Categories
ประเพณี - ตำนาน

การพรางตัวเรือดำน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

การพรางตัวเรือดำน้ำ ซึ่งวันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับเรือรบในสงครามโลกมาฝากกันอีก ในสงครามโลกโดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่1เราจะได้เห็นเรือรบขนาดต่างๆ 

ต่างก็ทาสีลายทางสลับขาวดำบ้างสลับสีอื่นบ้างไม่ว่าจะเป็นเรือพิฆาตเรือประจัญบานหรือแม้หระทั่งเรือบรรทุกเครื่องบินก็ตามทำไมพวกเขาต้องทาสีแบบนี้กันด้วย

เหตุผลนั่นก็คือการพรางตัวนั่นเองหลายคนคงสงสัยกันแล้วว่ามันพรางตัวยังไงทาสีแบบนี้ยิ่งทาสียิ่งเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นอีกไม่ใช่หรอเดี๋ยววันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆกันว่าเหตุผลของการพรางตัวแบบนี้มันมีประโยชน์อย่างไงบ้าง

ซึ่งถ้าให้พูดถึงเรื่องของการพรางตัวมันก็มีมานานมากแล้วในประวัติศาสตร์สงครามจนมาถึงในยุคปัจจุบันก็จะคุ้นชชินกับการพรางตัวใช้สีตามสภาพแวดล้อมถ้าเกิดรบในทะเลทรายพวกเขาก็จะใช้ลายพรางทะเลทรายถ้าเกิดพวกเขารบกันในป่าก็จะเป็นสีเขียวพรางป่าไป

แต่สำหรับการใช้บนเรือรบในสงครามโลกครั้งที่1ได้มีการที่จะพยายามพรางสีในตอนแรกพวกเขาไม่ได้จะทาให้เป็นสีทางแบบนี้ พวกเขาได้ใช้สีครามทะเลสีเทาเข้มและสีน้ำเงินทาไปยังตัวเรือเพื่อที่จะทำให้สีของเรือกลืนเหมือนกับทะเลหรือท้องฟ้า

โดยในวิธีนี้มันก็พอจะมีประสิทธิภาพบางอยู่แต่ก็จะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะคิดภาพตามจริงๆสีของทะเลแต่ละที่นั้นมันไม่ได้เหมือนกันและรวมไปถึงอีกหนึ่งปัจจัยหนึ่งด้วยก็คือแสงตกกระทบของพระอาทิตย์ลงมายงท้องทะเลมันก็ทำให้สีทะเลเปลี่ยนที่เรียกว่าเปลี่ยนมันเปลี่ยนไปทั้งหมดจากสีครามเป็นสีฟ้าได้เลย

ดังนั้นสีท้องทะเลตรงนี้แหละมันจะทำให้สีที่พรางตัวจองเรือที่ทาเอาไว้แล้วมันไม่ตรงกับสภาพแวดล้อมในตอนนี้ โดยกองทัพเรืออังกฤษก็ได้มองตรงนี้ว่ามันเป็นปัญหาเพราะในตอนนั้นกองเรือของอังกฤษไม่ว่าจะเป็นเรือรบกำลังเผชิญปัญหาหนัก

เรืออูโบทของเยอรมนีหรือเรือดำน้ำนี่แหละซึ่งมันมีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่1แล้ว ซึ่งภายในของเรือดำน้ำมันร้ายแรงมากๆเลยเพราะเราจะไม่สามารถเห็นมันได้เลยเราจะเห็นมันได้ก็ต่อเมื่อตอนที่มันขึ้นมาสู่ผิวน้ำเท่านั้นในยุคที่ยังไม่มีเรดาร์ในสงครามโลกครั้งที่1ยังไม่มีเรดาร์ติดเรือ

เรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ของกองทัพเรืออังกฤษเลยจากการที่กองทัพได้วิเคราะห์ดูแล้วยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางหนีรอดเรือดำน้ำได้ยังไงพวกเขาก็ต้องถูกพบเจออยู่ดีเขาเลยเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาก็คือถ้าถูกพบเจอไม่เป็นไรแต่ว่าทำยังไงจะไม่ให้ถูกพวกมันโจมตี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

