Categories
ตำนาน

เปรตหัวลำโพงมีจริงบนโลกเราหรือเปล่าหรือเป็นเรื่องแต่งขึ้นมากันเอง?

สำหรับข้อมูลของThe Siren Headนั้นเขาได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าเมื่อเดือน ก.ค.ปี1995ก็ได้มีรายงานจากทีมงานกู้ภัยว่า เปรตหัวลำโพง ได้ไปพบเจอชายคนหนึ่งที่อยู่ในป่า Acanthus,USAในประเทศสหรัฐอเมริกา

ในสภาพที่พวกเขาพบเจอเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายบอบช้ำมากเหมือนกับถูกทำร้ายร่างกายมาอย่างรุนแรงและจากการสอบถามความเป็นมาของชายคนนี้เขาสรุปใจความได้ว่า

โดยเขาได้เป็นนักเดินป่าที่ชอบในการเดินป่ามากและในวันนี้พวกเขาก็ได้นักกับเพื่อนๆเพื่อที่จะมาท่องเที่ยวและมาสำรวจป่าแห่งนี้กันและในตอนแรกพวกเขาก็ได้เดินสำรวจป่ากันไปเรื่อยๆ

ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรประหลาดๆแต่อยู่ดีพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ยินเสียงประหลาดแผ่ออกมาจากรอบๆตัวเขาและพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เดินต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาต้นตอของเสียงเหล่านั้น

ซึ่งหลังจากที่พวกเขานั้นเดินไปเรื่อยๆผู้ชายคนนี้ที่ได้ถูกพบเจอเขาได้หันกลับมาอีกทีเขาก็ได้ดพบว่าเพื่อนของเขานั้นได้หายกันไปทีละคนจนสุดท้ายเขานั้นได้เหลือเพียงตัวคนเดียว

ในป่าแห่งนั้นนั่นเองและในเวลานั้นเองคนๆนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องทำยังไงเขาก็เลยเดินป่าต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหาเพื่อนของพวกเขา

เนื่องจากนี้หลังจากที่เขานั้นเดินหาเพื่อนเขาไปเรื่อยๆเขาก็ได้ยินเสียงเพื่อนของเขาร้องโหยหวนออกมาอย่างดังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาต้นตอของเสียงเหล่านั้นปรากฏว่าหลังจากที่เขานั้นวิ่งเข้าไปจนเจอต้นตอของเสียงสิ่งที่เขานั้นพบเจอจริงๆแล้ว

ไม่ใช่เพื่อนของพวกเขาแต่มันกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่มีรูปร่างใหญ่โตกว่าต้นไม้และมีหัวเป็นลำโพงที่ส่งเสียงเพื่อนของเขขาอยู่นั่นเอง

นอกจากนี้มันก็เลยทำให้เขานั้นตกใจมากจนทำให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นรู้ตัวว่ายังมีคนหลงเหลืออยู่และหลังจากนั้นชายคนนี้ก็ได้รีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

และในขณะที่เขากำลังวิ่งอยู่เขาก็ได้หันกลับมาปรากฏว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตหัวลำโพงตัวนั้นได้ไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็วจนสุดท้ายเขาก็ได้หมดสติไปและฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ท่ามกลางกู้ภัยและมีรอยบอบช้ำเต็มร่างกายนั่นเอง

ดังนั้นตรงจุดนี้มันน่าสงสัยมากว่ารอยบอบช้ำเหล่านั้นมันได้มาจากไหนและเพื่อนของเขาเหล่านั้นได้หายไปไหนกันแน่และตรงนี้มันก็ได้เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับคำบอกเล่าเกี่ยวกับการพบเจอ

และข้อมูลที่น่าสนใจที่คิดว่ามันน่าจะเป้ฯเรื่องจริงเกี่ยวกับการพบเจอเจ้าเปรตหัวลำโพงหรือเจ้าThe Siren Headนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฟรีสปิน

Categories
ตำนาน

Chupacrabaมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือไม่?

