Categories
ตำนาน

ตํานานเรือไททัน

           สำหรับเรื่องราวของเรือไททัน  ตํานานเรือไททัน นั้นนับได้ว่าเป็นเรือแห่งตำนานที่มีผู้คนสนใจกันเป็นจำนวนมากแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปีแล้วก็ตาม

แต่เหตุการณ์ของเรือไททานิคล่มยังคงเป็นที่จดจำของผู้คนอยู่จนถึงทุกวันนี้  ที่สำคัญด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของเรือไททันซึ่งเป็นเรือลำใหญ่แห่งแรกของโลกที่เดินทางข้ามมหาสมุทร

เป็นเรือในตำนานที่มีการพูดถึงก่อนที่จะมีการล่มสลาย

ตํานานเรือไททัน ว่าเรือลำนี้จะไม่จมทำให้เรื่องราวของเรือไททันนั้นกลายมาเป็นตำนานและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สร้างภาพยนตร์เรื่องไททานิคเป็นจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของเรือไททานิคที่คนรุ่นหลังอาจจะไม่ค่อยรู้จักกำนันนี้กัน 

 สำหรับเรื่องราวของเรือไททานิคเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี การทำค.ศ. 1898 

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการเล่าถึงการสร้างเรือลำหนึ่งขึ้นมาเดินเรือลำนี้ถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งทนทานและถูกกล่าวขานว่าเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการตั้งชื่อเรือลำนี้ว่าไททัน

  และเรื่องราวของการสร้างเรือไทรทันนั้นก็เป็นที่โจษจันมากเนื่องจากว่ามีการให้สมญานามเรือไททันแห่งนี้ว่าเป็นเรือแข็งแกร่งที่ไม่มีวันจบอย่างเด็ดขาด

       โดยเรือไททันรำนี้นั้นมีขนาดใหญ่มากสามารถบรรจุคนให้ลงเรือลำดังกล่าวนั้นได้ถึง 3,000 เลยทีเดียวโดยเรือดังกล่าวเป็นเรือสัญชาติอังกฤษ  และแผนการเดินทางครั้งแรกของเรือไททันนั้นก็คือจะต้องเดินทางออกจากประเทศอังกฤษเพื่อไปเมืองนิวยอร์ก 

ความใหญ่โตมโหฬารของเรือดำนี้นั้นมีห้องเครื่องถึง 16 ห้องด้วยกันและมีการสำรองเรือขนาดเล็กกรณีที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นเอาไว้ถึง 20 ลังและมีการออกเดินทางเมื่อเดือนเมษายนซึ่งต้องมีการล่องเรือผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก

        แน่นอนว่าใครๆก็อยากขึ้นเรือไททันด้วยกันทั้งนั้นเนื่องจากว่าเรือไทยท่านนั้นมีชื่อเสียงเรื่องของความใหญ่โตและไม่มีทางตรงจึงมีมหาเศรษฐีและคนร่ำรวยเป็นจำนวนมากที่ซื้อตั๋ว

เพื่อเดินทางกันในครั้งนี้เพราะหวังจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตนเองในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นเองแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคาดหวัง

          เพราะเมื่อเรือเดินทางมาถึงกลางมหาสมุทรแอตแลนติกปรากฏว่าด้วยความเร็วของเรือที่ขับมาทำให้เรือนั้นพุ่งชนภูเขาน้ำแข็งและจากเหตุการณ์ชนภูเขาน้ำแข็งในครั้งนี้นั่นเองที่ทำให้เรือไททันนั้นได้ร่มลงตามแม่น้ำแอตแลนติกและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากมีผู้รอดจากการเรือล่มในครั้งนี้เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ตำนาน

ชนเผ่ากินคนชาวบาเตาะ

ชนเผ่ากินคนชาวบาเตาะ ย้อนกลับไปสมัยก่อนที่ประเทศไทยบ้านเรานั้นยังเป็นป่ารกทึบที่รกมากกว่าทุกวันนี้มันก็จะมีชนเผ่ามากมายที่เขาไม่ได้ติดต่อกับโลก