Categories
ประวัติศาสตร์

เรื่องจริงเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง

เรื่องจริงเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง คุณคงรู้จักสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสงครามครั้งใหญ่ที่สุดและเป็นความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกและเราจะพาคุณไปพบกับเรื่องจริงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน 

อันดับที่แรก ก่อนเกิดสงคราม นี่ก็เป็นผลที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1จากเยอรมนีและชาติที่แพ้สงคราม พวกเขาคิดว่าสนธิสัญญาแวร์ซายไม่เป็นธรรมและมันได้ทำให้พวกเขานั้นเสียเปรียบมากเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของอดอล์ฟฮิตเลอร์ ที่เป็นผู้นำของเยอรมนีในตอนนั้น 

ซึ่งเขาต้องการที่จะยกเลิกสนธิสัญญาตรงนี้ทิ้งไปโดยมีผู้นำของอิตาลีและญี่ปุ่นได้เห็นดีเห็นงามด้วยพวกเขาต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมจึงทำให้สถานการณ์โลกในตอนนั้นมีการแบ่งขั้วอำนาจเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายอักษะที่เน้นเผด็จการทหาร และชาตินิยม นำโดยประเทศเยอรมนีอิตาลี และญี่ปุ่น 

ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็คือฝ่ายสัมพันธมิตร พวกเขาจะเน้นประชาธิปไตยและเสรีนิยมนำโดยสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียตสหภาพอาณาจักร และฝรั่งเศสโดยสถานการณ์ ในตอนนั้นค่อนข้างที่จะตึงเครียด แต่ก็ไม่มีคนกลางคนไหนที่จะสามารถสะสางปัญหานี้ได้ 

อันดับที่ สอง จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ในปี 1939 อดอล์ฟฮิตเลอร์ได้สั่งให้กองกำลังทหารบุกโปแลนด์การปลูกนี้ทำให้ขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามฝรั่งเศสและอังกฤษไม่พอใจพวกเขาจึงประกาศสงครามกับเยอรมนีเป็นเหตุที่ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

ซึ่งในช่วงเวลานั้นกองกำลังทหารเยอรมันนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากไม่ว่าจะบุกไปที่ไหนก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้ จนในช่วงเวลาปี 1939 ถึง 1942 พวกเขาสามารถมีใช้ในยุโรปตะวันตกได้เกือบทั้งหมดยกเว้นสหราชอาณาจักรเท่านั้น

ในส่วนของญี่ปุ่นเองก็เริ่มก่อความวุ่นวายในเอเชียเช่นกันจนเรียกได้ว่าสถานการณ์โลกในตอนนั้นมีแต่ความวุ่นวายและได้มีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก แต่ทว่าในปี 1945 ในที่สุดสงครามก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อสหภาพโซเวียตสามารถเข้ายึดครองเมืองเบอร์ลินได้สำเร็จในขณะที่สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูสาวญี่ปุ่นจึงมีการประกาศยอมแพ้ 

นอกจากนี้สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้สิ้นสุดลงอมย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคมปี 1945 ด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรนั่นเอง

อันดับที่ สาม เกือบได้ทำพลูโตเนียม ในปี 1943 ทางเยอรมันนี้ได้บุกไปที่นอร์เวย์และได้เข้ายึดครองโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งเอาไว้และโรงไฟฟ้าแห่งนี้สามารถผลิตมวลน้ำหนักในปริมาณมากซึ่งมันเป็นส่วนสำคัญที่นำไปใช้ผลิตปิโตรเลียมได้ 

โดยผู้ตัวนี้ที่ว่าไปมันสามารถนำไปใช้สร้างระเบิดปรมาณูได้อีกและเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ทางนอร์เวย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพวกเขาก็ได้ส่งกองกำลังพิเศษ 11 นาย แอบเข้าไปวางระเบิดที่ฐานของโรงไฟฟ้าจึงสามารถระเบิดโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้สำเร็จ 

จึงไม่สามารถทำให้ทางเยอรมันนีสามารถนำเอาน้ำมนต์หนักไปผลิตปิโตรเลียมได้และกองกำลังพิเศษทั้ง 11 นายก็สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet เว็บไหนดี

Categories
ตำนาน

ตำนานพระเจ้าบุเรงนอง

โดยมุมมองของพม่าสำหรับใครหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเขาเป็นตัวร้ายตลอดกาลเลยซึ่งจริงๆแล้วพม่าเขาอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นกับไทบก็ได้