ซึ่งหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมาปรากฏว่าเราไปได้ข้อมูลมาเพิ่มอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือในอดีตที่ผ่านมาเคยได้มีคนอ้างว่าเขานั้นได้พบเจอกับChupacrabaตัวเป็นและได้ทำการไล่ล่ามันพร้อมกับสังหารฆ่ามันและฝังซากศพของมันเอาไว้ที่หลังบ้านอีกด้วย Chupacrabaมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือ

สำหรับเหตุการณืตรงนี้ผู้ที่เขาได้พบเจอเขาได้อ้างว่าในลักษณะที่เขาได้ค้นพบเจอในตตอนนั้นคือสิ่งมีชีวิตตัวนี้เขากำลังดูดเลือดแพะที่เขากำลังเลี้ยงเอาไว้อยู่เขาเลยไปนำเอาปืนขึ้นมาและได้ทำการยิงเข้าไปในสิ่งที่มีชีวิตตัวนั้นจนมันบาดเจ็บและล้มตายไปนั่นเอง

โดยหลังจากนั้นเขาก็ได้เอสิ่งมีชีวิตตัวนี้ไปฝังที่บ้านและได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆให้เข้ามาทำการตรวจสอบว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสอบจริงๆผลที่ออกมานั่นก็คือเจ้าสิ่งมีชีวิต

ตัวนั้นมันเป็นเพียงหมาป่าคาโยตี้ที่มีลักษณะขี้เรื้อนเพียงเท่านั้นไม่ได้เป็นChupacrabaหรือสิ่งมีชีวิตสายพันธ์ใหม่แม้แต่อย่างดเลย

สิ่งเหตุการณืดังกล่าวมันได้มีการเผยแพร่ออกไปคนก็คิดว่ามันก็คงเป็นหมาป่าคาโยตี้ที่เป็นหมาขี้เรื้อนเท่านั้นคงไม่ได้มีอะไรและเหตุการณ์ก็คงจะจบแต่เพียงเท่านั้น

แต่เหตุการณ์แปลกๆมันก็ยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้เพราะว่าเหตุการณ์แปลกๆมันยังเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าประมาณสองถึงสามครั้ง

นอกจากนี้ก็ยังได้มีคนได้พบเจอChupacrabaเพิ่มเติมขึ้นมาอีกโดยข้อมูลเพิ่มเติมตรงนี้เขาได้บันทึกเอาไว้เมื่อประมาณเดือนมีนาคมปี1995เขาได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ว่าครั้งนั่นเหตุการณ์มันได้เกิดขึ้น

ในเขตของปอเตอร์ริโก้เช่นเดิมโดยมีอยู่วันหนึ่งได้มีชาวบ้านท่านหนึ่งเขาได้ไปตรวจสอบฟาร์มสัตว์ที่เขาได้เลี้ยงเอาไว้ในตอนเวลากลางคืน

ดังนั้นเขาก็ได้พบกับสิ่งที่มันมีชีวิตตัวประหลาดที่กำลังจะยืนค่อมและดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงของเขาเอาไว้เขาด้วยความที่ตกใจและเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นเขาเลยได้ตะโกออกมาอย่างดังจนทำให้สิ่งมีชีวิตตัวนั้นหันกลับมาพร้อมกับเสียงขู่เล็กน้อยก่อนที่สิ่งมีชีวิตัวนั้นจะกระโดดหนีเข้าไปในป่า

ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้เป็นที่เรื่องลือกันในตอนนั้นมากเพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ตรงนี้ไปปรากฏว่ามันก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้อีกหลายครั้งและชาวบ้านแต่ละคนเจอลักษณะคล้ายกันหมดเลยบางทีรุนแรงถึงขั้นที่ว่าเคยมีคนเลี้ยงกระต่ายเอาไว้เป็นฟาร์ม

และกระต่ายเหล่านั้นถูกจับเอาไว้ในกรงแต่สภาพที่เขาเห็นในตอนเช้านั่นก็คือกรงกระต่ายของเขาได้พังและกระต่ายที่เลี้ยงเอาไว้ได้ตายหมดพร้อมทั้งมีเคี้ยวจนอยู่ในตัวของกระต่ายอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สมัคร sbobet โดยตรง

Categories
ตำนาน

ปริศนาตำนานกริชวัชระและมีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน

ปริศนาตำนานกริชวัชระ เมื่อวันที่15 มีนาคมปี1938 ที่ผ่านมาได้เป็นวันที่นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยกกองทัพเยอรมันเข้าบุกที่ออสเตรียและได้เข้าไปยึดหอกลองกินุสที่ได้เก็บเอาไว้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ฮอฟ์เบิร์กกรุงเวียนนา

