Categories
ตำนาน

ตำนานถ้ำนาคาจังหวัดบึงกาฬ

         สำหรับถ้ำนาคาที่จังหวัดบึงกาฬนี้กำลังเป็นที่นิยมและกล่าวถึงกันเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อผนังของหินในถ้ำจากเดินที่เป็นผนังเรียบๆนั้นกลายเป็นลักษณะของหินก้อนเล็กๆต่อเรียงกันมองดูแล้วคล้ายกับเกร็ดของงูยักษ์หรือว่าเกร็ดของพญานาคซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่านี่คือถ้ำของพญานาคและที่สำคัญลักษณะของตัวท่านนั้นจะมีลักษณะโค้งงอคล้ายๆกับลำตัวของพญานาคพันกันอยู่ 2 ตัวรวมถึงยังมีเกร็ดขึ้นตามผนังถ้ำจึงทำให้ยิ่งมีความเชื่อว่าท่านดังกล่าวนั้นคือพญานาคที่ถูกสาปให้เป็นหินนั่นเองโดยตำนานเล่าขานของธนาคารนั้น

เกิดขึ้นมีมาแต่ช้านานโดยคนเฒ่าคนแก่นั้นมักจะเล่าให้ลูกหลานฟังเกี่ยวกับเรื่องของตำนานซึ่งตำนานของถ้ำนาคาเองก็เกิดขึ้นโดยมีเรื่องเล่าว่างานนี้มีมาเป็นหมื่นปีแล้วซึ่งตอนนั้นมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าชั้นดาวดึงส์ถูกสั่งให้ลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์โดยถูกอยากให้มาเป็นพญานาคอาศัยอยู่ใต้บาดาลอีกทีหนึ่งซึ่งพญานาคตนนั้นชาวบ้านเชื่อกันว่าคือปู่อือลือนั่นเอง

ซึ่งหลังจากที่ปู่อือลือ ลงมาเป็นพญานาคอยู่ที่ใต้บาดาลนั้นท่านก็มีบริวารมากมายหลายตัวโดยพวกพญานาคนั้นจะเอาสายอยู่ตรงบริเวณใต้บาดาลซึ่งปัจจุบันนี้เราเรียกว่าบึงของหลงหรือว่าจังหวัดบึงกาฬนั่นเองแต่เนื่องจากว่าในสมัยโบราณนั้นการที่คนและพญานาคอยู่ร่วมกันนั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้และเกิดปรากฏการณ์คนและพญานาคนั้นรักใคร่ชอบพอกันพญานาคมักจะมีการแปลงกายมาเป็นมนุษย์และมาอยู่กับหญิงสาวทำให้พญานาคปู่อือลือซึ่งทราบเรื่องแล้วเกิดความไม่พอใจโดยพญานาคปู่อือลือไม่อยากให้คนและพญานาคนั้นอยู่ร่วมกันไม่ต้องการให้แบ่งพญานาค

ก็อยู่ใต้เมืองบาดาลส่วนคนนั้นก็อยู่ด้านบนและด้วยความที่พญานาคปู่อือลือโมโหเป็นอย่างมากนั่นเองท่านจึงได้ทำการบริวารที่เป็นพญานาคของท่านให้แข็งกลายเป็นหินโดยตอนที่ สาปนั้นพญานาคที่โดนสาบมีการกลายร่างเป็นพญานาคเรียบร้อยแล้วพอถูกสาปกลายเป็นหินจึงกลายเป็นพญานาคที่แข็งเป็นหินซึ่งมีลำตัวขนาดใหญ่มาก และยังมีพญานาคส่วนอื่นที่ถูกสาปเช่นเดียวกันกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของเมืองบึงกาฬโดยพญานาคปู่อือลือหวังจะให้เห็นพญานาคเหล่านั้นคอยปกป้องคุ้มครองภัยให้กับเหล่ามนุษย์และมีการแก้ไขคำสาปนี้ได้ด้วยการที่รอให้เมืองบึงกาฬนั้น

