ศิลปะและงานปฏิมากรรม

งานประติมากรรมไม่ว่าจะเป็นงานภาคใต้ภาพเขียนหรือแม้แต่จะเป็นงานแกะสลัก รวมเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผมบอกให้ผู้คนรู้ว่าผู้คนต่างๆมีความต้องการในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการพัฒนาหรือว่ามีความเจริญมากยิ่งขึ้น

ผู้คนสามารถเข้าถึงความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทำความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามที่จำเป็นสำหรับการที่ในยุคปัจจุบัน การเข้าถึงข้อมูลต่างๆการพัฒนางานต่างๆมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นผู้คนในการจะมีการเรียนรู้รูปแบบการทำงานหนัก

อย่างไรก็ตามศิลปะและงานประติมากรรมก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับความสนใจอย่างมากของศิลปินหรือจิตรกรต่างๆ มีสถาบันการเรียนการสอนเกี่ยวกับงานศิลปะมากมายโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก หรือแม้แต่จะเป็นประเทศญี่ปุ่นเองที่มีวัฒนธรรมหรือศิลปะเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นศิลปะการชงชา ศิลปะการใช้ชีวิต ศิลปะการเก็บบ้าน ทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะสิ้นอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นความสวยงามของการศึกษาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คน

ในแต่ละวันผู้คนต่างมีการใช้งานศิลปะหรือการเสพสื่อต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก สื่อออนไลน์ต่างๆได้มีการสนับสนุนให้ผู้คนในตามีการเสพเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับงานศิลปะหรือปฏิมากรรมผ่านโลกออนไลน์เพราะมีความง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่างๆทำให้ผู้คนไม่สามารถออกจากบ้านไปตามสถานที่ต่างๆนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันงานศิลปะต่างๆ

ได้ถูกอัพโหลดขึ้นบนโลกออนไลน์และสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาจิตใจผู้คน ขอเบอร์ผู้คนได้รับรู้แล้วว่างานต่างๆเหล่านี้มีการสร้างขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายหรือว่าการถ่ายทอดของศิลปินคืออะไรนี่จึงทำให้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ปัจจุบันศิลปินต่างๆมีจำนวนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือว่าสังคมต่างๆทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้เพิ่มมาก

สำคัญของงานศิลปะในงานประติมากรรมมีความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพราะแต่ละยุคสมัยก็ใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้เพื่อมาพัฒนาจิตใจผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้นผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงานหรือการสร้างผลงานให้คนรุ่นหลัง การจดบันทึกเรื่องราวต่างๆไม่ใช่เพียงแต่การจดบันทึกในลักษณะในข้อใดไม่มีงานศิลปะอีกมากมายที่สามารถส่งต่อเรื่องราวหรือการบันทึกให้คนรุ่นหลังรับรู้ได้ 

 

สนับสนุนโดย   gclub casinoทดลองเล่น

ยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงงานศิลปะ

ยุคสมัยของงานศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะในการทำงานหรือแม้แต่แนวความคิดของจิตรกรหรือแม้แต่จะเป็นยุคสมัยต่างๆ เปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งผลให้งานศิลปะมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหรือแม้แต่เป็นการสื่อสารของผู้คนที่ดีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นรสสัมผัสหรือแม้จะเป็นโครงสร้างต่างๆในยุคปัจจุบันผู้คนให้ความยอมรับอย่างมากในการทำงานศิลปะ

เพราะว่าสามารถกล่อมเกลาจิตใจผู้คนหรือแม้แต่ตัวเองการเข้าถึงทุกคนง่ายมากขึ้นอย่างไรก็ตามยุคปัจจุบันเป้าหมายในการทำงานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางนั้นความคิดหรือแม้แต่จะเป็นแนวทางในการพัฒนางานต่างๆมีอะไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของยุคสมัยต่างๆที่มีการพัฒนางานอยู่เสมอ

เริ่มต้นตั้งแต่ยุคหินที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุคหินเก่า หินกลาง หินใหม่ ยุคหินนั้นถือว่าเป็นยุคที่บุกเบิกงานศิลปะทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นงานที่ทำให้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรือแม้จะเป็นแนวทางต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ หรือยังยุคคลาสสิคที่มีความหมายกับคนอย่างมากในการพัฒนางานโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็ยังนำแนวคิดหรือลักษณะงานต่างๆเหล่านั้นมาพัฒนา

นั่นก็คือยุคกรีกและยุคโรมัน เป็นยุคที่มีความร่วมมือหรือฟื้นฟูเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องมากอย่างไรก็ตามแต่ยุ่งแต่สมัยก็มีการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงานหรือการพัฒนาโครงสร้างการทำงานอยู่เสมอ แนวคิดของการต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาทำให้ผู้คนต่างๆมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานเป็นการพัฒนาโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนในความต้องการในการค้นหาแนวการทำงานใหม่ๆอยู่เสมอ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานศิลปะมีการพัฒนาอยู่เสมอ ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพนักงานไม่ว่าจะเป็นการนำผลงานต่างๆเข้ามาพัฒนารูปแบบในการติดต่อสื่อสารหรือไม่จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างในการทำงานที่สามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