ภายนอกที่คนชนเผ่าต่างๆเหล่านี้เขาก็จะมีวัฒนธรรมแตกๆอะไรที่มันเป็นของตัวเองมันก็แปลกจนกว่าที่คนเราทุกวันนี้เกินกว่าจะเข้าใจ

นอกจากนี้ตัวอย่างเช่นชนเผ่ากินคนชนเผ่าเหล่านี้เขาก็จะมีวิธีการในการล่าคนที่สุดจะบรรยายโดยในพิกัดในการล่าคนของพวกนี้นั้นก็จะอยู่แถวๆริมฝั่งที่แม่น้ำ

และแม่น้ำที่ได้มีชนเผ่าเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ชุกชุมก็ว่ากันว่าในสมัยนั้นเป็นแม่น้ำสุไหงโกลกทางภาคใต้ที่ได้คั้นระหว่างมาเลเซียกัลป์จังหวัดยะลาแล้วก็นราธิวาสของเมืองไทย

โดยวิธีพวกเขานั้นก็จะนำหวายมาถักให้เป็นเชือก

มันก็จะมีความหนาอยู่ประมาณหนึ่งเสร็จแล้วก็จะเอาเชือดไปผูกกับอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำกับต้นไม้หรืออะไรที่เขาว่ากันก่อนที่จะซ้อนให้เชือกนั้นมันจมอยู่ใต้น้ำลากมาอีกฝั่งพอมีชาวบ้านคนไหนไม่รู้เรื่องพายเรือขึ้นมาพวกเขาก็จะกระตุกเชือกขึ้นมามันก็จะทำให้เรือไม่สามารถที่จะแล่นไปไหนต่อไป

ซึ่งหลังจากนั้นมันก็จะกระโดดลงไปจับคนมาฆ่าแล้ว

นำเอาเนื้อไปปรุงเป็นอาหารในแบบของชนเผ่าให้จนหมดเลยแต่ถ้าหากวันไหนฆ่าคนไม่ได้หรือมีของกินที่อยู่น้อยจนเกินไปพวกชนเผ่าพวกนี้ก็จะหันมากินกันเองโดยเหยื่อคนแรกที่เขาจะเลือกก็คือชนเผ่าบาเตาะแบบใช้ชีวิตอยู่บนโลกมานานจนจะกลายเป็นปุ๋ยให้ผักไปแล้ว

ดังนั้นเราก็อย่ารอให้เป็นปุ๋ยเรามาเอาคนเหล่านี้ไปทำเป็นอาหารให้กับคนในชนเผ่ากันดีกว่าแต่ทีนี่เราจะรู้ได้ยังไงว่าชนเผ่าคนไหนเหมาะสมที่จะกลายเป็นปุ๋ยแล้วพวกเขา

ก็จะมีวิธีในการเลือกคือเขาจะให้คนที่แก่ๆของชนเผ่าเหล่านี้ขึ้นไปปีนต้นไม้ถ้าหากคนไหนยังมีแรงปีนต้นไม้ได้คนนั้นก็จะมีชีวิตรอดแต่ถ้าหากว่าคนแก่ชาวเผ่าคนไหนไม่มีแรงปีนต้นไม้ไม่ขึ้นเตะบีบไม่ดังแล้วละก็ถึงเวลาที่ผู้เฒ่าบาเตาะคนนี้จะต้องถูกฆ่าแล้วนำเนื้อมาต้มในหม้อ

เนื่องจากชาวบาเตาะเขาก็ยังมทีกฎอยู่อย่างหนึ่งคือเขขาจะไม่กินเนื้อคนในครอบครัวของตัวเองแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เขานั้นโหดน้อยลงเลยเพราะว่าสิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือนำเอาพ่อเฒ่าคนแก่เหล่านี้ของครอบครัวตัวเองไปแลกกับครอบครัวคนอื่นเพื่อที่จะนำมาทำอาหารกันต่อ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabetฝ่ายบริการ