มีความเจริญรุ่งเรืองและเมื่อนั้นคำสาปก็จะคลายพญานาคที่แข็งเป็นหินก็จะเริ่มกลายร่างปรากฏการณ์ให้คนได้เห็นได้ซึ่งในที่สุดปัจจุบันนี้ถ้าหากใครไปเที่ยวถ้ำนาคามักจะเห็นว่าผนังถ้ำนั้นมีลักษณะคล้ายกับงูขนาดใหญ่หรือแม้แต่ตัวพญานาคมีการขดพันกันอยู่ 2 ตัวและบริเวณผนังถ้ำนั้นก็มีลักษณะคล้ายเหมือนเพชรพญานาคหรือไฟล์เพชรหนูนั่นเองเพราะหลังจากที่เมืองบึงกาฬถูกเปลี่ยนให้มาเป็นจังหวัดบึงกาฬชาวบ้านก็พบเห็นความแปลกประหลาดนี้ซึ่งนั่นก็คือแสดงว่าคำสาปของพญานาคปู่อือลือ กำลังคลายลงแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

Categories
ประเพณี

ประเพณียี่เป็ง

ประเพณียี่เป็งเป็นประเพณีขึ้นชื่อของภาคเหนือ ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยล้านนา ประเพณียี่เป็ง หรือชื่อทางการว่าประเพณีเดือนยี่ คำว่า ยี่ มีความหมายว่า สอง ในภาษาล้านนา และคำว่า เป็ง มีความหมายว่า เพ็ญ หรือคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เมื่อรวมกันแล้ว ยี่เป็ง จึงมีความหมายว่าวันเพ็ญเดือนยี่ หรือวันเพ็ญเดือนสิบสอง หรือพระจันทร์เต็มดวง

ซึ่งชาวล้านนานั้นจะนับเดือนทางจันทรคติแบบจีนซึ่งทำให้เร็วกว่าไทย 2 เดือน จึงทำให้เดือนสิบสองของไทย ตรงกับเดือนสองหรือเดือนยี่ ของชาวล้านนา ประเพณียี่เป็ง เป็นประเพณีรื่นเริงของชาวล้านนา จัดในช่วงปลายฝนต้นหนาว ในระหว่างช่วงเก็บเกี่ยว เป็นช่วงที่สภาพอากาศปลอดโปร่ง เมื่อจะเข้าสู่เดือนนี้มักจะมีสัญลักษณ์คือการปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และชาวล้านนาจะมีการประดับตกแต่งหน้าบ้านด้วยตุง ต้นอ้อย ต้นกล้วย ดอกไม้ โคมไฟ ให้สวยงามและสว่างไสวไปทั่วหมู่บ้าน

ความเชื่อเกี่ยวกับประเพณียี่เป็ง

พระพุทธเจ้าได้จัดธรรมเทศนาแก่ภิกษุทั้งหลายว่า หากได้บูชาประทีปโคมไฟในวันยี่เป็ง จะได้อานิสงส์ผิวพรรณสวยสดงดงาม จะได้เป็นที่รักแก่หมู่คนและหมู่เทวดา จะทำให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและได้เกิดบนสวรรค์ และถ้าใครได้ทำประทีปโคมไฟในเดือนยี่เป็งหากนำไปลอยในแม่น้ำ จะได้เกิดเป็นพญาใหญ่โต มีปัญญาดี มีทรัพย์สมบัติ 

โดยปกติแล้วงานประเพณียี่เป็งจะมีทั้งหมด 3 วัน

วันขึ้น 13 ค่ำ หรือ วันดา เป็นวันซื้อของเพื่อเตรียมสำหรับไปทำบุญที่วัด

วันขึ้น 14 ค่ำ จะเป็นวันไปทำบุญที่วัด พร้อมทำกระทงใหญ่เพื่อใส่ของกินลงไปในกระทงไว้ทำทานให้แก่คนยากคนจน

วันขึ้น 15 ค่ำ จะเป็นวันที่นำกระทงใหญ่ที่วัดไปลอยในแม่น้ำ รวมทั้งนำกระทงเล็กที่ทำขึ้นเองไปลอยในแม่น้ำด้วย

ประเพณียี่เป็งถือเป็นประเพณีประจำท้องถิ่นของภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่มีเสน่ห์ในตัวเองอย่างมาก หากเราอยากพบเห็นความสวยงามความรื่นเริงสนุกสนานของประเพณียี่เป็งเราสามารถเดินทางไปยังจังหวัดแถวภาคเหนือไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ เชียงราย เป็นต้น เพื่อจะไปร่วมงานประเพณีนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นอกจากจะได้ไปเที่ยวแล้วยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศความสวยงามของประเพณียี่เป็ง และความสามัคคีของชาวเหนือในการร่วมงานประเพณีนี้อีกด้วย 

และในปัจจุบันนี้ความยิ่งใหญ่ของประเพณียี่เป็งก็มีเพิ่มมากขึ้น ในบางจังหวัดจัดให้มีการเดินขบวน การแสดง แสง สี เสียง การพร้อมใจกันปล่อยโคมลอย เพื่อสร้างความสนุกสนานและเป็นการประชาสัมพันธ์ประเพณียี่เป็งให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น หากมีโอกาสการอยากเชิญชวนให้ทุกคนเดินทางไปยังจังหวัดแถวภาคเหนือในช่วงประเพณียี่เป็งเพื่อไปสัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณียี่เป็งอย่างใกล้ชิด จะได้รู้ถึงเสน่ห์ของชาวล้านนาว่าสวยงามแค่ไหน

 

 

สนับสนุนโดย  Ufabet ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ข่าวบันเทิง

อนันดา เอเวอริ่งแฮม

เหตุผลที่โลกยังให้โอกาสเด็กเลว “ จากจุดที่แย่ที่สุดในชีวิต จู่ ๆ 2 อาทิตย์ผ่านไป กลายเป็นพระเอกหนังโดยไม่รู้ตัว มันสุด โต่งมาก จากหลังมือเป็นหน้ามือในเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก มีคนในกองถ่าย 70 – 80 คนมา คอยเทคแคร์ ผมก็แปลกใจที่โลกยังให้โอกาสเด็กเลว ๆ อีกหนึ่งคน ช่วงวัยรุ่นผมค่อนข้างดื้อมาก ดื้อขนาดไหนไม่บอกแล้วกัน เอาเป็นว่าไม่มีดอกว่านั้นอีกแล้ว ผมมีเพื่อนรุ่นพี่เยอะ คอยติดตามพวกแก๊ง ๆ ไปอยู่บ้านนั้นบ้านนี้ ไม่กลับบ้านเป็นอาทิตย์ แล้วก็ นิสัยว่าวันจันทร์จะไม่เรียน 

ตอนนั้นคิดไปเองว่าเราเท่มาก ไม่สนใจใครมีปัญหาทั้งที่โรงเรียนแล้วก็ปัญหานอกบ้าน จังหวะ ที่ย่ำแย่ที่สุดคือไปตีกันที่ปั้มน้ำมันตรงข้ามโรงเรียน โดนไล่ออกจากโรงเรียน พ่อซื้อตั๋วเครื่องบิน เตรียมจะส่งผมไปเรียนต่อที่อินเดียแล้ว แต่ระหว่างนั้นผมก็ช่วยงานเป็นบาร์เทนเดอร์ให้ร้านอาหาร ของพ่อ ซึ่งพี่มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มากินข้าวที่ร้านบ่อย 

พี่มิ่งขวัญเรียกเข้าไปคุย ชวนว่าอยากทำงานในวงการมั้ย ผมบอกว่าเดี๋ยวผมต้องไปเมือง นอกแล้ว ตัวอะไรก็ซื้อไว้แล้ว พี่มิ่งก็บอกเอางี้แล้วกัน ถ้าคุยกับพ่อได้ จะยอมเซ็นสัญญาหรือเปล่า ? ตอนนั้น ผมอายุประมาณ 13 – 14 ปี จากจุดที่แย่ที่สุดในชีวิต จู่ ๆ 2 อาทิตย์ผ่านไป กลาย เป็นพระเอกหนังโดยไม่รู้ตัว มันสุดโต่งมาก จากหลังมือเป็นหน้ามือในเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก มี คนในกองถ่าย 70 – 80 คน มาคอยเทคแคร์ ผมก็แปลกใจที่โลกยังให้โอกาสเด็กเลว ๆ อีกหนึ่งคน จุดเปลี่ยนชีวิตวิกฤติ 

วันแรกในชีวิตที่ผมถ่ายหนัง ผมไม่เข้าใจว่าเล่นหนังคืออะไร ผมก็เล่นตามจริง อยากให้ ทำอะไร ผมก็ทำ ผู้กำกับให้กินกาแฟ ผมก็กิน อะไรที่เรารู้สึกเท่านั้น เราจึงจะทำได้ แต่วันนั้นผม ต้องเล่นฉากร้องไห้ แต่ผมไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ จะร้องไห้ได้อย่างไร น้ำตามันจะไหลเหรอ ก็ผมไม่ได้เศร้า ผมยังไม่ได้เข้าใจการแสดง เขาถ่ายเจาะอยู่ที่ผมคนเดียว ใครเล่นเสร็จก็ไปนั่ง 3 – 4 เทคแรก ผมก็เล่น ไม่ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

