Categories
ประวัติศาสตร์

วัฒนธรรมไทยด้านภาษา

             อาจจะพูดถึงเรื่องของภาษาแล้วประเทศไทยนั้นมีภาษาเป็นของตนเองเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่มีมาตั้งแต่ในสมัยอดีตกาลส่วนสาเหตุที่ประเทศไทยนั้นมีภาษาของตนเอง

และไม่ได้ถูกนำเอาภาษาอื่นมาใช้เป็นภาษาหลักของประเทศนั้นก็เพราะว่าตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นหรือเป็นเบี้ยล่างของประเทศใดมาก่อนเลยดังนั้นประเทศไทย

จึงสามารถใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักได้ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเช่นประเทศลาว

ซึ่งประเทศเหล่านั้นเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษมาก่อนดังนั้นภาษาหลักของประเทศลาวก็คือภาษาอังกฤษจะเห็นได้ว่าคนเรานั้นสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องส่วนประเทศไทยนั้นเรามีภาษาของเราเองซึ่งเป็นภาษาที่เรามีการคิดค้นขึ้นมาในตั้งแต่สมัยโบราณแปลภาษาของประเทศไทยนั้น

ก็มีการแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ละภาคภูมิประเทศซึ่งภาษาที่เรามีการใช้กันนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นภาคต่างๆ 4 ภาคด้วยกันเช่นภาษาภาคกลาง  ภาษาภาคอีสาน  , ภาษาภาคเหนือ, แปลภาษาภาคใต้

ซึ่งแต่ละภาษานั้นก็มีเอกลักษณ์และความสวยงามของภาษาที่แตกต่างกันออกไปแต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะคุ้นชินกับการฟังภาษาภาคกลางมากที่สุดเพราะว่าฟังเข้าใจง่าย

และสามารถพูดได้ง่ายนั่นเองแต่ในขณะเดียวกันถ้าหากเราเดินทางไปยังภาคอีสานหรือแม้แต่ภาคเหนือหรือภาคใต้เราก็สามารถที่จะหัดเรียนรู้และฟังภาษาต่างๆของภาคนั้นๆได้อย่างได้ไม่ยาก

ซึ่งภาษาแต่ละภาคนั้นก็มีเอกลักษณ์และความสวยงามของภาษาที่แตกต่างกันออกไปยังภาษาของคนภาคใต้นั้นก็จะเน้นการพูดค่อนข้างเร็วหรือถ้าเกิดว่าเป็นภาษาของคนภาคเหนือนั้นก็อาจจะพูดค่อนข้างช้า

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนในประเทศไทยนั้นก็ถือว่าเป็นภาษาของคนชนชาติไทยเช่นเดียวกันซึ่งสามารถพูดคุยและสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจถึงแม้ว่าคำบางคำนั้น

อาจจะฟังดูแปลกๆแต่เมื่อนำมารวมกันเป็นประโยคแล้วก็สามารถที่จะสื่อสารกันได้และแน่นอนว่าแต่ละภาคนั้นมีภาษาเป็นของตนเองดังนั้นจึงได้มีภาษาของภาคกลางซึ่งเป็นภาษากลางเอาไว้ให้ทุกคนสื่อสารร่วมกันอย่างเข้าใจได้ง่ายมากที่สุดนั่นเอง

ในปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่มีการเรียนหนังสือมักจะใช้ภาษากลางถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นคนอีสานหรือเป็นคนใต้หรือเป็นคนอื่นก็ตามเพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเดินทางมาเรียนหนังสือในเขตภาคกลางนั่นก็คือในเขตกรุงเทพฯ

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาภาษากลางเอาไว้สื่อสารกันดังนั้นตอนนี้แทบจะทุกภาคเรามักจะพูดการสื่อสารด้วยภาษากลางซะส่วนใหญ่ซึ่งจะมีภาษาประจำภาคมีการพูดคุยกันบ้างเล็กน้อยสำหรับชาวบ้านในชุมชนเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.  sa gaming เข้าสู่ระบบ

Categories
ประวัติ

ประวัติมิกกี้เมาส์

       สำหรับมิกกี้เมาส์นั้นเป็นตัวการ์ตูนของวอลดิสนีย์ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่มีมานานหลายดีแล้วเป็นตัวการ์ตูนที่เด็กๆต่างก็ให้ความชื่นชอบในความน่ารักสดใสซึ่งในปัจจุบันนี้ตัวการ์ตูนของมิกกี้เมาส์ก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบกันอย่างแพร่หลาย

