู่ที่ 2ล้านล้านดอนลาร์สหรัฐครองครัวที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลกเป็นครองครัวที่คิดค้นระบบธนาคารที่เราใช้มาถึงทุกวันนี้ในอดีตครอบครัวนี้เคยเป็นผู้ที่สนับสนุนสงครามและอุตสาหกรรมหลายอย่างวงค์ชายของตระกูลนี้ยังเคยใช้กลวิธีใต้โต๊ะ่เป้าหุ้นตลาดหุ้นอังกฤษให้พังลงก่อนที่จะหาโอกาสซื้อทรัพย์สินในราคาที่ต่างๆตระกูลRothschild Familyเป็นตระกูลอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกสืบเชื้อสายมาจากRothschild Familyชาวยิวที่ได้อพยพไปทางเยรมันนีและได้ริ่มจัดตั้ธนาคารที่นั่นในศตวรรษ1760ต่อมาเขาได้ให้บุคคลชายทั้ง5คนช่วยบุกเบิกธนาคารของครอบครัวไปยังต่างประเทศ

ซึ่งได้ตั้งสาขาอยู่ในห้างเมืองใหญ่ได้แก่ ลอนดอน ปารีส แฟรงเฟิร์ต เวียนนา และ เนโต้ ในศตวรรษที่19ตระกูลRothschild Familyกลายเป็นครอบครัวที่ถือครองทรัพย์สินมากมายที่สุดในโลกและในปัจจุบันธุรกิจของตระกูลนี้มีทั้งสถานบันการเงินอสังหาริมทรัพย์ เหมือง พลังงาน ทรัพย์สินแด่ตระกูลRothschild Familyมีมากมายมหาสารเกินกว่าที่จะประเมิลได้ด้วยสินทรัพย์ที่มากมายมหาสารเช่นนี้ทำให้เกิดเป็นคดีที่สมครบคิดอย่างมากมายว่าตระกูลนี้คือผู้ที่บงการกระแสเงินและสถานบันการเงินต่างๆในโลกและบงการรัฐบาลต่างๆให้ทำสงครามในยุติสงครามระหว่างกันตระกูลRothschild Familyได้เป็นผู้ที่ได้สนับสนุนเงินกู้ให้แก่ในรัฐบาลในอังกฤษ

ในการที่ได้ทำสงครามระหว่างฝรั่งเศษในช่วงสงครามนโปเลี่ยนซึ่งในปี1815ภายในปีเดียวตระกูลนี้ให้เงินสนับสนุนเงินกู้1.8ล้านปอนด์เทียบกับทองคำหนัก70ตันให้แก่ชาติพันธมิตรของอังกฤษเพื่อที่จะพื้นฟูระบบเศรษฐกิจจากสงครามตระกูลRothschild Familyได้ให้เงินกู้แก่บราซิลจำนวน5แสนเรอ้าวเพื่อไปจ่ายรัฐโปรตุเกสและแลกกับเอกราชตระกูลRothschild Familyเป็นผู้ที่สนับสนุนเงินกู้ให้แก่รัฐบาลอังกฤษในการขุดคลองซูเอสที่อียิปต์จำนวน4ล้านปอนด์

และยังสนับสนุนเงินกู้ให้แก่ญี่ปุ่นมูลค่า11.5ล้านปอนด์นการทำสงครามกับรัฐเซียหลังจากที่ได้มีการปราบปรามนโปรเลี่ยนจักรวรรดิองค์ที่หนึ่งแห่งออสเตรียได้ทรงแต่งตั้งตระกูลRothschild Familyให้ได้เป็นขุนนางรัฐเซียแต่ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองภัยคุกคามจากนาซีทำให้ตระกูลRothschild Familyสาขาออสเตรีย

ซึ่งได้มีเชื้อสายยิวจำเป็นต้องหนีตายจากยุโรปปไปยังสหรัฐอเมริกาธนาคารและทรัพย์สินของพวกเขาในออสเตรียถูกยึดคฤหาสน์หลายหลังในเวียนนาได้ถูกทำลายในปีประมาณ1999รัฐบาลออสเตรียตกลงที่จะส่งมอบพัดจิดกรรมมากกว่า250ชิ้นคืนแก่ตระกูลRothschild Familyซึ่งได้ถูกยึดไปในสมัยสงครามและในปี2016องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากนั้นก็ได้มีการประเมิลว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ตระกูลRothschild Familyที่ได้มีการครอบครองอยู่นั้นมีมูลค่าประมาณ1ล้านล้านดอนลาร์สหรัฐหรือคิดเป็น5เท่าของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด8อันดับโลกมารวมกัน

ญี่ปุ่นหรือดินแดนอาทิตย์อุทัย (Land of the rising sun)

       ประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่ามีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่ยาวนานมานับเป็นพันปี ด้วยความที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแปลกใหม่ ความเป็นมิตรของผู้คน และด้วยความที่มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยากเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ก็จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายต่อหลายคนจึงเลือกที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนและเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับชีวิตตนเอง 

      ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะที่เป็นเกาะ มีเกาะใหญ่ด้วยกันทั้งหมดสี่เกาะหลัก ได้แก่เกาะฮนชู เกาะฮอกไกโด เกาะชิโกะกุ และเกาะคิวชู และในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ยังมีเกาะเล็กๆอีกมากมายที่มีมากกว่า 6800 เกาะ โดยได้มีการแบ่งพื้นที่การปกครองในประเทศทั้งหมดเป็น 8 เขต ซึ่งอยู่ในเกาะฮนชูทั้งหมด 5 เขตได้แก่ เขตคันโต เขตคันไซ เขตโทโฮะกุ เขตชูบุ และอีก 3 เขต คือ ได้แก่ เขตฮอกไกโด เขตชิโกะกุ และเขตคิวชู ซึ่งรวมไปถึงหมู่เกาะโอกินาวาและหมู่เกาะริวกิวด้วย มีพื้นที่รวมทั้งหมด 377,944 ตารางกิโลเมตรถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 60 ของโลก แต่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยเพียงเล็กน้อย มีประชากรประมาณ 127 ล้านคน นับเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเมืองหลวงคือโตเกียว (Tokyo) โดยเฉพาะประชากรที่อาศัยอยู่ในโตเกียวและปริมณฑลบริเวณรอบๆก็มีจำนวนประชากรมากกว่า 30 ล้านคนแล้ว คนญี่ปุ่นจะเรียกชื่อประเทศตัวเองว่า นิปปง (nippon) หรือ นิฮง ซึ่งแปลความหมายได้ตรงตัวว่า ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์

      สำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนั้นมักจะตั้งเป้าหมายในการท่องเที่ยวหลักๆไว้ที่เมืองโตเกียวที่เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในเขตภูมิภาคคันโต (Kanto Region) ทางภาคตะวันออกของเกาะฮอนชูซึ่งภูมิภาคคันโตนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมดได้ 7 จังหวัดคือ โตเกียว ((Tokyo) , กุมมะ (Gumma) , โทะชิงิ (Tochigi) , อิบะระกิ (Ibaraki) , ไซตะมะ (saitama) , ชิบะ (Chiba) และคะนะงะวะ ( kanagawa) เป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่นจากการสำรวจสถิติจำนวนประชากรในภาคนี้พบว่ามีมากถึง 45,000,000 คนหรือคิดเป็นจำนวนประชากรถึงหนึ่งในสามของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ 

      

การเลี้ยงสุนัขหากดูแลไม่ดีมีผลต่อฮวงจุ้ยบ้าน

ในปัจจุบันผู้คนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้นโดยเฉพาะสุนัข หลายคนเลี้ยงไว้ในบ้านให้นอนร่วมเตียงมีห้องนอนส่วนตัวให้กับสุนัข มีพาไปเที่ยว พาไปทำสปา รวมถึงพาไปช้อปปิ้งสินค้าสำหรับสุนัขโดยตรง อาจเรียกได้ว่าการที่คนเหล่านี้เลี้ยงสุนัขไม่ได้ต้องการให้พวกมันเป็นแค่สุนัขเท่านั้นแต่พวกเขาเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุนัขเปรียบเสมือนคนในครอบครัว หรือบางคนก็เลี้ยงสุนัขเหมือนลูก

แต่การเลี้ยงสุนัขก็มักจะมีปัญหาได้เหมือนกันหากเราเลี้ยงสุนัขแบบปล่อยปละละเลยมากเกินไป บางคนอาจจะมีการดูแลสุนัขเป็นอย่างดีอย่างที่กล่าวไปข้างต้นซึ่งการที่เราดูแลดีสุนัขก็จะรักและซื่อสัตว์กับเราส่งเสริมให้ฮวงจุ้ยคนในบ้านของเราดี มีแต่ความเจริญยิ่งหากเราสามารถหาสุนัขที่มีธาตุที่จะมาเสริมกับธาตุของเจ้าของบ้านได้จะยิ่งดีมาก แต่บางคนก็รักสุนัขแต่อาจจะไม่ค่อยมีเวลาที่จะมาดูแลใส่ใจสุนัขมากนัก ซึ่งบางคนปล่อยให้สุนัขออกมาเดินเล่นนอกบ้านเองเพราะมั่นใจว่าเมื่อมันเดินเล่นเสร็จแล้วมันจะกลับบ้านเองไม่หายไปไหน

ซึ่งการเลี้ยงสุนัขแบบนี้จะทำให้เกิดอันตรายกับสุนัขและเราเองก็อาจจะมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เพราะการที่เราปล่อยสุนัขให้ออกไปเดินเล่นเองโดยที่เราไม่ไปคอยควบคุมมัน สุนัขของเราอาจจะไปถ่ายอุจาระหรือฉี่ที่หน้าบ้านหรือเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านและสร้างความเสียหายให้กับเพื่อนบ้านได้ซึ่งนั่นจะเป็นสาเหตุทำให้เราและเพื่อนบ้านเกิดความผิดใจกันได้และหากเพื่อนบ้านเป็นคนไม่รักสุนัขอยู่แล้วเขาอาจจะตีสุนัขของเราให้ได้รับบาดเจ็บได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลเสียที่เกิดขึ้นมีทั้งผลต่อตัวเราเองและต่อตัวสุนัขเองด้วย และหากเราเลี้ยงสุนัขโดยที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลมัน ไม่ค่อยจะอาบน้ำให้มัน

ตัวสุนัขจะมีกลิ่นเหม็นซึ่งจะส่งผลต่อฮวงจุ้ยของบ้าน รวมถึงหากเราปล่อยให้สุนัขฉี่หรืออึในบ้านไปทั่วไม่ค่อยได้ทำความสะอาดพื้นบ้าน ทำให้บ้านมีกลิ่นเหม็นสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อฮวงจุ้ยของบ้านทั้งสิ้น จะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านมีการเจ็บป่วย ซึ่งถ้านับเป็นเรื่องชองวิทยาศาสตร์ คนที่อยู่ในบ้านเจ็บป่วยเพราะกลิ่นของฉี่และอึของสุนัขมีผลต่อระบบเดินทางหายใจของคนภายในบ้าน ดังนั้น หากต้องการให้บ้านอยู่แล้วดี ฮวงจุ้ยบ้านดี คนในบ้านอยู่อย่างมีความสุขไม่เจ็บป่วยแล้วการดูแลเอาใจใส่สุนัข การรักษาความสะอาดให้กับสุนัขก็มีผลด้วยเช่นกัน