ทว่ามีหนึ่งในกษัตริย์องค์หนึ่งของพม่าที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าท่านยิ่งใหญ่ถึงขนาดบ้านเราเองยังได้แต่งเพลงให้กับพระองค์เลยนั่นก็คือ พระเจ้าบุเรงนอง

ที่ในยุคของพระองค์ก็ได้ไปตีเอาหัวเมืองต่างๆจนขยายแผ่นดินไปกว้างไกลจนกระทั่งได้ฉายาว่าผู้ชนะสิบทิศมาครอง

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าผู้ชนะสิบทิศมันมีทิศไหนกันบ้างนั่นก็คือ เหนือ ใต้ ออก ตก เฉียงใต้ เฉียงเหนือ ซึ่งรวมๆแล้วมันก็มีแค่เพียง8ทิศใช่ไหมแล้ว

อีก2ทิศที่เหลือเคยสงสัยหรือไม่ว่ามันคือทิศอะไรก็ต้องบอกว่าให้เราเงยหน้าขึ้นไปมองขึ้นกับก้มลงมาข้างล่างใช่คนสมัยก่อนเขาเทียบว่าพระเจ้าบุเรงนองท่านเก่งมีชัยเหนือฟ้าสวรรค์บาดาล 

ซึ่งมันจะเป็นจริงขนาดไหนเรามาเริ่มในชีวิตตอนเด็กของพระองค์กันก่อนเลยชีวิตในวัยเด็กของพระเจ้าบุเรงนองก็มีที่มาหลายฉบับเลยตั้งแต่ที่มีการบันทึกอยู่จริงๆจนไปถึงการเล่าแปลกๆทั้งสองแบบนี้

มันเป็นเรื่องที่มันต่างกันไปโดยสิ้นเชิงเลยแล้วเชื่อหรือไม่ว่าไอแบบที่คนรู้จักมากกว่าหรือว่าเชื่อกันมากกว่ามันเป็นตำนานที่มีอภินิหารเยอะไปหมด

โดยเป็นเพราะว่ามนุษย์อย่างเราก็จะชอบอะไรที่มันเป็นตำนานมากกว่าอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ที่จืด ตำนานมีอยู่ว่าแต่เดิมทีพ่อแม่ของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านเป็นคนมีอาชีพทำไร่ชาวสวนธรรมดาที่ทำหน้าที่ในการปีนต้นตาลแล้วก็เอาลูกตาลลงมาขายเลี้ยงชีพ

แต่ทว่าทั้งสองบิดามารดาโชคดีมีบุตรที่มีบุญมาเกิดนั่นก็คือพระเจ้าบุเรงนองนั่นเองแต่ตอนแรกพระเจ้าบุเรงนองไม่ได้ชื่อบุเรงนองมีอีกชื่ออันนี้ก็ไม่ทราบสาเหตุมันได้มาจากเรื่องเล่าเรื่องนึงที่บอกว่าตอนที่ท่านเกิดพ่อแม่ท่านก็ว่างท่านเอาไว้กับพื้นแล้วทำงานต่อ

ในตอนที่ไม่ได้ดูอะไรอยู่นั่นเองก็มีปลวกจากไหนไม่รู้มารุมตอมพระเจ้าบุเรงนองน้อยเต็มเลยแล้วปลวกไม่กัดตัวบุเรงนองด้วยเขาก็เลยเห็นว่านี่มันอาจจะเป็นสัญญาณของคนที่มีบุญมาเกิด

โดยเขาทั้งสองก็เชื่อไปตามนั้นแล้วมันก็จะมีเรื่องที่มายืนยันความมีบุญญาธิการของบุเรงนองต่อไปอีกคือในเวลาต่อมาพ่อแม่ออกไปทำงานเอาบุเรงนองนอนวางหลบแดดใต้ต้นตาลเพื่อให้เงาบังแสงอาทิตย์เสร็จแล้วขึ้นไปบนต้นตาล

แต่ทว่าคงจะทำนานไปหน่อยพระอาทิตย์มันได้เริ่มเปลี่ยนทิศเงาของต้นตาลที่มันบังออยู่ก็เริ่มเคลื่อนออกไปทีนี่มีงูตัวนึงเลื้อยมามาแพ่แม่เบี้ยเป็นเงาบังบุเรงนองเอาไว้พ่อแม่มาเห็นตกใจงูนั้นไม่ทำอะไรบุเรงนองเลยสักนิดเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

Categories
ตำนาน

การกำเนิดของยักษ์ทศกัณฐ์

ซึ่ง “นนทก” พึ่งได้นิ้วเพชรมาได้ไม่นาน“นนทก”ก็ได้ใช้นิ้วเพชรฆ่าเทดาไปหลานองค์เลยเมื่อเทวดาองค์อื่นๆได้เห็นความร้ายกาจของนิ้วเพชรแล้วก็มีความรู้สึกกลัวนิ้วเพชรของ “นนทก” เป็นอย่างมากเลย

ทำให้“นนทก” เกิดความลำพองใจเพราไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานนิ้วเพชรของตนได้จึงนึกรองดีไปทำร้ายเทวดาตนอื่นๆจนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วสวรรค์

เมื่อเหล่าเทวดาทนไม่ไหวก็ได้รวมพลไปทูลต่อ “พระอิศวร” ให้ช่วยจัดการ “นนทก” ให้หายซ่าสักที

พอเมื่อ “พระอิศวร” ทราบเรื่องก็ได้มีรับสั่งให้ “พระนารายณ์” มาปราบ “นนทก” พอ “พระนารายณ์” ได้รับมอบหมายงานที่สำคัญนี้ก็คิดหนักว่าจะหาทางเข้าถึงตัว “นนทก” ได้อย่างไง

เพราถ้าหากว่า “นนทก” ยังมีนิ้วเพชรอยู่เพียงแค่“นนทก”มองเห็น “พระนารายณ์” ก็อาจจะใช้นิ้วเพชรชี้มายังตนเองแล้วก็ทำให้ตายไปได้ง่ายๆดังนั้น “พระนารายณ์” จึงได้แปลงกายเป็น “นางอัปสร” โดยมีรูปที่สวยงดงามมากเพื่อที่จะได้จัดการ “นนทก” และได้ไปดักรออยู่ในป่า

ซึ่งทางฝ่ายยักษ์ “นนทก” ผู้เหมเกอมเมือได้มองเห็น“นางอัปสร”ก็หลงไหลก็อยากจะเข้าไปเกี้ยวพาราสีจึงได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับ“นางอัปสร”โดยไม่รู้ว่าเป็นร่างอวตารของ “พระนารายณ์”

และ“นางอัปสร”ก็แสดงความยิ่งดีที่“นนทก”ต้องการที่จะเข้ามาผูกมิตรด้วยแล้วก็ได้ทำการอ้อน“นนทก”ไปว่าเราก็เป็นแค่นางรำถ้าหากปรารถนาอย่างจะมีคู่คู่ของเราก็จะต้องรำได้เช่นเดียวกับเรา

นอกจากนี้ “นนทก” ได้ยินก็หลงกล “พระนารายณ์” และได้ตอบรับคำไปอย่างง่ายดายหลังจากนั้น “นางอัปสร”ก็เริ่มรำและได้บอกให้ “นนทก” นั้นทำตามไปทุกท่าและไม่ว่าจะเป็นท่ารำใดๆก็ตาม“นนทก”ก็ได้ทำตามไปทั้งหมดด้วยความหลงไหลจนกระทั่งมาถึงท่าท่านาคาม้วนหางวน

โดยจะเป็นท่าที่จะต้องใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าขาและ“นนทก”ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะกำลังเพลินกับการรำจึงเผลอชี้ไปที่ขาตนเองพอนิ้วเพชรชี้ไปที่ขาก็ทำให้“นนทก”ล้มไปทันที

เนื่องจากโดนอิฐฤทธิ์ของนิ้วเพชรตนเองเข้าไปและทันใดนั้นเอง“นางอัปสร”แสนสวยก็ได้กลายมาเป็น “พระนารายณ์” ขึ้นมาเหยียบร่างของ “นนทก”

เมื่อยักษ์“นนทก”ได้เห็นร่างที่แท้จริงของ “นางอัปสร” ว่าคือ “พระนารายณ์” ก็ได้ร้องถาม “พระนารายณ์”ว่าเพราะอะไรทำไม“พระนารายณ์”จึงต้องมาฆ่าตนด้วย