แต่ละยุคสมัยก็มีเหตุการณ์หรือลักษณะความเชื่อทางด้านศาสนาหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่แตกต่างกันออกไป นี่เองจะเป็นเหตุผลที่ทำให้แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนางานที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบันก็สามารถเห็นได้ว่ามีการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่จะเป็นเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาทำงานเสร็จภายในค่อนข้างมาก

ผลงานศิลปะคือลักษณะการทำงานไม่ว่าจะเป็นทางด้านแนวคิดหรือจินตนาการต่างๆ เปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานการติดต่อสื่อสารในยุคปัจจุบันมีความง่ายขึ้นจึงทำให้ศิลปินต่างๆมีการเผยแพร่งานตัวเองได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น การพัฒนาในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาอยู่เสมอให้ผู้คนสามารถเข้าถึงง่ายหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาทางด้านแนวคิดหรือทักษะต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะตั้งเยอะ 

 

 

ขอบคุณ  ufabet  ที่ให้การสนับสนุน

ประติมากรรมและการสร้างสรรค์ผลงาน

การสร้างสรรค์ผลงานเกิดขึ้นจำนวนมหาศาลหนึ่งในนั้นคือปฏิมากรรม ประติมากรรมคืองานศิลปะชนิดหนึ่งตามความหมายของพจนานุกรม ได้ระบุไว้ว่างานศิลปะคือ ศิลปะสาขาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการปั้นการแกะสลัก

ไม่มีที่อื่นอีกมากมายซึ่งทำมาจากหินอ่อนไม้หรือโลหะ การใช้วัสดุต่างๆนำมาทำงานศิลปะเกิดขึ้นมามากมายหลายปีเพราะงานศิลปะเป็นอย่างที่ผู้คนต่างๆจำเป็นจะต้องมีการศึกษาและสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นความรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสีฟ้าจำเป็นจะต้องมีการศึกษา

ไม่ใช่เพียงแค่ในยุคปัจจุบันเท่านั้นที่มีงานศิลปะเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคบรรพบุรุษหรือยุคดึกดำบรรพ์ก็เริ่มมีการทำงานศิลปะเป็นจำนวนมาก อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่านะขนาดนั้นคือการทำงานศิลปะ แต่การจดบันทึกบนฝากำแพงของมนุษย์ยุคหินหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนางานในยุคต่างๆ

ก็มีส่วนของการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมมนุษย์จึงมีการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นวรรณกรรมผ่านทางการทำงานศิลปะปัจจุบันมา อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันก็มีการเรียนรู้การพัฒนาความเป็นอยู่หรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ

การเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถศึกษาได้ผ่านทางงานศิลปะโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มีความง่ายยิ่งขึ้นในการศึกษาเรื่องราวต่างๆผู้คนต่างๆมีการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเราจึงได้เห็นว่า

แต่ละยุคแต่สมัยที่มีการพัฒนาความรุ่งเรืองต่างๆเหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้นจากกับงานศิลปะ

เพราะผู้คนต่างๆมีการรับรู้เรื่องราวต่างๆมีการทำงานศิลปะจนมหาศาลยกตัวอย่างเช่นเครื่องปั้นดินเผาในยุคที่ ประเทศต่างๆน่าจะต่างๆได้มีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสงบทุกคนก็จะเริ่มมีการทำงานศิลปะเป็นจำนวนมากอย่างเครื่องปั้นดินเผาในประเทศต่างๆ ก็มีการผลิตเป็นจำนวนมหาศาลแสดงถึงความสุนทรีและรสนิยมของยุคนั้นจึงทำให้ แต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีการสร้างประติมากรรมหรือการสร้างสรรค์ผลงานเป็นจำนวนมาก

หุ่นรูปปั้นต่างๆก็ถูกปั้นเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อที่แสดงถึงความเชื่อความศรัทธาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของยุคสมัยต่างๆที่มีนักรบ เมื่อมีการทำคุณงามความดีหรือว่าลบชนะในส่วนต่างๆก็จะมีการปั้นประติมากรรมของวีรชนในยุคนั้นเพื่อแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามในส่วนของประติมากรรมหรือการสร้างสรรค์ผลงานก็มีการพัฒนาตลอดเวลาให้ผู้คนสามารถรับรู้ได้ว่าแต่ยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะ

การทำงานจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงแบบงานหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่มีการพัฒนา

นี่จึงเป็นส่วนสำคัญที่การสร้างสรรค์ผลงานแต่ละยุคสมัยจึงสามารถศึกษาประวัติศาสตร์รวมถึงกิจกรรมของมนุษย์ในยุคนั้นได้ งานศิลปะต่างๆที่ถูกสร้างออกมาทำให้ผู้คนมีการเรียนรู้เกี่ยวกับงานต่างๆหรือการพัฒนารูปแบบของงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ได้มีการพัฒนาการทำงานหรือสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอ

ขอผู้คนต่างๆมีการรับรู้เกี่ยวกับงานศิลปะเป็นจำนวนมากในการสร้างสรรค์หรือการบอกเล่าในยุคต่างๆซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น 

 

สนับสนุนโดย   เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ำ100

ความเข้าใจในงานศิลปะในยุคปัจจุบัน

ศิลปะคือการพัฒนาความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่มีความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา เพราะศิลปะคืออีกหนึ่งแขนงที่สร้างสุนทรียภาพให้กับมนุษย์เป็นเวลามากกว่าใช้งานที่มีใช้งานศิลปะในการทำงานต่างๆหรือการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ศาสนา หรือวัฒนธรรมต่างๆผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีความเข้าใจเกี่ยวกับงานศิลปะที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานหรือการใช้งานด้านต่างๆของราชพฤกษ์อะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่ยุคโบราณแล้วผู้คนมีการบันทึกเรื่องราวต่างๆผ่านรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นการเขียนต่างๆ ศิลาจารึก หรือแม้แต่จะเป็นการใช้งานศิลปะต่างๆภาพวาดภาพเทียนหรืองานประติมากรรมต่างๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสื่อสารรูปแบบที่มีประสิทธิภาพได้

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานต่างๆมีความหมายที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมงานส่งต่อเกี่ยวกับรูปปั้นหรืองานแกะสลักต่างก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผู้คนสามารถเข้าใจได้ว่า งานศิลปะในยุคต่างๆคือการทำงานที่สื่อสารเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้คนในยุคต่างๆ

นี่เองเป็นส่วนที่ทำให้การศึกษาตัวของงานศิลปะโดยการพัฒนารูปแบบการทำงานอาการเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนสามารถเรียนรู้รูปแบบการทำงานหรือการพัฒนาทางด้านประวัติศาสตร์ ให้มีการสืบค้นข้อมูลต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะมนุษย์มีความต้องการในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อนำมาพัฒนาในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้เอง ที่นี่กับแม้ตลอดเวลาทำให้ผู้คนมีการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน งานศิลปะต่างๆเพื่อถ่ายทอดทางการเมือง สังคม  รวมทั้งมีลักษณะการใช้ชีวิตต่างๆ โดยเฉพาะมนุษย์ในยุคนั้นก่อนที่มีลักษณะในการบันทึกที่ค่อนข้างหลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นการขูดขีดด้วยหิน การใช้เลือดสัตว์มาผสมดินในการป้ายกำแพงต่างๆการระบายสี สิ่งเหล่านี้เองคือการพัฒนาในยุคปัจจุบันผู้คนต่างๆจึงศึกษาเรื่องราวต่างๆโดยอาศัยศิลปะต่างๆเหล่านี้เพื่อเข้าใจรูปแบบงานศิลปะต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่รูปแบบของลักษณะงานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลง

เฉพาะการส่งต่อหรือเปล่าที่ให้มากที่สุดโดยการพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้จะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงงานต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การเผยแพร่แนวคิดหรือลักษณะในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและส่งผลที่ดีในการพัฒนางานทางด้านต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

นี่เองจะไม่สำคัญที่การเข้าใจงานศิลปะช่วยให้งานศิลปะมีคุณค่าที่เพิ่มขึ้นในการส่งต่องานต่างๆหรือการถ่ายทอดของศิลปินต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

เรียนศิลปะทำงานด้านไหนได้บ้าง

บางคนอาจจะคิดว่าการเรียนด้านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่เรียนแล้วอาจจะหางานทำได้ยาก แต่ในปัจจุบันนี้คนที่เรียนศิลปะนั้นหมดความกังวลในเรื่องการหางานทำได้เลย เพราะปัจุบันไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนจะต้องมีความเป็นศิลปะเข้ามาร่วมด้วยทั้งสิ้น ทำให้คนที่เรียนด้านศิลปะมานั้นมีอาชีพที่จะสามารถทำงานเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างแน่นอน

โดยอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานศิลปะนั้นก็มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งในอดีตอาชีพเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับมากนักแต่ในปัจจุบันและอนาคตบอกได้เลยว่าคนเรียนศิลปะและมีความรู้สามารถออกแบบสร้างสรรค์ผลงานได้นั้รอนาคตไกลแน่นอน เพราะไม่เพียงแต่การสนับสนุและเปิดกว้างในเรื่องศิลปะมากขึ้นแต่ผู้ที่ทำงานที่มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะนั้น

สามารถที่สร้างสรรค์จิตนาการและทำให้เกิดอาชีพที่เกี่ยวกับศิลปะที่แตกแยกออกมาอีหลากหลายอาชีพด้วยและอาชีพที่ในปัจจุบันที่ผุ้เรียนจบทางด้านศิลปะสามารถทำได้และเป็รอาชีพที่ค่อนข้างได้รับความนิมมากเลยทีเดียว

นักออกแบบ นักอกแบบไม่ได้จำกัดว่าจะต้องออกแบบสิ่งใดเพียงสิ่งหนึ่งเท่านั้น โดยคนที่มีความสามารถและเรียนจบด้านศิลปะมานั้นล้วนจะมีพื้นฐานในการออกแบบในด้านต่างๆ ทำให้ไม่ว่าจะเป็รอะไรผู้เรียนจบด้านศิลปะมานั้นก็จะต้องมีความสามารถในการออกแบบสิ่งต่างๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักออกแบบเฟอร์นอเจอร์ เป็นต้น ซึ่งอาชีพของนักออกแบบนั้นมีมากมาย ผู้ทำงานก็สามารถที่จะเลือกอาชีพนักออกแบบด้านใดด้านหนึ่งที่ตนเองนั้นถนัดที่สุด