โดยวันนั้นเองในตามตำนานยังได้บอกอีกว่ามันเป็นวันเดียวกันกับที่นายทหารลองกินุสนำหอกแทงพระเยซูด้วย  

โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างที่น่าสนใจเป็นอย่างมากและยังได้เป็นหอกชิ้นแรกของในศาสนาคริสต์ทั้งนี้ยังได้มา (กริชวัชระ) 

ซึ่งในประเทศที่มีขนาดเล็กที่ได้อยู่เหนือไปจากระดังน้ำทะเลอย่างประเทศ ภูฏาน นั้นเอง

โดยยังได้มีตำนานที่ได้มีการเล่าสืบสานกันมานานอย่างเช่น กริชวัชระ ที่ได้อยู่ภายในวัดที่มีชื่อว่า วัดถ้ำเสือ เขาได้บอกว่าบริเวณสถานที่วัดแห่งนี้มันได้เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของ ภูฏาน อีกทั้งยังได้เป็นสถานที่สำหรับนักแสวงบุญที่ได้ศรัทธาเข้ามาในเขตวัดแห่งนี้

นอกจากนี้แม้ ลามะ ชั้นสูงและชาวธิเบตก็ยังเดินทางเข้ามาในวัดแห่งนี้เพื่อทำการสักการะและเข้ามาแสวงหาผลบุญในสถานที่แห่งนี้อีกด้วยกริชความหมายมันน่าจะคลล้ายๆเหมือนกับมีดหากเราจำไม่ผิด

เพราะฉะนั้นแล้วในตามตำนานของทักซัง กูรูรินโปเช ที่เป็นความก่อตั้งสถานที่แห่งนี้เขาได้ทำการขี่นางเสือที่เป็นศักติของท่านที่ได้แปลงกายลงมาที่ได้ลงมายังสถานที่แห่งนี้และได้ทำสมาธิอยู่เป็นเวลานานเป็นเดือนและยังได้เทศ์สั่งสอนคนและได้ทำการสำแดงกายสะกดภูผีปีศาจที่ได้ออกมาทำร้ายคนในบริเวณนั้น

โดยอาวุธที่ท่านนั้นได้ใช้ก็คือ  (กริชวัชระ )

ที่ท่านได้ทำสมาธิบำเพ็ญอยู่เป็นเวลานานในการสวดมนต์และทำการจัดสร้างกริชนี้ขึ้นมาและในปัจจุบันนี้กริชชิ้นนี้ยังได้ถูกจัดเก็บเอาไว้อยู่ที่เดิมและเขาก็จะเปิดให้คนที่มีจิตศรัทธาสามารถเข้าชมได้แค่ปีละ1ครั้งงเท่านั้น

เนื่องจากนี้ยังได้มี  มีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน  ถือได้ว่าเป็นยุคของอียิปต์ที่มีความโด่งดังนอกจากปริศนาของการจัดสร้างพีระมิดในยุคโบราณที่เราคิดว่ามันได้มีความลึกลับแล้วที่มันจะไม่มีความใหญ๋เท่ากับสุสานแต่มันก็ยังมีความน่าพิศวงไม่แพ้กันนั่นก็คือ มีดสั้นของฟาโรห์ตุตันคามุน  นั่นเอง 

ซึ่งเป็น ฟาโรห์คนที่18ขององค์อียิปต์ในยุคใหม่ที่นักวิจัยเขาได้ยืนยันว่าได้ทำมาจากหินอุกกาบาทนอกโลกได้มีอายุมากกว่า3,300ปีเรื่องรวเหล่านี้เขายังได้กล่าวเอาไว้อีกว่าชาวอียิปต์ในยุคนั้นยังไม่รู้จักการทำเหล็กด้วยซ้ำและจะสนใจอะไรกับเหล็กที่มันได้ล่นลงมาจากท้องฟ้าที่มีส่วนประกอบของ ธาตุเหล็ก โคบอลต์ นิกเกิล ที่สามารถพบได้จากอุกกาบาทโลหะอย่างเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet