Categories
ศิลปะ

Campbell’s Soup Cans ภาพวาดซุปกระป๋องที่โด่งดัง

Andy Warhol ผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ได้กล่าวไว้ว่าเขานั้นรับประทานซุปกระป๋องของ Campbell เป็นมื้อกลางวันต่อเนื่องกันวันแล้ววันเล่ามาเกือบจะ 20 ปี

รูปวาดซุปกรป๋องนี้เป็นผลงานที่โด่งดังสูงสุดชิ้นหนึ่งของเขาขึ้น โดยนอกเหนือจากมันจะเป็นของกินที่เขาชอบแล้ว ภาพนี้ยังคงมีความน่าสนใจ เพราะว่าซุปกระป๋องนี้ถูกจัดว่างอย่างงดงามบนชั้นในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เขาเคยได้เห็นบ่อยๆ

ซึ่งมันยังคงติดตาเป็นภาพจำของเขา และเขาเองกลับประทับใจกระทั่งเขาจำต้องถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบแล้วก็บังเอิญไปสะดุดตากับบุคคลที่ชอบเสพผลงานศิลป์รวมทั้งถูกใจเจ้าของแกลลอรี่แห่งหนึ่ง กระทั่งอดไม่ได้จะต้องเอามาแสดงในแกลลอรี่ที่อยู่ใน Los Angeles เมื่อปี 1962 

แต่ว่าในขณะนั้นยังมิได้รับการตอบกลับที่ดีอย่างที่ควรจะได้รับนักจากผู้ชมงานรวมทั้งบรรดานักวิพากษ์วิจารณ์ศิลป์ พวกเขาอาจจะต้องการมองภาพอะไรที่เป็นการเป็นงานมากยิ่งกว่าที่จะมาดูรูปกระป๋องอาหาร ซึ่งปกติก็สามารถที่จะมองเห็นอยู่ดาษดื่นทั่วๆ ไปได้ 

ในบรรดาผู้เข้าชมแกลลอรี่นั้น มีเพียงแค่ไม่กี่ท่านที่พอใจจะซื้อรูปภาพของวอร์ฮอลไปในราคาเพียงแค่ภาพละ 100 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 3,100  บาท

จนเมื่อวันสุดท้ายของการแสดงงานในแกลลอรี่สิ้นสุดลง เจ้าของแกลลอรี่ก็ได้ซื้อรูปซุปกระป๋องนี้ไว้เองไม่ว่าจะเหลือกี่รูปก็ตามด้วยราคาที่ถูก โดยไม่ได้ทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลายปีผ่านไปภายหลังจากที่วอร์ฮอลเสียชีวิตไปแล้ว

ผลงานชิ้นดังกล่าวที่ไม่มีผู้ใดปรารถนาทั้งหมดได้โด่งดังและเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างหาซื้อกันมาประดับบ้านและสถานที่ของตน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของหอศิลป์ รวมทั้งพิพิธภัณฑสถานชั้นแนวหน้าทั่วทุกมุมโลก

อีกทั้งราคาประมูลก็สูงขึ้นเรื่อยๆ และสูงถึง 20 ล้านดอลล่าร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 628 ล้านบาท

มีคนสงสัยกันว่าบริษัทผลิตภัณฑ์ซุปกระป๋องนี้ อาจจะจ่ายเงินให้วอร์ฮอลทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาให้กลายเป็นกระแสหรือไม่ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ข้อสงสัย เพราะในช่วงที่วอร์ฮอลได้นำงานมาเผยแพร่ในแกลลอรี่ ทางบริษัทก็รับรู้แต่ไม่ได้มีท่าที

หรือแสดงออกมาว่าสนใจผลงานของวอร์ฮอล จนกระทั่งผลงานเริ่มเป็นที่ถูกใของผู้คน ถึงได้เริ่มสนใจงานชิ้นนี้ของวอร์ฮอล โดยส่งอาหารกระป๋องนี้ให้วอร์ฮอลไปทานฟรีๆ อีกทั้งถึงขั้นลงทุนให้เขาออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ในรูปแบบใหม่ให้ 

ปัจจุบันในปี 2013 ทางบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์โฉมใหม่ขึ้นมาซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลงานการออกแบบโดยวอร์ฮอล โดยผลิตออกมาอย่างพิเศษเพราะมีเพียงไม่กี่ประป๋อง ซึ่งเป็นกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี

 

