Categories
ตำนาน

ลัทธิโรแมนติก 

        ลัทธิโรแมนติก  เมื่อพูดถึงคำว่าโรแมนติก  หลายคนนั้นจะคิดถึงเกี่ยวกับเรื่องของความเพ้อฝันความหวานมีความคิดไปในรูปแบบในการพูดถึงเรื่องของความรักซะเป็นส่วนใหญ่

ซึ่งแน่นอนว่าความโรแมนติกนั้นทุกคนย่อมต้องการกันเป็นอย่างดีเลยทีเดียวโดยเฉพาะเพศหญิงนั้นชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของความโรแมนติกเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามในบทความนี้เราจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับลัทธิโรแมนติก

ซึ่งมันจะไปเกี่ยวพันเกี่ยวกับศิลปะดังนั้นเรามาดูกันว่าศิลปะกับความโรแมนติกนั้นมีการเกี่ยวพันกันในรูปแบบไหนบ้าง

         อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าความโรแมนติกนั่นก็คือมันเป็นเรื่องของการจินตนาการการนึกคิดไปเองหรืออาจจะเป็นเรื่องของการเพ้อฝันการอยากให้เกิดความเย้ายวนใจเกี่ยวกับเรื่องของทัศนคติและอุดมคติต่างๆ

เรียกได้ว่าความโรแมนติกก็คือการที่เรามองไปทางไหนก็สดใสสว่างเป็นสีชมพูซึ่งแน่นอนว่ามันก็คือเรื่องราวที่ไปเกี่ยวพันกับเรื่องของรักๆใคร่ๆนั่นเอง 

       จะเห็นได้จากการนำเอาความโรแมนติกนั้นมาผสมผสานกับรูปแบบของศิลปะอย่างเช่นศิลปะในเรื่องของการแสดงซึ่งจะเห็นได้ว่าศิลปะการแสดงนั้นอย่างการแสดงละครหรือการแสดงซีรีย์ต่างๆเราจะมีการนำลัทธิโรแมนติกมาผสมผสานในตัวละครนั้น

จะต้องมีการแสดงออกถึงความรักของคู่พระนางโดยเฉพาะพระเอกนางเอกนั้นอาจจะมีการแสดงความรักด้วยการแสดงความโรแมนติกต่อกันทำให้ผู้คนหันมาสนใจละครต่างๆเหล่านั้น

         นอกจากนี้อันที่จริงแล้วเรื่องของการนำศิลปะโรแมนติกมาผสมผสานกับตัวละครนั้นไม่ใช่เพียงแค่ในเรื่องของเรื่องราวความที่สดใสเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะการที่เรามีเรื่องราวความรักที่หดหู่เศร้าเสียใจแต่ก็สามารถทำให้เกิดเรื่องราวสุดแสนที่จะโรแมนติกในจินตนาการของผู้ชมได้อีกด้วย

         สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราวที่สุดแสนโรแมนติกหรือศิลปะโรแมนติกเกิดขึ้นนั้นก็คือการทำขึ้นมาโดยทางธรรมชาติซึ่งโดยปกติแล้วศิลปินต่างๆมักจะมีแนวความคิดเป็นของตนเองบอกเล่าเรื่องราวจากประวัติความเป็นมาเช่นอาจจะไปค้นหาข้อมูลประเพณีวัฒนธรรมต่างๆและมาวาดเป็นรูปภาพหรือจินตนาการขึ้นมาแล้ว

นำมาผสมผสานกับวิวทิวทัศน์ต่างๆหรือผสมผสานกับธรรมชาติเกิดเป็นรูปแบบของความโรแมนติกเกิดขึ้นการนำศิลปะโรแมนติกมาใช้นั้นไม่ใช่เพียงแค่การมาใช้ในศิลปะของการแสดงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            แต่สามารถแสดงความโรแมนติกออกมาในรูปแบบของรูปภาพได้ด้วยซึ่งเราสามารถที่จะเห็นได้ว่ารูปภาพต่างๆก็มีการนำความรู้มาผสมผสานเช่นรูปภาพในสมัยโบราณที่มีการนำลัทธิโรแมนติกมาผสมผสานจะเห็นได้ว่ามีการกระตุ้นในเรื่องของความเท่าเทียมกันการปลุกระดมคน