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

ทัชมาฮาล อนุสาวรีย์ลึกลับของ ชาห์ จาฮัน

ทำไมถึงได้มีประตูที่นับไม่ถ้วนทั่วโลกที่ไม่ได้เปิดมานานหลายทศวรรษและหลายศตวรรษดูเหมือนว่าทุกวันนี้คุณสามารถเปิดประตูที่คุณต้องการได้ความจริงก็คือประตูบางบานดูปิด ทัชมาฮาล อนุสาวรีย์ลึกลับ ด้วยเหตุผลมากมายจนถึงในตอนนี้ยังไม่มีใครค้นพบสมบัติและความลึกลัลบที่ซ้อนอยู่

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือประตูที่ถูกปิดอยู่นั่นก็คือ ทัชมาฮาล

โดยอยู่ในประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในอาคารที่โรแมนติคที่สุดในโลก ชาห์ จาฮัน ได้เริ่มก่อสร้าง ทัชมาฮาล ในปี1631 เพื่อให้เป็นเกียจแด่ความทรงจำของภรรยคนที่สามของ ชาห์ จาฮัน เป็นภรรยาที่เขานั้นรักอย่างสุดซึ้ง

โดยทั้งคู่นั้นได้อยู่อาศัยร่วมกันมา19ปีแล้วหลังจากนั้นเธอก็ได้เสียชีวิตไปด้วยสาเหตุเธอนั้นได้คลอดลูกคนที่14 จึงทำให้ ชาห์ จาฮัน รู้สึกสูญเสียความรักในชีวิตของเขาและได้ตัดสินใจที่จะรำลึกถึงเธอด้วยการจัดสร้างสุสานที่งดงามที่ได้ใช้ช้างจำนวน1,000เชือก

นอกจากนี้ยังได้ใช้คนก่อสร้างประมาณ20,000คนใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ20ปีเพื่อทำการก่อสร้างอนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่นี้ให้แล้วเสร็จการออกแบบและก่อสร้างของพระราชวังแปลกมาก ทัชมาฮาล นั้นได้มีความสูงประมาณ130ฟุตหรือประมาณ40เมตรได้ตั้งอยู่บนขอบของแท่นที่กว้างใหญ่มันอาจจะดูสวยงามแต่จุดประสงค์หลักของการจัดวางแบบนี้มันไม่ใช่ความสวยงาม

เนื่องจากนี้ในศตวรรษที่17ได้มีการก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมที่มีขนาดใหญ่มากๆ

ที่ได้เกิดการทรุดตัวของมันเองมันจึงเป็นเหตุที่ทำให้หัวหน้าสถาปนิกของ ทัชมาฮาล ได้จัดวางหอคอยให้อยู่ห่างออกไปจากหลุมฝังศพเพื่อในกรณีที่มันได้ทรุดตัวล่มลงเศษและซากนั้นมันจะได้ไม่ไปทำลายของ ทัชมาฮาล 

เพราะฉะนั้นแล้วหลังจากที่ได้เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักแล้ว ทัชมาฮาล ยังคงได้เป็นสถานที่ลึกลับมากมันได้ซ้อนห้องที่ได้ปิดสนิดเป็นจำนวนมากที่ไม่มีใครที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

และในส่วนของภาพถ่ายของ ทัชมาฮาล ที่ถูกถ่ายมาจากริมแม่น้ำเราสามารถสังเกตุเห็นชั้นใต้ดินถึงสองชั้นเช่นเดียวกันกับบางห้องที่อยู่ในวัง

ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ได้รับการผนึงอย่างแน่นหนาอีกทั้งยังได้มีอยู่หลายทฤษฎีด้วยกันว่าทำไมห้องเหล่านี้มันถึงได้ถูกปิดกั้นในช่วงเวลาของ ชาห์ จาฮัน และยังคงถูกปิดมาตั้งแต่บัตินั้นเป็นต้นมา