“พระนารายณ์”ก็ตอบไปว่าเพราะความผิดของ“นนทก”ใช้นิ้วเพชรตามใจชอบที่ไปไล่ฆ่าเทวดาโดยพลการทำให้“พระอิศวร”จำเป็นจะต้องรับสั่งให้“พระนารายณ์”มาจัดการ

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

Categories
ตำนาน

ตำนานของไทยที่ฝรั่งได้พูดถึงกันเยอะมาที่สุดในอินเตอร์เน็ต

สำหรับภายในประเทศไทยได้มีเรื่องที่ขึ้นชื่อว่าผีดุดอยู่เยอะแยะมากมายเลยถ้าจะให้ถามฝรั่งว่าถนนที่ไหนที่พวกคุณคิดถึงกันมากที่สุดเลยก็คือก็น่าจะเป็น ตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ 

ซึ่งมันก็ได้เป็นตึกที่มีขนาดใหญ่และมีความสูงเป็นอย่างมากที่ตั้งอยู่ใจหลางกรุงเทพมหานครเลยด้วยความสูงกว่า49ชั้น

ในอดีตที่ผ่านมาโครงการสร้างอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นในปี1990ด้วยความสูงกว่า47ชั้นชั้ใต้ดินอีก2ชั้นรวมเป็น49ชั้นกับห้องที่มีทั้งหมด600ห้อง

โดยโครงการตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ได้รับการออกแบบและได้มีการพัฒนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณสถาปนิกชื่อดังและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยรวมแล้ว

โครงการตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งอีก3ปีต่อมาผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ก็ได้ถูกจับกุมในข้อหาวางแผนฆาตกรรมอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและอดีตประฐานศาลฎีกา

นอกจากนี้แผนการดังกล่าวนี้ไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่ามือปืนนั้นได้ถูกจับไปเสียก่อนก่อนที่จะซักทอดผู้ว่าจ้างในเวลาต่อมาและได้ทำให้โครงการดังกล่าวก็ต้องยุติลงไป

ถ้าแม้ว่าจะสำเร็จไปแล้วกว่า80%จนกระทั่งในอีก7ปีต่อมาสภาวะวิกฤตต้มยำก็งก็ได้ทำให้โครงการนี้ได้หายไปแบบเหงาจนถึงในปัจจุบันนี้

เนื่องจากนี้ในภายหลังจากที่โครงการสาธรยูนีคทาวเวอร์ ได้ยุติลงไปแล้วอยู่ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับการฆารตกรรมที่มีคนเข้ามาฆ่าตัวตายในสถานที่ดังกล่าวว่าได้มีการพบเห็นวิญญาณมากมายด้วยกัน

ว่ากันว่าได้มีวัยรุ่นเข้าไปลองของก่อนที่พวกเขานั้นจะผลัดตกลงมาหรือในบางที่ได้พูดกันว่าโครงการดังกล่าวได้สร้างทับสุสานร้างและในปี2014ที่ผ่านมานี้มีการพบศพชาวต่างชาติสวีเดนได้เข้ามาแขวนคอตาย

ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังได้เป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติรู้จักกันดีบนโลกอินเตอร์เน็ตที่อยากจะเข้าไปพิสูจน์ความจริงว่าสถานที่แห่งนี้มันได้เป็นจริงอย่างที่ผู้คนต่างๆเขาได้ลือกัน

หรือไม่เราไม่รู้ว่าในตอนนี้มันสามารถที่จะเข้าไปได้หรือเปล่าเพราะว่าภายในบริเวณนั้นมันเต็มไปด้วยความอันตรายหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับสภาพของตัวตึกเองดีไม่ดีตึกก็อาจจะถล่มลงมาได้

เพราะฉะนั้นแล้วสถานที่แห่งนี้ในปัจจุบันเขายังไม่อนุญาติให้เข้าไปภายใมนบริเวณนั้นแล้วเพราะด้วยหลายๆปัจจัยหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับตัวตึกเพราะว่ามีสภาพที่ไม่ค่อนจะดีเท่าไรเลยปิดไม่ให้เข้าแก่พวกที่จะเข้ามาลองดีหรือเข้ามาถ่ายรูปเอาวิวสวยๆเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมาอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น