ซึ่งถูกตีแผ่ในรูปแบบผลงานด้านศิลปะอย่างเป็นผลงานของกวีเอกของประเทศฝรั่งเศสอย่างที่ออเดอร์โกริโกะหรือถ้าหาคนที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะจะรู้ว่ารูปภาพนั้นก็คือรูปเรือเมดูซ่าที่อับปางลงในปี 1816 นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี

Categories
ประวัติศาสตร์

คุณรู้หรือไม่ว่านักโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกคือใคร

      นักโปรแกรมเมอร์คนแรก  ด้วยวิวัฒนาการในปัจจุบันนี้เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักคำว่ามีโปรแกรมเมอร์กันเป็นอย่างดีเพราะตัวโปรแกรมเมอร์นั้นก็คือตัวบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของคอมพิวเตอร์นั่นเองซึ่งกว่าที่จะมาเป็นโปรแกรมเมอร์ได้นั้น

จะต้องมีการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้นอกจากนี้ยังค่อนข้างเก่งเกี่ยวกับเรื่องของคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก

        ปัจจุบันอาชีพโปรแกรมเมอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและถ้าหากใครจบโปรแกรมเมอร์ซึ่งมีความสามารถที่มีการติดตั้งการทำโปรแกรมต่างๆได้คุณจะสามารถหางานทำได้อย่างรวดเร็วและได้เงินเดือนนี้มากๆอีกด้วยเพราะปัจจุบันนี้

สังคมที่เราใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้จำเป็นที่จะต้องมีการใช้คอมพิวเตอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานดังนั้นอาชีพโปรแกรมเมอร์จึงมีความสำคัญต่อสถานที่ทำงานเกือบทุกแห่งเลยทีเดียวเพราะโปรแกรมเมอร์นั้น

       นอกจากจะสามารถทำการเขียนโปรแกรมได้แล้วยังต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องของการแก้ไขโปรแกรมต่างๆหรือเครื่องคอมพิวเตอร์หากมีปัญหาอีกด้วยอย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยมีการศึกษาเชิงลึกว่าแท้ที่จริงแล้วโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกนั้นคือใคร

และเริ่มต้นมาจากจุดไหนถึงกลายมาเป็นโปรแกรมเมอร์ของโลกได้ในปัจจุบันนี้ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับบุคคลในตำนานหรือคนที่เป็นโปรแกรมเมอร์ของโลกนั่นเอง

     สำหรับโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกนั้นเธอมีชื่อว่า     Ada Lovelace  ซึ่งเธอนั้น เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกันโดย  Ada Lovelace ได้รับการดูแลจากแม่ที่สนับสนุนให้เป็นผู้หญิงสมัยใหม่  

Ada Lovelace ได้ศึกษาในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่างจากหญิงทั่วไปในสมัยนั้นและในช่วงอายุ 17 ปี  Ada Lovelace รู้จักกับอาจารย์ซัมเมอร์วิวแห่งเคมบริดจ์

         ซึ่ง  Ada Lovelace  ก็ได้คลุกคลีกับเพื่อนกลุ่มนี้จนได้รู้จักกับ Charles Babbage  ในงานสังสรร แห่งหนึ่งตอนที่  Babbage กล่าวว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเครื่องคำนวณไม่เพียงสามารถคิดผลแต่สามารถประมวลผลนั้นได้ด้วย

  แต่ว่าคำกล่าวนั้นไม่ได้รับความสนใจจากใครยกเว้น ada  ซึ่งเธอได้อาสาที่จะช่วย Charles Babbage พัฒนาให้มันเป็นจริงโดยสิ่งที่เธอทำก็คือการสร้างภาษาสำหรับเครื่องวิเคราะห์ของ Babbageจนเกิดได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

      อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรส่วนใหญ่นั้นจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานดังนั้นหากใครมีความรู้ความเข้าใจที่จะสามารถเขียนโปรแกรมต่างๆได้ก็จะทำให้การทำงานนั้นสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

  ซึ่งถ้าหากว่าใครสนใจเกี่ยวกับเรื่องของการเขียนโปรแกรมต่างๆเราสามารถไปศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือจะค้นหาข้อมูลการเขียนโปรแกรมต่างๆได้ผ่านทาง Google ได้แล้วในปัจจุบันนี้ 