สนับสนุนโดย  gclub

Categories
ศิลปะ

ผลงานลัทธิประทับใจยุคหลัง

ผลงานประเภทนี้นั้น เป็นผลงานที่มีชื่อเรียกว่าผลงานสิลปะแบบลัทธิประทับใจในยุคหลัง หรือที่เรานั้นคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในชื่อว่า ศิลปะแบบ Post Impressionism นั่นเอง และผั้สร้างสรรค์ผลงานในด้านนี้นั้นเชื่อว่าหลายคนจะต้องรู้จักเขาเป็นอย่างดี เพราะเขานั้นเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการสร้างสรรค์งานศิลปะประเภทนี้เลยก็ว่าได้

นั่นก็คือ Vincent van gogh นั่นเอง ถือว่าเขานั้นเป้นศิลปินชื่อดังระดับโลกและยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่จนถึงปัจจุบันด้วย ทั้งในเรื่องผลงานการสร้างสรรค์และชีวประวัติขิงเขาด้วยเช่นกัน และสำหรับผู้ที่คลุกคลีทางด้านศิลปะนี้นั้นเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะไม่รู้จักเขาเพราะผลงานของเขานั้นถทอว่าเป็นสิ่งที่เป็นผลงานที่สามารถเรียนรู้สำหรับศิลปินมือใหม่ในปัจจุบันได้ดด้วยและเป็นผลงานที่ถือว่าค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้

ถึงแม้ว่า Vincet van gogh นั้น จะเป็นสิลปินที่มีชื่อเสียงทและดังมากของโลกและเขานั้นก็เป็นสิปินคนหนึ่งที่ได้รับความนิยมในผลงานไปทั่วโลก แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนก็อาจจะไม่ทราบในเรื่องของผลงานของเขามากนัก เพราะผลงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียงได้นั้นก็มีเพียงไม่กี่ผลงาน ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นเขามาการสร้างสรรค์ผลงานมากมาย

และบางคนก็อาจจะไม่ทราบว่าผลงานที่เขานั้นได้มีการสร้างสรรคืขึ้นนั้นเป็นศิลปะประเภทใดกันแน่ เพราะเขานั้นมีการสร้างสรรค์ศิลปะที่แตกต่างกันออกไปมากมาย เพราะในช่วงชีวิตขิงเขานั้น เขามีช่วงที่จิตใจปกติและในช่วงที่เขานั้นมีจิตใจไม่ปกติด้วย 

ซึ่งผลงานของเขานั้นจะเน้นไปในทาง Post Impressionism เป็นการเน้นการสร้างสรรค์ศิลปะที่เน้นอารมณ์ในการสร้างสรรค์เป็นหลัก สิ่งที่มีการถ่ายทอดออกมานั้นมักจะออกมาจากจินตนาการร่วมกับอารมณ์ที่ศิลปินนั้นต้องการจะถ่ายทอดออกมานั่นเองและการสร้างสรรค์ในลักษณะนี้นั้นมักจะไม่ใช้หลักการในการสร้างสรรค์มากนัก

โดยส่วนใหญ่ผลงานของเขานั้นจะสื่อออกมาด้วยอารมณ์ที่อยู่ภายใต้จิตใจ ทั้งอารมณ์ที่ถูกบีบคั้นความนึกคิดของจิตใจในขณะนั้นรวมไปถึงการสร้างสรรค์ความนึกคิดภายใต้จิตใจขิงคนด้วย ซึ่งการสร้างสรรค์ในลักษระนี้ก็จะเป็นการปลดปล่อยอารมณ์โดยใช้สีเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาเป็นหลัก ทำให้ผลงานของ Vincent van gogh โดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผลงานในลักษณะที่ค่อนข้างจะมีความรุนแรงและกดดันอย่างมาก

การสร้างสรรค์งานศิลปะแบบ Post Impressionism นั้น ไม่ได้มีเพียงศิลปินอย่าง Vincet van gogh เท่านั้น ยังมีศิลปินคนอื่นๆที่น่าสนใจอย่าง ปลอ เซวาน,ปอล โกแก็ง และ ฌอร์ฌ ปีแยร์เซอร่า โดยผลงานที่พวกเขาเหล่านี้ได้ถ่ายทอดออกมานั้น เป็นศิลปะที่มีการสานต่อจากศิลปะแบบ Impressionism

เพราะศิลปะแบบ Impressionism นั้นเป็นการสื่อความหมายออกมาในการสร้างสรรค์ที่ไม่ชัดเจนมากนัก ทำให้พวกเขาอยากจะสร้างสรรค์และสื่ออารมณ์ที่ชัดเจน จึงทำให้เกิดเป็นผลงานศิลปะและลัทธิอย่าง Post Impressionism นั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