และนักวิจัยบางคนมีความมั่นใจอีกว่าห้องที่ได้ปิดตายนั้นได้ทำมาจากหินอ่อนมันสามารถเปลี่ยนให้มาเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตได้หากได้สัมผัสกับคาบอนำดออกไซด์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

Categories
ข่าวเศรษฐกิจ

คดีโกงถุงมือยางใกล้จะตัดสินแล้ว 

        คดีโกงถุงมือยาง นับตั้งแต่มีการระบาดไวรัสโคโรน่าในช่วงแรกๆประเทศไทยประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นถุงมือยางของแพทย์หรือแม้แต่หน้ากากอนามัยของแพทย์หรือของชาวบ้านที่จะต้องใช้เป็นประจำทุกวัน

รวมถึงชุดปฏิบัติการของแพทย์เพื่อป้องกันเชื้อโรคเรียกได้ว่าอุปกรณ์ทุกอย่างทางการแพทย์ที่จะเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่มีความจำเป็นต้องใช้ภายในโรงพยาบาลนั้นขาดแคลนทุกอย่าง

      และเนื่องจากประเทศไทยนั้นมีหลายโรงงานที่มีการผลิตถุงมือยางอีกทั้งยังมีการผลิตหน้ากากอนามัยขายและมีการนำส่งออกดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะขาดแคลนอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้

จึงเป็นที่มาของการทำการตรวจสอบและจับกุมผู้ที่มีการค้าขายสินค้าเกินราคา  อย่างไรก็ตามทางด้าน  อคส.  ได้มีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกรุ่งโรจน์  อุทยาวัด

ซึ่งในขณะนี้เขาเป็นอดีตรักษาการของผู้อำนวยการ ของบริษัทการ์เดียนจำกัด  ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทที่รับผลิตถุงมือยางทางการแพทย์และทางด้าน  อคส. ก็ได้มาสั่งซื้อถุงมือยางที่นี่

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการสั่งซื้อถุงมือยางไปแล้วพบว่า  ทางด้านพลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ซึ่งขนาดนั้นทำหน้าที่เป็นรักษาการได้มีการทุจริตในการจำหน่ายถุงมือยาง   ไม่มีการสั่งซื้อถุงมือยางในราคาที่สูงเกินความเป็นจริงจึงเป็นที่มาของการแจ้งความจับกุมและทำการตรวจสอบ

            อย่างไรก็ตามในขณะนี้ได้มีการนำหลักฐานและพยานต่างๆเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วเหลือในเรื่องของการพิจารณาในชั้นศาลเกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินความผิด   ว่าทางด้านบริษัทที่รับผลิตถุงมือยางนั้น

คดีโกงถุงมือยาง จะมีความผิดอะไรบ้างรวมถึงผู้รักษาการผู้อำนวยการที่ได้ร่วมมือการทุจริตในครั้งนั้นจะมีความผิดอย่างไรบ้างต้องรอการพิจารณาหลักฐานอีกทีนึง

          สำหรับยอดเงินที่มีการทุจริตกันนั้นมีมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านบาทเลยทีเดียวซึง ยอดดังกล่าวถือเป็นยอดที่สูงมากและเป็นการทุจริตในช่วงที่ประชาชนคนไทยกำลังต้องการถุงมือยางเป็นอย่างมากนับได้ว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีกทั้งเงินที่มีการทุจริตไปถึง 2 พันล้านบาทนั้น

ถ้าหากไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นเงินดังกล่าวก็สามารถไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้หลายอย่างดังนั้นเกี่ยวกับการทุจริตในครั้งนี้จึงต้องมีการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดไม่ควรปล่อยปละละเลย

เพราะถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้วปัญหานี้ถูกปล่อยผ่านไปในอนาคตก็จะมีการทุจริตแบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนดังนั้นในครั้งนี้จึงไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้เพราะจะได้ทำให้เป็นคดีตัวอย่างจะได้มีใครเลียนแบบนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี