ภาพนอนทาบกับกระจก ใช้การสะท้อนสายตาเป็นหลัก

ภาพนอนทาบกับกระจก ใช้การสะท้อนสายตาเป็นหลัก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

การถ่ายนอนบนกระจกแบบนี้ ความจริงก็เห็นได้ยากเหมือนกันนะ ถือว่เป้นเทคนิคที่ง่ายแต่ว่า คนไม่ค่อยคิดถึงเทคนิคนี้กัน เพราะส่วนมากแล้วการถ่ายแบบนี้นั้นจะเห็นเพียงแต่กับงานถ่ายแบบระดับสูงๆโหดๆ เคยเห็นอยู่บ้างในหนังสือถ่ายแบบเจ๋งๆ แต่ไม่ค่อยเห็นงานถ่ายโฆษณาหรือโปสเตอร์อะไรเท่าไหร่นัก การถ่ายแบบนี้นั้นอาจจะต้องเตรียมการสักหน่อย เพราะว่ากระจกนั้นก็ต้องหาที่มันเหมาะกับโจทย์ที่เราเลือกด้วย บางครั้งถ้าเลือกกระจกที่ขอบเรียบๆก็อาจจะดูไม่สวยงามพอสำหรับการที่จะเอาไปนอนไว้ที่พื้นแต่ละสไตล์ การถ่ายแบบนี้นั้น จะไม่ค่อยได้สื่อถึงอะไรสักเท่าไหร่ อย่างเช่น ไม่ได้สื่อถึงชุดที่ไส่ หรือกระจกเพื่อการค้า แต่มันจะถูกโฟกัสไปเรื่องของการถ่ายแบบตามโจทย์ โดยศูนย์รวมความน่าสนใจของภาพแบบนี้คือสายตาของตัวแบบนั้นเอง

เตรียมการนั้นไม่ยาก แต่การหาอุปกรณ์ให้เข้ากันนั้นยากสักหน่อย อย่างที่บอกไปว่าเป็นเทคนิคการถ่ายแบบที่เน้นโจทย์และความเข้ากันของภาพถ่ายเป็นหลัก ดังนั้นแล้ว กระจก ชุดแต่งกาย พื้น การแต่งหน้าทำผม ต้องเข้ากันตามโจทย์ทั้งหมด นั้นทำให้อาจจะต้องควานหาของให้เข้ากับโจทย์นั้นๆ กระจกจะยากสักหน่อย เพราะต้องเลือกกรอบดีๆ ไม่ใช่กระจกแบบไหนก็ได้นะ ถ้าได้พื้นและกระจกที่เข้ากันแล้วก็นำไปวาง แล้วก็จัดแสงได้ดีด้วย ตัวแบบก็นอนทาบลงไปได้เลย สิ่งที่ควรระวังคือ การนอนลงบนกระจกแบบนี้ จะทำให้แบบจะต้องลงนำหนักบนกระจกแล้วก็เกิดการสัมผัส

ดังนั้นก็จะทำให้กระจกนั้นมีรอยเปื้อนจากตัวของแบบ ถ้าเกิดการขยับแล้ว อาจจะทำให้เห็นเป็นคราบ แบบนั้นรับไม่ได้นะ ต้องเช็ดออกบ่อยๆ แล้วก็การลงน้ำหนักแบบนั้นก็ระวังกระจกแตกด้วย จะทำให้ตัวแบบบาดเจ็บซะปล่าวๆ ถือว่าเป็นโจทย์ที่มีความสร้างสรรค์สูงมากๆ แต่ว่าก็ต้องทุมเทกำหรับเทคนิคนี้ซะหน่อย ถ้าเกิดว่าเป็นการถ่ายลวกๆ ไม่ตรงโจทย์ ภาพจะออกมาดูไม่สวยและไม่มีความสุนทรีในภาพอย่างแน่นอน และอย่างที่บอกไปตอนต้นนั้น ภาพเทคนิคนี้ต้องเน้นโฟกัสไปทางตาของตัวแบบ ตาของแบบนั้นจะมองมาทางตากล้องหรือไม่มองก็ได้นะ แต่ตานั้นจะต้องชัด แต่เป็นที่ทำให้คนดูภาพอยากจะมองที่สุด