 

สนับสนุนโดย.    ยูฟ่าสล็อตเว็บตรง

 

Categories
ตำนาน

ประวัติของ รพินทรนาถ ฐากูร  

        เชื่อว่าหากใครที่ศึกษาเกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลก หรือบุคคลสำคัญของอินเดีย ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อเสียงนี้กันมาบ้าง รพินทรนาถ ฐากูร นั่นก็คือ  รพินทรนาถ ฐากูรนั่นเอง  

ซึ่งประวัติความเป็นมาของ รพินทรนาถ ฐากูร นั้นมีประวัติที่เก่าแก่ และและเป็นประวัติที่สร้างชื่อเสียงกลายเป็นเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

        สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ที่รู้จัก รพินทรนาถ ฐากูร นั้นส่วนมากรู้จักในฐานะนักคิด  นักศิลปิน  นักปรัชญา  นักกวีและนักเขียน   เขากำเนิดขึ้นในแคว้นเบงกอลเมืองกาตาร์ประเทศอินเดีย

  โดย รพินทรนาถ ฐากูร นั้นเขาเกิดในวรรณะพราหมณ์  ซึ่งวันที่เขาเกิดนั้นตรงกับวันที่ 7 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ 1861 และ รพินทรนาถ ฐากูร  ถือเป็นต้นแบบแห่งกวีที่ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกทั้งในแง่ของเนื้อหาลึกซึ้งว่าด้วยชีวิตและภาษาอังกฤษงามสละสลวย

       รพินทรนาถ ฐากูร ได้รับรางวัล ต่างต่างมากมาย  อย่างเช่น รางวัล โนเบล   ซึ่งสาขาที่เขาได้รับนั้นก็คือ สาขาวรรณกรรม  โดยได้รับในช่วงในปีคริสต์ศักราช 1993 จากกวีนิพนธ์เรื่องคีตาญชลี  ซึ่งเราอาจจะสามารถนับได้ว่า รพินทรนาถ ฐากูร 

   นั้นเขาเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้และถือว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ชาวตะวันตกหันกลับมาสนใจในภูมิปัญญาของชาวชมพูทวีปผลงานของ รพินทรนาถ ฐากูร นั้นควรค่าแก่การเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เลยทีเดียว 

         สำหรับผลงานของเขาครอบคลุมพื้นที่ในหลายสาขาวรรณกรรม เรียกได้ว่าเยอแยะมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นร้อยกรอง  หรือแม้แต่ บทรัก  รวมถึง กวีนิพนธ์   และยังมีนวนิยาย  นอกจากนี้ยังมี เรื่องสั้น และ   อัตชีวประวัติบทวิจารณ์รวมทั้งงานศิลปะและบทประพันธ์เพลง อีกด้วย 

  สำหรับตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียงของเขา  อย่างเช่น งานเขียนเรื่องสาธนาบทกวีนิพนธ์หิ่งห้อย    บทกวีจันทร์เสี้ยว     บทละครเรื่องจิตรา     เรื่องสั้นราชากับปราณี    เรื่องสั้นนายไปรษณีย์รวมถึงเพลงชาติอินเดีย   เป็นต้น 

       นอกจากนี้ รพินทรนาถ ฐากูร  ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นบุคคลอันดับต้นต้นที่เห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเรียน การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  โดยเขาก่อตั้งโรงเรียนศานตินิเกตัน

ซึ่งเน้นบรรยากาศครูให้ความรักความอบอุ่นแก่เด็กนักเรียน เปรียบเสมือนกับที่บิดาให้ความรักกับบุตร ของตัวเอง และดำเนินโรงเรียนมีการสอนถึงปีที่ 21 โรงเรียนศานตินิเกตันก็ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยโดยใช้ชื่อว่าวิศวภัณฑ์หรือหมายถึงสถานอันเป็นแหล่งพักพิง

       สำหรับในช่วงบั้นปลายชีวิต รพินทรนาถ ฐากูรยังร่วมกิจกรรมทางการเมืองด้วย  โดยกิจกรรมที่เขาเข้าร่วมก็คือ การร่วมต่อต้านการปกครองของรัฐบาลจักรวรรดินิยมอังกฤษและรณรงค์เพื่อความเป็นเอกราชของประเทศอินเดียอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่า