และเวลาที่เราไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์เรามักจะเห็นตัวการ์ตูนของมิกกี้เมาส์นั้นเดินอยู่ในขบวนพาเหรดด้วยเป็นตัวการ์ตูนที่สร้างสีสันและเป็นสัญลักษณ์ของ walt disney อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามสำหรับดูการ์ตูนมิกกี้เมาส์นั้นเกิดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อช่วงประมาณปีคริสตศักราช 1928 โดยคนที่คิดรูปแบบของมิกกี้เมาส์ขึ้นมานั่นก็คือ วอลเตอร์ อีลิส ดิสรีย์

แต่เขายังมีผู้ช่วยของเขาอีก 1 คนซึ่งผู้ช่วยของเขานั้นจะเป็นคนที่ออกแบบลวดลายชื่อว่า  อับ ไอเวิร์กส  ซึ่งครั้งแรกที่มีการวาดรูปมิกกี้เมาส์ขึ้นมานั้นก็เพราะว่าต้องเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในลอสแอนเจลิสแล้วขณะที่นั่งรถไฟเขาไม่มีอะไรทำเขาจึงได้สเก็ตภาพรูปภาพตัวการ์ตูนขึ้นมา

ซึ่งเขาได้มองไปเห็นหนูวิ่งอยู่บนรถไฟพอดีจึงได้วาดรูปหนูขึ้นมาแล้วแต่งเติมให้มันเป็นหนูที่มีความน่ารักเป็นหนูที่มีหูใหญ่และกลมโดยวาดรูปหูของหนูนั้น มีขนาดใหญ่ และให้มีสีดำ สำคัญพวกเขาได้มีการแต่งเติมด้วยการใส่เสื้อผ้าให้กับหนูตัว

ดังกล่าวด้วยทำให้หนูตัวดังกล่าวนั้นเป็นตัวละครตัวหนึ่งขึ้นมาได้ซึ่งในตอนแรกนั้นพวกเขาได้มีการตั้งชื่อให้กับหนูตัวนี้ว่า mortimer Mouse  

แต่อย่างไรก็ตามทางด้านภรรยาของ  Water Disney กลับไม่เห็นด้วยกับชื่อดังกล่าวเนื่องจากว่าเป็นชื่อที่ฟังดูแล้วแข็งกระด้างจนเกินไปเธอจึงเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ให้ดูน่ารักขึ้นโดยมีการตั้งชื่อว่ามิกกี้เมาส์นั่นเองหลังจากนั้น Water Disney

ก็ได้มีการเปิดตัวมิกกี้เมาส์ครั้งแรกด้วยการนำไปสร้างเป็นตัวการ์ตูนสำหรับการ์ตูนที่ไม่มีเสียงพากย์ซึ่งในสมัยนั้นจะมีการเติมการ์ตูนโดยที่ไม่มีเสียงกันแต่หลังจากที่มีการนำการ์ตูนของมิกกี้เมาส์ออกมาเผยแพร่ครั้งแรกปรากฏว่าเด็กๆที่ได้ดูนั้นต่างก็ชื่นชอบตัวละครตัวนี้กันมาก

จนในที่สุดมิกกี้เมาส์ก็ได้ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้งหนึ่งเป็นการ์ตูนที่มีเสียงพากย์และมิกกี้เม้าส์ยังเป็นตัวการ์ตูนตัวแรกที่ได้ทำมาเป็นภาพยนตร์และใส่เสียงพากย์ครั้งแรกของโลกอีกด้วย

สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกของมิกกี้เมาส์ที่มีเสียงพากย์ด้วยนั้นมีชื่อเรื่องว่า   Steamboat Willie และด้วยลักษณะของความน่ารักของตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์ทำให้เพียงเปิดตัวครั้งแรกก็ได้รับความนิยมจากเด็กๆทั่วโลกซึ่งปัจจุบันนี้มิกกี้เมาส์ก็ยังเป็นตัวการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่เสื่อมคลายซึ่งได้มีการนำตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์นั้น

ไปเป็นตัวตัวการ์ตูนหลักใน Walt Disney และยังมีการสร้างของเพื่อนของมิกกี้เมาส์เพิ่มขึ้นมาอีกหลายตัวซึ่งปัจจุบันนั้นเราสามารถเห็นมิกกี้เมาส์เป็นสัญลักษณ์ต่างๆมากมายรวมทั้งมิกกี้เมาส์ถูกนำมาทำเป็นตุ๊กตาให้เด็กๆได้ใช้นอนกอดอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  เล่นคาสิโนออนไลน์ ที่ไหนดี

Categories
ตำนาน

ตํานานผีช่องแอร์ที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา

           สำหรับตำนานผีช่องแอร์เป็นตำนานที่โด่งดังมากในอดีตซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา โดยผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์คือวงนักดนตรีวงหนึ่งที่ไปพักตามโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่

และได้ไปเจอกับเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวนี้จึงได้นำมาเล่าให้คนอื่นฟังจนกลายเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากที่สุดในช่วงเวลานั้นเลยก็ว่าได้

        เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อนักดนตรีวงหนึ่งพากันไปเล่นดนตรีตามผับในช่วงเวลากลางคืนหลังจากเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็มาเช่าโรงแรมแห่งหนึ่งอาศัยหลับนอนก่อนที่จะออกเดินทางในวันรุ่งเช้าเนื่องจากว่านักดนตรีกลุ่มนี้เป็นนักดนตรีที่เดินทางจากกรุงเทพฯ

ไปเล่นที่หาดใดและมีอยู่ด้วยกัน 6 คนแต่เนื่องจากว่าพวกเขาเล่นดนตรีจนดึกแล้วไหนก็เลยจะขอนอนพักสักคืนโดยพวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าก่อนหน้านี้โรงแรมแห่งนี้เคยมีการเกิดเหตุฆาตกรรมกันเกิดขึ้น

ซึ่งพวกเขาได้เข้าไปนอนในห้องพักห้องหนึ่งด้วยในห้องพักนั้นเป็นห้องที่มีสภาพเก่ามากและก็มีกลิ่นเหม็นอับชื้นมาก ซึ่งห้องนั้นคือห้อง 409  หลังจากที่พวกเขาเข้าห้องพักก็พากันอาบน้ำ

และมานั่งเล่นไพ่  และในขณะนั้นเองมีเพื่อนในกลุ่มคนนึงเห็นว่าตรงบริเวณช่องแอร์นั้นมีผ้าสีขาวห้อยอยู่ด้วยความที่เขารู้สึกรำคาญสายตาจึงได้ปีนขึ้นไปดึงผ้าสีขาวนั้นลงมาจนเป็นเหตุให้ตะแกรงนั้นร่วงลงมาด้วย

และเมื่อตะแกรงร่วงลงมาเขาจึงได้พยายามเอาตะแกรงกลับไปไว้ที่เดิมและขณะที่ปีนขึ้นไปนั่นเองเขาก็มองเห็นสิ่งที่อยู่ในช่องแอร์แต่เขาไม่ได้พูดหรือบอกเล่าอะไรให้เพื่อนของเขาฟังเขาเดินออกจากห้องไปเลยเพื่อนคนอื่นๆต่างก็พากันสงสัย

และก็มีเพื่อนคนนึงที่มาเปลี่ยนเอาตะแกรงขึ้นไปเก็บไว้บนห้องแอร์เหมือนเดิมและเขาก็มองเข้าไปเห็นเหมือนกับที่ชายคนแรกมองเห็นหลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องอีกเพื่อนคนที่ 3 ก็มาทำเหมือนเดิมครั้งนี้เพื่อนคนที่ 3 ของร้องไห้เพื่อนคนอื่นเห็นว่าภายในช่องแอร์นั้นมีหัวของผู้หญิงอยู่ภายในนั้น

  หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้บอกว่าก่อนหน้านี้ห้องนี้เพิ่งเกิดเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น

โดยมีชายหญิงคู่หนึ่งมาเข้าพักและฝ่ายชายได้ฆ่าผู้หญิงตายโดยการหันคอซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเจอเพียงแค่ร่างของฝ่ายหญิงแต่หาหัวไม่เจอซึ่งเป็นไปได้ว่าฆาตกรนั้นได้นำหัวของผู้หญิงไปไว้ในช่องแอร์นั่นเอง

            และเรื่องราวผีช่องแอร์ก็เป็นเรื่องราวที่มีการเล่าขานกันเลยมาถึงความน่ากลัวรวมถึงได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อีกด้วย  