ภาพนี้ถ้าใครกำลังจะถ่ายภาพแบบอย่างจริงๆจังๆ ก็สมควรที่จะลองถ่ายแนวนี้ดู เพราะมันจะออกมาสวยงามมากๆถ้าองค์ประกอบเข้ากันอย่างที่ต้องการ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ดูบอล

จัดแสงไฟได้ตามต้องการ หนึ่งในข้อดีของการทำ Home Studio

เรื่องที่สำคัญที่สุดของการถ่ายภาพคืออะไร แน่นอนล่ะมีหลายเรื่องที่เราต้องคิด และล้วนแต่สำคัญด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งตรงจุดนี้ก็แล้วแต่ตากล้องแต่ละคนที่จะมองเห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ต่างกันออกไป เพราะว่าบางคนนั้นมีความซีเรียสกับอะไรที่แตกต่างกัน รวมถึงการถ่ายแต่ละแบบก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันในทุกๆงาน แต่ก็อยากจะบอกเลยว่า กับตากล้องทุกๆคน ยังไงก็ตามทีเรื่องของแสงเป็นอะไรที่สำคัญระดับต้นๆเลยทีเดียว ถ้าการถ่ายตอนนั้นแสงไม่ดี เราจะเห็นได้ชัดเลยว่า ภาพวันนั้นดูหม่นหมอง แต่งยาก แล้วสุดท้ายก็ไม่เลือกไปใช้ ซึ่งต่อให้เป็นการถ่ายเล่นๆกัน เพื่อเอารูปลงโซเชียลแล้วล่ะก็ สุดท้ายก็ต้องเลือกรูปแสงสวยๆอยู่ดี มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆกับการมองภาพที่มีแสงสวยก็จะสวย

แล้วในเมื่อเรื่องแสงสำคัญแล้ว การถ่ายงานที่ซีเรียสๆ ก็แน่นอนว่า ก็ต้องแบกอุปกรณ์กันไปอย่างมากมาย ทั้งขาตั้งมากมายหลายอัน แล้วก็เหล่า แผ่นรีเฟลกและไฟดวงโตๆทั้งหลาย เพื่อเป็นการควมคุมแสงด้วยตัวเราเองได้ แต่การออกไปถ่ายกลางแจ้งยังไงก็ตาม ก็ต้องเจอกับแสงธรรมชาติที่เขามาผสมปนเปกับแหล่งแสงที่เราได้สร้างขึ้นมาเอง แล้วนั้นจะเป็นความลำบากอย่างหนึ่งในการที่จะต้องค่อยปรับแสงและรีเฟรกอยู่ตลอดตามสภาพแสงธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แค่คิดแค่ตอนแบกก็เหนื่อยแล้วล่ะ ที่นี้ยังต้องมาคิดเรื่องอื่นๆอีก ตอนถ่ายอีก เหนื่อยกันแบบหลายต่อเลย

แต่ถ้าเทียบกับการทำ Home Studio แล้วล่ะก็ เรียกได้เลยว่าเป็นคนละเรื่องเลยทีเดียว เพราะการถ่ายที่บ้าน ก็ถือเป็นการถ่ายในร่มอีกด้วย แน่นอนแหละว่าการถ่ายในร่มมันง่ายดายมากๆ เพียงแค่เซ็ตแสงเพียงครั้งเดียวก็สวยได้แล้ว ไม่ได้มีปัจจัยอะไรมากมายนัก แต่ถ้าเกิดว่าทำ Home Studio กันที่กลางแจ้ง ในสวนหน้าบ้านอะไรแบบนี้

