ตำนานวิหารกระดูก   ตำนานศิลปะผนังศพ

             สำหรับคนที่ชื่นชอบการเข้าวัดเข้าวาเพื่อทำบุญไหว้พระและยังเพื่อต้องการชื่นชมความงดงามของโบสถ์และวิหารต่างๆ ตำนานศิลปะผนังศพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นศิลปะวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนหรือของแต่ละจังหวัดแต่ละภาค  จะเห็นได้ว่าแต่ละที่นั้นมักจะมีการสร้างโบสถ์

และวิหารรวมถึงออกแบบโบสถ์และวิหารให้มีความงดงามที่แตกต่างกันออกไปแต่ละที่นั้นจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละภาค  เนื่องจากว่าภาคแต่ละภาค

หรือแต่ละเขตนั้นจะมีวัฒนธรรมและศิลปะที่แตกต่างกันนั่นเอง  ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยอย่างเดียวเพียงเท่านั้นแต่ประเทศอื่นก็มีลักษณะศิลปะวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกันเช่นเดียวกัน 

         อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าขานถึงตำนานของวิหารแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีความแปลกจากวิหารอื่นๆเรียกได้ว่าผนังของวิหารแห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพจนถูกขนานนามว่าเป็นศิลปะผนังศพซึ่งวิหารแห่งนี้ถูกเรียกชื่อว่าวิหารกระดูกนั่นเอง  

สำหรับวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมานานมากแล้วโดยยุคสมัยที่มีการสร้างนั้นเชื่อว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15   สำหรับวิหารแห่งนี้จะอยู่ที่เมือง  อีโวรา  ประเทศโปรตุเกสนั่นเอง 

          ว่ากันว่าผู้ที่ก่อสร้างวิหารกระดูกแห่งนี้นั้นเป็นพระนิกายฟรานซิส     ซึ่งวิธีการสร้างวิหารนั้นพระนิกายนี้ได้มีการนำกระดูกของคนซึ่งมีจำนวนมากกว่า 5000 คนด้วยกันมาสร้างขึ้นเป็นกำแพงหล่อหลอมติดกับผนังของวิหาร

นอกจากจะมีโครงกระดูกแล้วยังมีซากศพอีกจำนวน 2 คนที่ถูกนำมาแขวนเอาไว้ติดกับผนังกำแพงของวิหารอีกด้วย   เรียกได้ว่าเป็นการก่อสร้างวิหารที่มีความประหลาดและพิสดารที่สำคัญน่ากลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

          นอกจากความน่ากลัวของผนังของวิหารดังกล่าวแล้ววัดดังกล่าวยังถูกเล่าขานถึงตำนานที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือได้มีหญิงสาวชาวเมืองคนหนึ่งเธอมีสามีและลูกชายต่อมาเธอถูกทำร้ายจากคนทั้งคู่ด้วยการช่วยกัน

ตำนานศิลปะผนังศพ โดยและตีเธอจนเธอถึงแก่ความตาย  ด้วยความเจ็บแค้นก่อนที่เธอจะตายเธอได้ทำการสามีกับลูกชายของเธอว่า  หากสามีและลูกชายของเธอตายเมื่อไหร่ให้วิญญาณของเขานั้นลงนรกและร่างของคนทั้งคู่นั้นไม่สามารถฝังอยู่ใต้ดินได้

      ไม่นานหลังจากที่สามีและลูกชายของเธอนั้นเสียชีวิตลงชาวบ้านก็ได้นำร่างของชายทั้งคู่นั้นไปขุดหลุมฝังศพเอาไว้แต่ไม่ว่าจะขุดหลุมไปตรงไหนก็ไม่สามารถกดได้เพราะเมื่อกดลงไปก็จะพบว่าใต้ดินนั้น

มีแต่หินเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเปลี่ยนที่ฝังศพไปตรงจุดไหนก็ตามแต่ก็จะเจอแต่หินทำให้ท้ายที่สุดแล้วชาวบ้านจึงไม่สามารถฝังศพของชายทั้งคู่ได้ดังนั้นพวกเขาจึงได้มีการนำศพของชายทั้งคู่ไปให้นักบวชนิกาย funds

และนักบวชก็ได้นำซากศพของชายทั้งคู่นั้นไปแขวนไว้ตรงผนังด้านหนึ่งของวิหาร  ซึ่งก็คือวิหารกระดูกนั่นเอง  หลังจากนั้นนักบวชก็จะใช้ซากศพของชายทั้งคู่ในการทำสมาธิให้เกิดการปลงอายุสังขารนั้นเอง     

 

สนับสนุนโดย    แจ้งฝาก-ถอน ufabet