Categories
ตำนาน

วัดมหาบุศย์

            ถ้าพูดถึงวัดมหาบุศย์ทุกคนต้องคิดถึงตำนานของแม่นาคพระโขนงกันอย่างแน่นอนโดยวัดมหาบุศย์นี้ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ อยู่ตรงบริเวณสุขุมวิท 77 โดยวัดแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตำนานของวัดมหาบุศย์ในการสร้างวัดครั้งแรกนั้นระบุว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้ชื่อวัดมหาบุศย์แต่เดิมนั้นผู้ที่สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเป็นสามพี่น้องที่ช่วยกันลงแรงลงเงินในการสร้างวัดและมีการตั้งชื่อวัดว่าวัด สามบุตร

ซึ่งในครั้งแรกที่มีการสร้างวัดแห่งนี้นั้นถูกสร้างจากไม้ทำให้เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็เกิดความโทรมไม้มีการผุกร่อนทำให้วัดในที่สุดก็กลายเป็นวัดร้างเพราะไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม ต่อมามีพระจากวัดราชบูรณะเดินทางมาเรียนญาติใกล้ๆกับวัด 3 บุตรเมื่อชาวบ้านเห็นว่ามีพระ 2 องค์มาจึงได้มีการร้องขอให้พระบุตรนั้นช่วยจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้หลังจากนั้นก็พากันบูรณะซ่อมแซมวัด

และเมื่อมีการวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วชาวบ้านจึงรวมตัวกันเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดสามบุตรเป็นวัดมหาบุศย์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และสำหรับตำนานความน่ากลัวของวัดแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นแม่นาคพระโขนงที่เป็นเรื่องราวของเธอนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังถึงแม้จะผ่านไปหลายสิบปีแต่เรื่องราวของเธอนั้นก็ยังคงอยู่เรื่องเล่าความรักและความน่ากลัวของแม่นาคพระโขนงนั้น

เกิดจากการที่แม่นาคนั้นได้คลอดบุตรแล้วเสียชีวิตระหว่างที่สามีของเธอก็คือพ่อมากได้เดินทางไปเป็นทหารหลังจากที่คลอดบุตรเสียชีวิตแล้ววิญญาณของแม่นาคยังคงเป้าวนเวียนรอคอยพ่อมากอยู่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวเป็นอย่างมากจนในที่สุดก็มีสมเด็จพระอาจารย์โตเดินทางมากราบแม่นาค ซึ่งปัจจุบันนี้เราจะเห็นหลักฐานความเชื่อเกี่ยวกับตำนานแม่นาคพระโขนงได้จากการที่ชาวบ้านพากันตั้งศาลแม่นาคเอาไว้ภายในวัดมหาบุศย์

และมีการเรียกเล่าขานแม่นาคว่าเป็นยากเนื่องจากว่ามีอายุมาแล้วหลาย 10 ปีซึ่งชาวบ้านมักจะเดินทางพากันมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมากราบไหว้ขอพรซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขอไม่ให้ลูกหลานนั้นจับได้ใบแดง และบางคนก็มาขอให้ย่านาคนั้นช่วยบอกเลขซึ่งปัจจุบันนี้วัดมหาบุศย์เป็นวัดที่ผู้คนต่างพากันเดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันเสาร์วันอาทิตย์

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะมาขอให้ย่านาคช่วยเหลือในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของการขอเลขเด็ดและการขอเรื่องของการไม่ให้ลูกหลานได้จับใบดำใบแดงไปเป็นทหารนั่นเองและส่วนใหญ่ที่มาขอกับย่านาคก็จะประสบกับความสำเร็จและถ้าหากอะไรขอแล้วได้ดังหวังก็จะต้องมีการมาแก้บนกับย่านาคซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการนำชุดไทยมาถวายให้กับย่านาครวมถึงนำของเล่นมาถวายให้กับลูกของย่านาคอีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet

Categories
ตำนาน

ตำนานลูกเทพ

สำหรับตำนานของหุ่นที่ช่วยในเรื่องของการปกปักรักษาผู้คนนั้นมีกันมานานแล้วซึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าจุดกำเนิดเริ่มต้นของหุ้นแต่ละหุ่นนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ในสมัยใดเมื่อไหร่ไม่ว่าจะเป็นหุ่นรักและยม  หรือว่าหุ่นควายธนูและวัวธนูรวมถึงหุ่นกุมารทองซึ่งไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องหรือแน่ชัดได้ว่าแท้ที่จริงแล้วต้นกำเนิดนั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ.ไหนอย่างไรก็ตามการสร้างหุ่นขึ้นมานั้นก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ

จนล่าสุดเราจึงได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของหุ่นลูกเทพที่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก ในปีพศ 2558 ได้มีเกจิอาจารย์ชื่อดังคนหนึ่งชื่อว่าหมอแมคขั้นเทพได้มีการคิดค้นหุ่นพยนต์ขึ้นมาใหม่เป็นรูปแบบใหม่ล่าสุดโดยถือว่าเป็นหุ่นพยนต์ที่มีความสามารถระดับสูงถูกนำมาในรูปแบบของตุ๊กตารุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาจากฝีมือดีที่ทำให้ตุ๊กตานั้นมีรูปร่างหน้าตาน่ารักไม่ดูน่ากลัวอีกต่อไป

จากนั้นก็นำตุ๊กตาดังกล่าวนั้นมาทำการปลุกเสกซึ่งวัสดุที่นำมาสร้างตุ๊กตานั้นจะนำมาจากไวนิลอัดนุ่นด้านข้างในร่างของตุ๊กตานั้นจะมีการใส่เมล็ดของธัญพืชชนิดต่างๆเอาไว้และมีการแต่งหน้าแต่งตาให้กับตุ๊กตาให้มีความสวยงามมีการใส่ผมใส่เสื้อผ้าใส่ทองคำแต่งกายเครื่องประดับให้มีความน่ารักที่สำคัญเมื่อใครมาบูชาตุ๊กตาตัวนั้นดำกลับไปแล้วแล้วก็ความแตกก็จะอยู่ตรงที่ว่าตุ๊กตาที่ถูกนำกลับไปด้วยนั้นจะมีลักษณะหน้าตาเหมือนกับเจ้าของเลยทีเดียวซึ่งทางด้านหมอแม็คได้มีการบอกกับคนที่มาบูชาตุ๊กตานี้ว่าหลังจากที่มีการปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตุ๊กตานี้ก็จะมีชีวิตเนื่องจากว่าจะมีเทพจากบนสวรรค์ลงมาเซ็นสถิตที่ตุ๊กตาตัวดังกล่าวจึงทำให้ตุ๊กตาดังกล่าวที่มีการปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีชื่อว่าลูกเทพนั่นเองใครก็ตามที่คิดจะมีการบูชารูปเทพนั้นจะต้องมีความเชื่อและเคารพศรัทธาในตัวลูกเทพโดยวิธีการดูแลลูกเทพนั้นจะไม่เหมือนกับการดูแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆไม่จำเป็นต้องนำไปวางไว้บนหิ้งแต่การดูแลลูกเทพนั้น

จะต้องเหมือนกับการดูแลเด็กเล็กๆเหมือนกับคนจริงๆซึ่งจะต้องดูแลด้วยการอุ้มเขาพาเขาไปเดินเล่นพาเขาไปกินข้าวซึ่งเวลากินข้าวนั้นก็ต้องมีการให้ตุ๊กตาลูกเทพนั่งเก้าอี้อีกตัวหนึ่งเหมือนคนจริงๆนั่งเลยทีเดียวไม่ว่าเวลาจะขึ้นรถไปไหนก็จะต้องมีการจองที่นั่งวางลูกเทพเอาไว้อีกที่นั่งหนึ่งต่างหากคนที่จะเลี้ยงลูกเทพนั้นจะต้องคอยดูแลลูกเทพเป็นอย่างดีค่อยพาไปเที่ยว

และคอยหาซื้อผ้าให้เปลี่ยนเรื่อยๆหาของแพงๆใส่ให้หาทองให้ใส่ยิ่งใครให้ลูกเทพมาเท่าไหร่ลูกเทพก็จะดลบันดาลของกลับคืนให้กับคนที่เลี้ยงมากกว่าเป็นเท่าตัวทำให้มีเหล่าดารานักแสดงหรือพวกเซเลบต่างๆต่างค่าการบูชารูปเทพมากันเป็นจำนวนมากซึ่งช่วงหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงของลูกเทพฟีเวอร์เลยก็ว่าได้

ซึ่งเรามักจะเห็นแม้แต่ดาราเองเวลาไปออกรายการก็จะต้องนำลูกเทพของตนเองนั้นเดินทางไปไหนมาไหนด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้การบูชาลูกเทพนั้นค่อนข้างไม่ค่อยมีการพูดถึงกันมาสักระยะหนึ่งแล้วซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตุ๊กตาลูกเทพยังคงมีคนบูชาอยู่หรือไม่

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