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บ ufabet

Categories
ศิลปะ

กระทรวงวัฒนธรรมให้งบประมาณ อำเภอละ 5,000 บาท

   กระทรวงวัฒนธรรมให้งบประมาณ อำเภอละ 5,000 บาทเพราะอยากจะให้ข้าราชการออกมาร้องเพลงชาติ 

       เมื่อวันที่ 23  เดือนกันยายน ปี  พ.ศ.2563   ได้มีเอกสารออกจากทางกระทรวงวัฒนธรรมส่งไปยังอำเภอต่างๆในประเทศไทยเป็นเอกสารที่ระบุว่าจะมีการส่งงบประมาณมาให้อำเภอละ 5,000 บาท

ซึ่งงบประมาณที่ทางด้านกระทรวงวัฒนธรรมมีการประสานออกมาให้นั้นต้องการที่จะให้ข้าราชการต่างๆพากันออกมายืนตรงเคารพธงชาติในช่วงเวลาเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลา 8:00 น

ถึงเวลานี้เด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆจะต้องพากันเคารพธงชาติอย่างพร้อมเพียงกันทั่วประเทศ

       สำหรับเอกสารชุดนี้เป็นเอกสารที่หลุดออกมาหรือยังไม่ตั้งใจทำให้หลายคนที่ได้เห็นข้อความจากเอกสารนี้ที่กระทรวงวัฒนธรรมส่งถึงกับหน่วยงานราชการต่างๆในแต่ละจังหวัดนั้นรู้สึกถึงการจัดสรรงบประมาณที่ใช้จ่ายโดยที่ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะหลายคนมองว่าการยืนตรงเคารพธงชาตินั้น

เป็นเรื่องที่ทุกคนสมควรที่จะกำกันอยู่แล้วและเด็กนักเรียนก็เคารพธงชาติกันทุกเช้าไม่เห็นจำเป็นต้องมีงบประมาณที่จะให้นักเรียนต้องไปยืนตรงเคารพธงชาติเลยดังนั้นข้าราชการซึ่งเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กมีความอดทนต่อแดดมากกว่าเด็กจึงควรสามารถยืนตรงเคารพธงชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องได้เงิน 5,000 บาทไป

      หลายคนมองว่าการยืนตรงเคารพธงชาตินั้นคือจิตสำนึกของคนแต่ละคนและเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยทุกคนสมควรที่จะทำเรื่องนั้นก็ประมาณ 5,000 บาทที่ส่งไปให้กับอำเภอนั้นจึงไม่ได้มีผลอะไรกับการยืนตรงเคารพธงชาติช่วงเวลา 8:00 น เลยกลับเป็นการใช้งบประมาณของแผ่นดินไปในทางที่ไม่ถูกต้องมากกว่า

        เพราะจากที่หลายคนได้อ่านเอกสารที่หลุดมาจากกระทรวงวัฒนธรรมนั้นมีการระบุว่างบประมาณ 5,000 บาทนั้นเอาให้หน่วยงานทางอำเภอนั้นออกไปแจกจ่ายให้กลุ่มคนที่ออกมายืนตรงเคารพธงชาติได้มีน้ำดื่มหลังจากที่มีการเคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยแล้ว

  ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมของงบประมาณออกไปแจกจ่ายแบบนี้นั้นมีความจำเป็นแต่อย่างใดเพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าเมื่อยืนตรงเคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการต่างๆก็สามารถเดินเข้าไปในสำนักงานและไปกินน้ำภายในสำนักงานได้โดยที่ไม่ต้องเตรียมเครื่องดื่มหรือน้ำแข็งไว้ตั้งโต๊ะรอรับตรงบริเวณหน้าเสาธง

        ดังนั้นสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมอยู่ในตอนนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะถ้าหากกระทรวงวัฒนธรรมจะให้คนไทยนั้นหันมารักประเทศชาติและพระมหากษัตริย์ควรจะมีการทำโครงการอื่นๆขึ้นมาที่เป็นโครงการสำหรับการจูงใจชักชวนให้ประชาชนนั้นรักชาติมากกว่า

การที่ออกเงิน 5,000 บาทเพื่อไปซื้อน้ำแข็งมารอคนที่จะมายืนตรงเคารพธงชาติดังที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