สถาปนิค ถือว่าเป็นอาชีพที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการในปัจจุบันอย่างมาก สถาปานิคหรือคนออกแบบบ้าน รวมทั้งโครงสร้างบ้านด้าน อาชีพนี้ถือว่าอยู่ในอาชีพที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะมาด้วยเช่นกัน เพราะในการออกแบบโครงสร้างบ้านนั้นจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่ดีในการวาดเขียนนั่นเอง

โดยอาชีพสภชถาปนิคนั้นเป็นอาชีพที่ถือว่ามีความมั่นคงในระดับหนึ่งเพราะความรู้ที่สถาปริคมีนั้นไม่เพียงแต่ความรู้ด้านศิลปะเท่านั้นแต่ยังมีความรู้ในด้านอื่นๆเกี่ยวกับการสร้างย้านด้วยนั่นเองและถือว่าเป็นงานที่มีรายได้จากการทำงานในระดับที่ดีที่เดียว

ดีไซน์เนอร์ ก็เป็นนักออกแบบเช่นกัน แต่จะลงลึกไปในด้านการออกแบบเสิ้ผ้าเป็นส่วนใหญ่ โดยอาชีพนี้นั้นก็จะต้องใช้หลักการในการออกแบบทางศิลปะเช่นกัน ไม่เพียงแต่ศิลปะการออกแบบแต่ในสายอาชีพนี้จะต้องมีการเรียนรู้ศิลปะอื่นๆร่วมด้วย เช่นศิลปะการตัดเย็บ เป็นต้น และถือว่าอาชีพนี้ในปัจจุบันเป็นอาชีพที่ได้รับการนิยมในการทำงานและเป็รอาชีพที่ได้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน เพราะเป็นอาชีพที่ใช้ฝีมือนั่นเอง

Creative นักสร้างสรรค์ด้านโฆษณาและสร้างสรรค์ผลงานที่เน้นไปในทางที่ให้ความบันเทิง ถือว่าได้รับคามนิยมมากในยุคนี้เพราะปัจจุบันมีการผลิตในด้านสื่อบันเทองต่างๆมากมาย ทำให้ผู้เรียนจบทางด้านศิลปะนั้นสามารถที่จะมาทำงานในการเป็ร Creative ได้ เพราะสายงานนี้นั้นก็จะต้องเน้นผู้ที่มีความรู้ด้านศิลปะในการทำความเข้าใจ

และสร้างสรรค์ผลงานออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ชมมากที่สุด ดดยรายได้ค่าตอบแทนนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะการทำงานโดยส่วนใหญ่ของอาชีพนี้นั้นเป็นการสร้างสรรค์และคิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมา

 

 

สนับสนุนโดย   ดูบอล

ความลับภายใต้ภาพวาดของ Leonardo de vinci 1

ตำนานที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะมาพร้อมกับเรื่องลึกลับที่ซ่อนเร้นไว้อยู่เสมอ ไม่ต่างจากเรื่องของภาพวาดที่มีศิลปินผู้โด่งดังและมีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน อย่างลีโอนัลโด ดา วินชี จิตรกรที่เรานั้นรู้จักเขากันดีจากผลงานภาพวาดอย่างโมนาลิซ่าที่เป็นภาพวาดที่เรานั้นมักจะพบได้ทั่วไปทั่วทั้งโลก

เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็มักจะมีภาพวาดหรือรูปโมนาลิซ่าตกแต่งสถานที่ต่างๆอยู่เสมอ อย่างที่หลายๆคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาพวาดผลงานของเขานั้นมักจะเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นปริศนาและบางปริศนานั้นก็ทำได้แค่เพียงคาดเดาและไม่สามารถรู้ความจริงอย่างท่องแท้ในปริศนาบนภาพวาดต่างๆของเขาได้และภาพที่มีความลับซ่อนอยู่ภายใต้ผลงานที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ออกมานั้นก็มีมากมาย และภาพวาดที่สำคัญและถือว่าเป็นภาพวาดที่คนทั่วโลกให้ความสนใจในสิ่งที้ขานั้นวาดก็มีหลายภาพไม่ว่าจะเป็น

ภาพวาดอย่าง Salvator Mundi กับความผิดพลาด โดยภาพวาดนี้เป็นภาพวาดที่เป็นการสร้างสรรค์ภาพวาดพระเยซูถือลูกแก้วในมือแต่ถ้าหากสังเกตภาพวาดดีดีแล้วนั้นจะสังเกตได้ว่าลูกแก้วในมือพระเยซูนั้นไม่มีเงาหรือสิ่งที่สะท้อนในลูกแก้วแต่อย่างใด ซึ่งก็อาจจะเป็เพียงจินตนาการของลีโอนัลโด เด วินชี เพียงเท่านั้นก็ได้

จริงๆแล้วดาวินชีได้มีการเรียนวิชาด้านออฟติก เขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาพที่ถูกมองจากข้างหลังลูกแก้วนั้นจริงๆแล้วนั้นจะต้องไม่ออกมาเป็นแบบนี้ดังรูปวาด ซึ่งดาวินชีนั้นก็ไม่ได้มีการไขปริศนาให้แก่ผู้คนที่สนใจแต่อย่างใด จุงทำให้เรื่องนี้จึงกลายเป็นปริศนาอยู่มาจนถึงปัจจุบันและมีเพียงการคาดเดาไปต่างๆนานาเท่านั้น

ภาพวาดต่อมาเป็นภาพที่เชื่อว่าหลายๆคนนั้นจะต้องคุ้นตาเป็นอย่างดี นั่นก็คือภาพวาด The Last Supper ที่เป็นภาพวาดที่สื่อถึงอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูที่ได้มีการร่วมรับประทานอาหารกับเหล่าสาวกขงพระองค์ทั้ง 12 คนก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงไม้กางเขนนั่นเอง ซึ่งการสร้างสรรค์ภาพนี้ขึ้นมานั้น ดาวินชีได้ซ่อนเลร้นความลับสุดเซอร์ไพร์สไว้ในภาพวาดด้วย

โดยเขานั้นใช้เวลาในการวาดภาพมากถึง3ปีเลยทีเดียวกว่าที่ภาพนี้นั้นจะเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด มีหลายคนกล่าวว่า ภาพวาดนี้นั้นเป็นภาพวาดที่มีความเชื่อมโยงบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซูกับสาวกจูดาส จากเรื่องเล่าที่มีการเล่าต่อกันมานั้นบอกว่า ดาวินชีนั้นได้พบกับชายคนหนึ่งที่เป็นต้นแบบให้กับพระเยซูในโบสถ์แห่งหนึ่ง

โดยชายคนนั้นเป็นนักร้องประสานเสียงอยู่ที่โบสถ์แห่งนั้นนั่นเอง เมื่อดาวินชีนั้นได้วาดภาพจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ยังไม่สามารถที่จะหาคนมาแนต้นแบบของจูดาสได้ จนกระทั่งพบกับชายคนหนึ่งที่เมาและนอนอยู่ที่ริมน้ำ ดาวินชีจึงนำชายคนนั้นมาเป็นต้นแบบของจูดาสนั้นเองและได้ทราบในภายหลังว่าชายคนดังกล่าวเคยเป็นต้น

แบบของพระเยซูให้ดาวินชีเมื่อสามปีก่อนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก และด้วยความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดนั้นเมื่อมีการเปิดเผยความจริงบางอย่างขึ้นก็ทำให้ภาพวาดนี้นั้นกลับมาเป็นภาพวาดที่ได้รับความนิยมและเป็นภาพวาดที่หลายๆคนนั้นอยากจะชื่นชมสักครั้ง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ผลงานศิลป์ของชาวกรีก ในยุคโบราณ

ศิลปะของชาวกรีกจะเน้นการถือมั่นในความจริง เชื่อในจิตวิญญาณและความสวยงามของมนุษย์ ซึ่งแตกต่างจากชาวอียิปต์ รวมทั้งชาวเมโสโปเตเมีย ที่ใช้ศิลปะไปในเรื่องของการบูชา เซ่นไหว้ หรือเกี่ยวกับศาสนา แต่ชาวกรีกนั้นจะมีศิลปะในเรื่องที่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ โดยมองว่าเป็นความดูดีแบบธรรมชาติดุจเหมือนกันกับเทือกเขา ต้นไม้ สายน้ำ

 

 

ด้วยเหตุนี้ ผลงานศิลป์ของกรีก จึงมีไอเดียและแรงบันดาลใจจากร่างกายของมนุษย์เป็นแบบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในสมัยนั้นผลงานศิลป์ของกรีกที่เด่นๆ จะมีเพียง งานประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม

  1. งานประติมากรรมจะนิยมประดิษฐ์ขึ้นให้เหมือนจริง (Realistic) โดยเฉพาะงานประติมากรรมสรีระของมนุษย์ ชาวกรีก นับว่ามีความสวยงามยิ่ง จึงนิยมปั้นและแกะสลักรูปคนที่ไม่มีการสวมใส่เสื้อผ้าไว้มาก งานประติมากรรมลอยตัวที่เป็นที่รู้จัก ยกตัวอย่างเช่น เทพีวีนัส (Venus) เทพอพอลโล (Apollo) 
  2. งานศิลป์ด้านสถาปัตยกรรม ในยุคแรกๆ จะนิยมเอาไม้มาเป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง สถาปัตยกรรมของกรีกจะมีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างไว้ใช้งานเป็นส่วนใหญ่  งานสถาปัตยกรรมภาษากรีกแบ่งตามลักษณะหัวเสา 3 แบบใหญ่ๆ คือ แบบดอริก (Doric) แบบไอโอนิก (Ionic) แบบคอรินเทียน (Corinthian) โดยงานสถาปัตยกรรมของกรีกที่สำคัญ เช่น วิหาร (โดยวิหารที่โด่งดังที่สุด คือ วิหารพาร์เธนอน) สนามกีฬา ห้องประชุม 
  3. ทางด้านจิตรกรรม กรีกไม่นิยมสร้างผลงานจิตรกรรม เพราะจิตรกรรมไม่อาจจะถ่ายทอดให้มีลักษณะที่จริงได้ด้วยเหตุนี้ งานจิตรกรรมจะออกมาในลักษณะของการตกแต่ง ยกตัวอย่างเช่น รูปภาพตามฝาผนังหรือบนภาชนะต่างๆ เรื่องราวที่เอามาเขียนส่วนมากจะเกิดจากเรื่องเล่า จิตรกรรมกรีกที่รู้จักกันดีก็เห็นได้จากลวดลายสีสันที่อยู่บนผิวแจกัน 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนจึงมีผลงานจิตรกรรมที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับรูปเรขาคณิต มีความง่ายๆ  สีที่ใช้ได้แก่ สีดิน เป็นการเอาสีดำออกน้ำตาลมาวาดในรูปแบบต่างๆ ลงบนผิวของแจกันที่เป็นสีน้ำตาลอมแดงอยู่แล้ว บางครั้งก็มีสีขาว รวมทั้งสีอื่นๆร่วมด้วย เช่น หากต้องการให้รูปร่างที่จะวาดเป็นสีดำ ก็จะระบายแจกันทั้งหมดเป็นสีแดง

หรือระบายเฉพาะส่วนที่ต้องการวาดให้เป็นสีแดงและวาดรูปร่างอื่นๆ ด้วยสีดำ  ต่อมาในพุทธศักราชที่ 1 มีรูปแบบงานจิตรกรรมใหม่ ซึ่งก็คงเรียกว่าใหม่ได้ไม่เต็มปากนัก เพราะแค่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งสี โดยใช้สีดำออกน้ำตาลลงเป็นพื้นหลัง และวาดรูปลักษณะอื่นๆ ที่ต้องการด้วยสีส้มแดง 

งานศิลปะของกรีกในยุคโบราณนั้น เป็นไปด้วยความเรียบง่าย และพัฒนาเป็นความสวยงามหรูหราขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันยังคงเป็นที่นิยมอยู่ และเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชมเสมอ

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ศิลปะสามารถใช้กับงานด้านใดได้บ้าง

ศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันและเป็นสิ่งที่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ความเป็นศิลปะนั้นก็ยังคงอยู่แต่ก็จะมีการพัฒนาเพื่อให้ศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ดีขึ้นและสามารถนำมาใช้เพื่อการสร้างสรรค์ที่ดีและมีคุณภาพมากขึ้นนั่นเอง ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่สามารถนำเขามาร่วมใช้หรือผสมผสานกับสิ่งต่างๆรอบตัวเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเราทุกคนก็ล้วนจะต้องเคยเรียนวิชาที่เกี่ยวกับศิลปะมาด้วยกันทั้งนั้นและรวมถึงการทำงาน ถือว่าศิลปะเข้ามามีบทบาทมากกว่าการเรียนด้วยซ้ำแพราะการทำงานมีมากมายหลายประเภทมากกว่าการเรียนนั่นเอง มาดูกันว่าศิลปะนั้นสามารถที่จะนำไปผสมผสานและสร้างสรรค์เกี่ยวกับงานด้านใดได้บ้าง 

ต้องบอกเลยว่าศิลปะเป็นสิ่งที่มีการแผงตัวอยู่ในการทำงานแทปทุกประเภทแต่บางประเภทนั้นก็แสดงออกถึงความเป็นศิลปะอออกมาอย่างชัดเจน และบางประเภทก็ไม่ได้มีการแสดงออกถึงการใช้ศิลปะอย่างชัดเจนด้วย ดังนั้นการที่เราจะสามารถรู้ได้ว่าการทำงานแบบไหนมีสิ่งที่เป็นศิลปะซ่อนอยู่หรือมีศิลปะเกี่ยวข้องในการทำงานก็คือการสังเกตนั่นเอง เป็นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นทราบว่างานด้านใดบ้างจำเป็นจะต้องมีศิลปะนั่นเอง

งานที่เห็นได้ชัดเลยว่ามีศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องก็คืองานออกแบบ ดีไซน์ต่างๆ และการออกแบบนี้นั้นพูดถึงการออกแบบโดยรวมไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอะไรล้วนก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีการใช้ศิลปะต่างเข้ามาเพื่อผสมผสานให้เกิดชิ้นงานขึ้นมานั่นเอง งานด้านนี้นั้นจึงถอเป็งานที่มีการแสดงการใช้ศิลปะในการทำงานออกมาได้อย่างชัดเจและเห็นได้ชัดและศิลปะก็ถือว่าเป็นสิ่งท่ำเป็นต่องานประเภทนี้ด้วย ผู้ที่ทำงานประเภทนี้จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศิลปะเป็นอย่างดี เพราะความรู้ด้านศิลปะจะช่วยให้งานด้านนี้นั้นออกมาดีและมีคุณภาพ

งานด้านการพูด ก็เป็นการสร้างสรรค์โยใช้ศิลปะคำพดในพูดเพื่อโน้มน้างนั่นเอง เพราะคำว่าศิลปะนั้นได้ม้จำกัดแค่ว่าการวาดรูป การปั้นและการออกแบเท่านั้น แต่รวมไปถึงศิลปะการพูด การแสดงออกด้วย การพูดที่สามารถทำให้ผู้ฟังนั้นคล้ายตามและมีจินตนาการไปกับคำพูดเหล่านี้ได้นั้นก็นับว่าเป็นศิลปะชิ้นหนึ่งที่ผู้พูดจะต้องสร้างสรรค์ตกแต่งคำพูดของตัวเองนั้นออกมาสวยงามเพื่อให้ผู้ฟังได้ฟังและค้าอยตาม เหมือนการดูงานศิลปะการวาดการปั้นเป็นต้น การพูดจึงถือเป็นการแสดงออกถึงศิลปะอย่างชัดเจนเช่นกัน

นักดนตรี สิลปะกับดนตรีเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นรู้กันอย่างดีว่าเป็นสิงสิ่งที่สามารถเชื่อมถึงกันไดถึงแม้งานด้านดนตรีจะไม่ได้มีการแสดงออกถึงศิลปะอย่างชัดเจนมากนักแต่การเล่นนั้นไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าในการเล่น การจินตนาการ การสร้างสรรค์ผลงานด้านเพลงนั้นก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าศิลปะที่นักดนตรีจะต้องมีการถ่ายทอดออกมาจากอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาการที่ตนเองนั้นมีด้วยเช่นกัน ดังนั้นงานด้านดนตรีก็เป็นงานอีกด้านหนึ่งที่จะต้องใช้ความเป็นศิลปะเข้ามาช่วยเพื่อผสมผสานให้เกิดความสวบงามทางด้านดนตรีมากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

ภาพนอนทาบกับกระจก ใช้การสะท้อนสายตาเป็นหลัก

ภาพนอนทาบกับกระจก ใช้การสะท้อนสายตาเป็นหลัก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

การถ่ายนอนบนกระจกแบบนี้ ความจริงก็เห็นได้ยากเหมือนกันนะ ถือว่เป้นเทคนิคที่ง่ายแต่ว่า คนไม่ค่อยคิดถึงเทคนิคนี้กัน เพราะส่วนมากแล้วการถ่ายแบบนี้นั้นจะเห็นเพียงแต่กับงานถ่ายแบบระดับสูงๆโหดๆ เคยเห็นอยู่บ้างในหนังสือถ่ายแบบเจ๋งๆ แต่ไม่ค่อยเห็นงานถ่ายโฆษณาหรือโปสเตอร์อะไรเท่าไหร่นัก การถ่ายแบบนี้นั้นอาจจะต้องเตรียมการสักหน่อย เพราะว่ากระจกนั้นก็ต้องหาที่มันเหมาะกับโจทย์ที่เราเลือกด้วย บางครั้งถ้าเลือกกระจกที่ขอบเรียบๆก็อาจจะดูไม่สวยงามพอสำหรับการที่จะเอาไปนอนไว้ที่พื้นแต่ละสไตล์ การถ่ายแบบนี้นั้น จะไม่ค่อยได้สื่อถึงอะไรสักเท่าไหร่ อย่างเช่น ไม่ได้สื่อถึงชุดที่ไส่ หรือกระจกเพื่อการค้า แต่มันจะถูกโฟกัสไปเรื่องของการถ่ายแบบตามโจทย์ โดยศูนย์รวมความน่าสนใจของภาพแบบนี้คือสายตาของตัวแบบนั้นเอง

เตรียมการนั้นไม่ยาก แต่การหาอุปกรณ์ให้เข้ากันนั้นยากสักหน่อย อย่างที่บอกไปว่าเป็นเทคนิคการถ่ายแบบที่เน้นโจทย์และความเข้ากันของภาพถ่ายเป็นหลัก ดังนั้นแล้ว กระจก ชุดแต่งกาย พื้น การแต่งหน้าทำผม ต้องเข้ากันตามโจทย์ทั้งหมด นั้นทำให้อาจจะต้องควานหาของให้เข้ากับโจทย์นั้นๆ กระจกจะยากสักหน่อย เพราะต้องเลือกกรอบดีๆ ไม่ใช่กระจกแบบไหนก็ได้นะ ถ้าได้พื้นและกระจกที่เข้ากันแล้วก็นำไปวาง แล้วก็จัดแสงได้ดีด้วย ตัวแบบก็นอนทาบลงไปได้เลย สิ่งที่ควรระวังคือ การนอนลงบนกระจกแบบนี้ จะทำให้แบบจะต้องลงนำหนักบนกระจกแล้วก็เกิดการสัมผัส

ดังนั้นก็จะทำให้กระจกนั้นมีรอยเปื้อนจากตัวของแบบ ถ้าเกิดการขยับแล้ว อาจจะทำให้เห็นเป็นคราบ แบบนั้นรับไม่ได้นะ ต้องเช็ดออกบ่อยๆ แล้วก็การลงน้ำหนักแบบนั้นก็ระวังกระจกแตกด้วย จะทำให้ตัวแบบบาดเจ็บซะปล่าวๆ ถือว่าเป็นโจทย์ที่มีความสร้างสรรค์สูงมากๆ แต่ว่าก็ต้องทุมเทกำหรับเทคนิคนี้ซะหน่อย ถ้าเกิดว่าเป็นการถ่ายลวกๆ ไม่ตรงโจทย์ ภาพจะออกมาดูไม่สวยและไม่มีความสุนทรีในภาพอย่างแน่นอน และอย่างที่บอกไปตอนต้นนั้น ภาพเทคนิคนี้ต้องเน้นโฟกัสไปทางตาของตัวแบบ ตาของแบบนั้นจะมองมาทางตากล้องหรือไม่มองก็ได้นะ แต่ตานั้นจะต้องชัด แต่เป็นที่ทำให้คนดูภาพอยากจะมองที่สุด

ภาพนี้ถ้าใครกำลังจะถ่ายภาพแบบอย่างจริงๆจังๆ ก็สมควรที่จะลองถ่ายแนวนี้ดู เพราะมันจะออกมาสวยงามมากๆถ้าองค์ประกอบเข้ากันอย่างที่ต้องการ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ดูบอล

จัดแสงไฟได้ตามต้องการ หนึ่งในข้อดีของการทำ Home Studio

เรื่องที่สำคัญที่สุดของการถ่ายภาพคืออะไร แน่นอนล่ะมีหลายเรื่องที่เราต้องคิด และล้วนแต่สำคัญด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งตรงจุดนี้ก็แล้วแต่ตากล้องแต่ละคนที่จะมองเห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ต่างกันออกไป เพราะว่าบางคนนั้นมีความซีเรียสกับอะไรที่แตกต่างกัน รวมถึงการถ่ายแต่ละแบบก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันในทุกๆงาน แต่ก็อยากจะบอกเลยว่า กับตากล้องทุกๆคน ยังไงก็ตามทีเรื่องของแสงเป็นอะไรที่สำคัญระดับต้นๆเลยทีเดียว ถ้าการถ่ายตอนนั้นแสงไม่ดี เราจะเห็นได้ชัดเลยว่า ภาพวันนั้นดูหม่นหมอง แต่งยาก แล้วสุดท้ายก็ไม่เลือกไปใช้ ซึ่งต่อให้เป็นการถ่ายเล่นๆกัน เพื่อเอารูปลงโซเชียลแล้วล่ะก็ สุดท้ายก็ต้องเลือกรูปแสงสวยๆอยู่ดี มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆกับการมองภาพที่มีแสงสวยก็จะสวย

แล้วในเมื่อเรื่องแสงสำคัญแล้ว การถ่ายงานที่ซีเรียสๆ ก็แน่นอนว่า ก็ต้องแบกอุปกรณ์กันไปอย่างมากมาย ทั้งขาตั้งมากมายหลายอัน แล้วก็เหล่า แผ่นรีเฟลกและไฟดวงโตๆทั้งหลาย เพื่อเป็นการควมคุมแสงด้วยตัวเราเองได้ แต่การออกไปถ่ายกลางแจ้งยังไงก็ตาม ก็ต้องเจอกับแสงธรรมชาติที่เขามาผสมปนเปกับแหล่งแสงที่เราได้สร้างขึ้นมาเอง แล้วนั้นจะเป็นความลำบากอย่างหนึ่งในการที่จะต้องค่อยปรับแสงและรีเฟรกอยู่ตลอดตามสภาพแสงธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แค่คิดแค่ตอนแบกก็เหนื่อยแล้วล่ะ ที่นี้ยังต้องมาคิดเรื่องอื่นๆอีก ตอนถ่ายอีก เหนื่อยกันแบบหลายต่อเลย

แต่ถ้าเทียบกับการทำ Home Studio แล้วล่ะก็ เรียกได้เลยว่าเป็นคนละเรื่องเลยทีเดียว เพราะการถ่ายที่บ้าน ก็ถือเป็นการถ่ายในร่มอีกด้วย แน่นอนแหละว่าการถ่ายในร่มมันง่ายดายมากๆ เพียงแค่เซ็ตแสงเพียงครั้งเดียวก็สวยได้แล้ว ไม่ได้มีปัจจัยอะไรมากมายนัก แต่ถ้าเกิดว่าทำ Home Studio กันที่กลางแจ้ง ในสวนหน้าบ้านอะไรแบบนี้

จริงอยู่ก็ต้องปรับแสงตามแสงธรรมชาติต่างๆอีกด้วย แต่ว่ามันกลับสะดวกด้วยที่ว่ามันคือพื้นที่ของเรา ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ เราจะขยับ จะวางทิศทางแสงตรงไหนก็ได้ อีกทั้งทั้งหมดทั้งมวลเราทำที่บ้าน เพราะฉะนั้นมันจะดวกสบายมากในเรื่องของการที่ไม่ต้องขนอุปกรณ์ไปไหนให้ลำบากอะไรเลย ถือว่าสุดยอดจริงๆ

สุดท้ายแล้ว ความสะดวกในการจัดแสงไฟได้นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของเวลาเช่นเดียวกัน นั้นก็คือสามารถจัดแสงในทุกช่วงเวลาได้ ต่างจากการจัดข้างนอกที่ต้องให้เหมาะสมกับพื้นที่อีกด้วย

 

 

ขอบคุณ  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท  ที่ให้การสนับสนุน