Categories
ตำนาน

ตำนาน โขดหินยักษ์ Uluru Australia

      โขดหินยักษ์ Uluru Australia    เชื่อว่าหลายคนที่เคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกประหลาดคงรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันมาบ้างแล้วนั่นก็คือ  Uluru Rock นั่นเอง 

ที่นี่นับได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของโลกที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาซึ่งมีอายุเก่าแก่มานานหลายร้อยล้านปีมาแล้วอย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่และยังมากลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

จากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากโดยสถานที่แห่งนี้นั้นอยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศออสเตรเลียนั่นเอง 

   สำหรับ Uluru Rock   หรือหลายคนเรียกกันว่า หินอุลูรู  นั้นคำเหล่านี้มีต้นกำเนิดการเรียกมาจากภาษา พิจันจาร่า ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาของชาวอะบอริจินโดยเป็นชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกหินยักษ์แห่งนี้  ส่วนชื่อ Ayers   ตั้งขึ้นเมื่อปี 1873

โดยมีที่มาจาก Sri  Henry Ayers นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียในขณะนั้น  เพราะนอกจากเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เขายังชอบการทอ่งเที่ยวเชิงธรรมชาติ

แนวผจญภัยอีกด้วย และ Henry Ayers ก็มักจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่เป็นประจำ ภายหลังจึงได้มีการเรียกชื่อที่นี่ตามชื่อของนายกรัฐมนตรีคนนี้นั่นเอง 

         อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเรื่องของความใหญ่โตของหินอุลูรู แห่งนี้ต้องบอกว่าสมกับคำเรียกที่มีการตั้งให้อย่างแน่นอนเพราะที่นี่เป็นหินยักษ์ ขนาดใหญ่ ตัวหินนั้นมมีสีแดง 

สามารถวัดความยาวได้ 3.6 กิโลเมตร  นอกจากนี้เมื่อวัดความกว้างได้ 1.9 กิโลเมตรรวมถึงความสูงก็มีความสูงถึง 348 เมตรและมีเส้นรอบวง 9.4 กิโลเมตร ดังนั้นหิน Uluru Rock จึงถูกเรียกว่าเป็นหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

           สำหรับที่นี่ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Uluru -Kata tjuta National Park รัฐ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี  หินอุลูรูนั้นเกิดขึ้นประมาณ 500 ล้านปีก่อนซึ่งบริเวณนั้นยังเป็นทะเลจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและความดันใต้ทะเลทำให้ทรายและหินอื่นๆ

มาประกอบรวมกันเป็นก้อนเดียวคือหินอุลูรูเวลาผ่านไปน้ำทะเลที่บริเวณนั้นก็แห้งเหือดจนกลายเป็นทะเลทรายเหลือเพียงหินอุลูรูที่ยังคงตั้งตระหง่านบริเวณนั้นจนถึงปัจจุบัน

         ส่วนตำนานของชาวอะบอริจินเรียกว่าดื่มตามยุคแห่งความฝันซึ่งเป็นตำนานกำเนิดของโลกชาวอะบอริจินได้กล่าวไว้ว่าบรรพบุรุษของพวกเขาได้สร้างหินอุลูรูขึ้นมาจึงมีฐานะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจิน

เนื่องจากหินอุลูรูมีขนาดใหญ่มากไม่สามารถเที่ยวได้ครบภายในวันเดียวนักท่องเที่ยวจึงมักจะตั้งแคมป์เพื่อนอนค้างที่บริเวณนี้และยังมีการปีนหินอุลูรูด้วย

   ภายหลังคณะกรรมการของอุทยานแห่งชาติ  Uluru -Kata tjuta National Park  ก็ได้สั่งห้ามไม่ให้ปีนหินอุลูรูเนื่องจากเป็นการไม่เคารพธรรมเนียมของชาวอะบอริจินที่ถือว่าเห็นผู้รู้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคำสั่งนี้ได้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2019 เป็นต้นมา 

 

สนับสนุนโดย.  ufa สล็อตแตกบ่อย