Categories
ศิลปะ

ประวัติร้านชาบูนางใน

     กำลังเป็นที่พูดถึงกันเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้สำหรับร้านชาบูนางใน  เนื่องจากว่าตอนนี้กำลังมีข่าวโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของสาขาของร้านชาบูนางในสาขาหนึ่ง

ซึ่งอยู่ตรงบริเวณพระรามเก้า 43 ได้ถูกลูกค้าที่ไปใช้บริการออกมาโพสต์ Facebook ต่อว่าถึงพฤติกรรมของเจ้าของร้านที่ลูกค้าได้ไปเจอโดยทางลูกค้าระบุว่าเขามักจะไปกินชาบูนางในสาขานี้เป็นประจำโดยเดือนนึงก็จะไปประมาณ 1-2 ครั้ง

โดยส่วนใหญ่แล้วเขามักจะเน้นในเรื่องของการกิน เนื้อหมูแล้วก็กุ้งซึ่งล่าสุดที่เขาไปกินกับพบว่าเจ้าของร้านมาต่อว่าที่เขากินเนื้อกับกุ้งเยอะเกินไปและไม่กินอย่างอื่นเลย

ทำให้เจ้าของร้านครูที่จะคิดเงินของเขาเพิ่มซึ่งเขาคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องจึงได้มีการโพสต์ลงใน Facebook

และทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องราวใหญ่โตดังนั้นวันนี้เราจะมาลองศึกษาประวัติของร้านชาบูนางในกันว่าเริ่มเดือนที่แล้วใครเป็นผู้ก่อตั้งจนทำให้มีสาขามากมายหลายสาขาและมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงตอนนี้

          จากประวัติความเป็นมาของร้านชาบูนางในแนนที่จริงแล้วเจ้าของร้านที่เริ่มคิดค้นชื่อร้านชาบูนางในนั้นชื่อว่าคุณลุงวรรณเลิศซึ่งสาขาแรกที่เป็นของคุณลง

โดยตรงเลยนั้นจะอยู่ที่บริเวณแถวถนนพระราม 9 แต่ว่าจะตั้งอยู่ที่ซอย 41 ซึ่งโดยปกติแล้วคุณลุงบุญเลิศนั้นจะเป็นคนเปิดร้านชาบูนางในเองโดยคุณลุงบุญเลิศไม่เคยมีสาขามาก่อนซึ่งชาบูนางในนี้คุณลุงบุญเลิศได้มีการทำธุรกิจนี้มานานมากกว่า 10 ปีแล้ว

โดยรสชาติที่คุณลุงบุญเลิศเปิดมาให้ลูกค้าได้กินนั้นคุณลุงเน้นอาศัยรสชาติที่คนนิยมกินกันมากเดรสชาตินี้ระบุว่าเป็นรสชาติเหมือนกับนางในวังทำให้กับพระเจ้าอยู่หัวกิน

ซึ่งรสชาตินี้เป็นรสชาติของสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เลยทีเดียวซึ่งสูตรความอร่อยนั้นเป็นสูตรของต้นตระกูลของคุณบุญเลิศเองได้มีการถ่ายทอดออกมาให้ลูกหลานและนำมาประกอบธุรกิจและคุณบุญเลิศเองก็เห็นว่าธุรกิจนี้เป็นไปในทางที่ดีมีคนมาขอซื้อและติดต่อเป็นแฟรนไชส์

หลายคนแต่คุณลุงบุญเลิศเห็นว่า อยากจะช่วยเหลือประชาชนที่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจึงได้มีการบอกสูตรให้กับทุกคนที่มาขอเป็นแฟรนไชส์โดยที่ไม่ได้มีการคิดค่าส่งแต่อย่างใดจนทำให้ปัจจุบันนี้ชาบูนางในมีสาขาหลายสาขาทั่วประเทศไทยเลยทีเดียว

ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากของคนไทยทำให้ร้านชาบูนางในได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ซึ่งแน่นอนว่าหากใครอยากกินชาบูนางในที่เป็นชาบูแบบต้นตำรับของแท้ดั้งเดิม

ซึ่งเป็นของชาววังนั้นจะต้องไปกินที่ร้านคุณลุงบุญเลิศซึ่งจะเปิดอยู่ที่พระราม 9 โดยร้านของคุณลุงนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของ The Night

 

สนับสนุนโดย  gclub