Categories
เรื่องเล่า

ถูกผีเพื่อนที่ตายมาแล้วหลอก

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อนซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่โด่งดังมากที่ 1 เลยซึ่งเราจะขอไม่กล่าวชื่อว่ามหาวิทยาลัยนั้นมีชื่อว่าอะไรมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ตอนนั้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเธอชื่อว่าแจ๋วแหววเป็นเพื่อนที่ฉันรู้จักมานานมากเป็นสิบๆปีเลยย้ายไปที่ไหนเราก็บังเอิญเจอกันเมื่อฉันตอนนี้ฉันเรียนจบแล้วแต่ก็เล่าให้ฟังว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้วพวกเราขับมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกันที่เชียงใหม่พวกเราขับไม่เร็วมากจะอยู่ๆรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อน ปีที่แล้วพวกเราขับมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกันที่เชียงใหม่พวกเราขับไม่เร็วมากจะอยู่ๆรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อน

ผมฉันก็ล้มลงโดยที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยหลังจากนั้นหัวเข่ากระแทกกับพื้นแต่เขาไม่ได้เสียชีวิตเพียงแต่แค่มีอาการโคม่าเท่านั้นซึ่งเขาก็ไม่คืนสักทีซึ่งตอนที่ทำได้เข้าไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลครั้งแรกเพียงแค่เปิดประตูเขาก็ยกเข่าขึ้นมาทันทีซึ่งพ่อแม่ของฉันมีอาการสีหน้าตกใจไปแล้วพ่อแม่ได้เล่าให้ฉันฟังว่าเขาอยู่ที่นี่มาตั้งหลายวันแล้ว

แต่เขาไม่เคยที่จะยกเข่าหรือขยับตัวเลยและนี่ก็คือครั้งแรกที่เขาขยับตัวซึ่งตอนนั้นเพื่อนของฉันพยายามขยับมือและใช้นิ้วชี้ของเขาชี้มาที่ฉันฉันรีบเดินเข้าไปจับมือและก่อนเขาด้วยความคิดถึงแล้วก็อยู่ที่นี่แหละเป็นสัปดาห์แต่ก็ไม่เคยขยับเลยหลังจากนั้นหมอบอกว่าเขาอาการดีขึ้นพอที่จะกลับบ้านได้แล้วซึ่งตอนนั้นฉันก็ไปอยู่เป็นเพื่อนกับเขาที่บ้านแต่ไม่นานเขาก็เสียชีวิตลงเขาเสียชีวิตตอน 9:00 น.คือตอนนั้นฉันอยู่ในห้องนอนที่เขาได้จัดไว้ให้ฉันเพื่อเป็นการนอนเป็นเพื่อนตอนนั้นฉันกำลังจะหลับกำลังเคลิ้มอยู่เลยเสร็จทันใดนั้นก็ได้มีเสียงดังมากเหมือนกับของตกในใจคิดทันทีว่านี่อาจจะเป็นขโมยมาขโมยของแล้ว

เผลอเอามือปัดของตบดังนั้นฉันจึงวิ่งมาดูซึ่งก็พบว่าเสียงมาจากห้องครัวจึงรีบวิ่งไปที่ห้องครัวทันทีแต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่ขโมยแต่กลับมีโต๊ะเก้าอี้ล้มลงชื่อฉันคิดในใจว่ามันจะลงไปได้ไงฮ่าๆๆที่มันแข็งแรงและมีถึง 4 ขาและทุกครั้งก็เท่ากันไม่มีทางที่จะลงได้แน่นอนแต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรจะนอนต่อไปเช้าวันต่อมาเพื่อนอีกคนที่ชื่อว่าแต้วก็โทรมาบอกว่ารู้หรือยังว่าไอ้แจ๋วมันตายแล้วนะ

ฉันตกใจมากและเขายังบอกอีกว่าให้ฉันที่ไปร่วมงานศพซะฉันไปถึงงานศพก้าวแรกเลยเมื่อฉันเดินเข้าไปในห้องอยู่ๆไปทำงานศพก็ดับ ตอนนั้นประมาณ 15 นาทีและสุดท้ายไฟก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิมเป็นปกติแล้วเราก็สามารถที่จะจัดงานศพได้เหมือนเดิม แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอะไรอีกเลย ซึ่งจะกล่าวถึงก็คือเพียงแค่เราเข้าไปหาในงานศพไฟก็ดับอย่างนี้ทุกๆวันเราเลยคิดว่าบางทีเขาอาจจะพยายามสื่อสารกับเราว่าเขาเข้าใจและรู้แล้วว่าเราเดินเข้ามาแล้ว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100