จริงอยู่ก็ต้องปรับแสงตามแสงธรรมชาติต่างๆอีกด้วย แต่ว่ามันกลับสะดวกด้วยที่ว่ามันคือพื้นที่ของเรา ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ เราจะขยับ จะวางทิศทางแสงตรงไหนก็ได้ อีกทั้งทั้งหมดทั้งมวลเราทำที่บ้าน เพราะฉะนั้นมันจะดวกสบายมากในเรื่องของการที่ไม่ต้องขนอุปกรณ์ไปไหนให้ลำบากอะไรเลย ถือว่าสุดยอดจริงๆ

สุดท้ายแล้ว ความสะดวกในการจัดแสงไฟได้นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของเวลาเช่นเดียวกัน นั้นก็คือสามารถจัดแสงในทุกช่วงเวลาได้ ต่างจากการจัดข้างนอกที่ต้องให้เหมาะสมกับพื้นที่อีกด้วย

 

 

ขอบคุณ  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท  ที่ให้การสนับสนุน

ลดทั้งพลังงานและลดทั้งเวลา

ลดทั้งพลังงานและลดทั้งเวลา หนึ่งในข้อดีของการทำ Home Studio

สุดท้ายแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดข้อหนึ่งของการที่เราจะทำ Home Studio นี้ การที่เราออกไปถ่ายงานข้างนอกนั้น มันจะต้องทำอะไรต้องมากมาย เริ่มตั้งแต่วางแผนงาน ว่าจะเอาของอะไรไปบ้าง หรือเราต้องมาศึกษาสถานที่ก่อนเพื่อที่จะทราบว่าอยากได้มุมไหนๆบ้าง ต้องเรียนรู้เวลาอีกว่าช่วงไหนมุมที่เราต้องการจะมีคนน้อยๆบ้างจะได้ไม่มีการรบกวนกัน นั้นแค่เล็กน้อยทั้งนั้น กับการต้องมีเวลาในการจัดของเดินทางกว่าจะถึงที่กว่าจะเซ็ตอุปกรณ์ ช่างเรื่องเยอะมากๆ พอจบงานก็ต้องเสียเวลาเก็บอุปกร์อีก ถึงบ้านก็พอดีเที่ยงคืนล่ะ นี่คือเรื่องของเวลา

แล้วถ้าเป็นเรื่องของพลังงานล่ะ เราจะต้องแบกหามกันแบบสุดๆ อุปกรณ์กล้องนี่ก็เป็นอะไรที่หนักใช้ได้เลยนะ เพราะพวกขาตั้งอะไรต่างๆนั้น ต้องแข็งแรงพอที่จะไม่ล้มได้ง่ายๆ หนักขนาดนั้นก็ต้องแบกละนะ สุดท้ายก็พลังที่ใช้ขับรถไปขับรถมาอีก เหนื่อยทั้งเซ็ตอุปกร์ทั้งเก็บอุปกรณ์ นี่คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆกับการออกไปถ่ายงานนอกบ้าน

แต่การที่เราถ่ายงานแบบ Home Studio นั้นจะมีอะไรที่ที่ขึ้นกับเรื่องแบบนี้บ้างล่ะ แน่นอนล่ะ เรื่องแรกเลย เวลา เราจะใช้เวลาในการออกทำงานน้อยลงมากๆ ไม่ต้องเดินทางเพียงแค่นี้ก็ประหยัดทั้งเวลาไปและกลับ ที่เสียไปไม่ต่ำกว่า สองชั่วโมงแน่นอน ยิ่งถ้าใน กทม แล้วด้วย คงสี่ชั่วโมงเป็นแน่ เวลาในการวางแผน จริงๆแล้วมีก็ดีนะแผนการนะ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ซีเรียส เพราะคิดกันสดๆตอนนั้นเลยก็ได้ เพราะมันก็บ้านเรา คิดง่ายมากๆ และมุมแต่ละมุมเราก็คุ้นเคย มันสามารถคิดภาพออกได้ง่ายยิ่งกว่าสถานที่ที่เราไม่เคยไป ประหยัดเวลาไปได้มากกว่าครึ่งแน่ๆ

หรือจะเรียกได้ว่าเหลือเพียงเวลาในการถ่ายเท่านั้นแหละ ต่อมาเรื่องพลังงานร่างกายเรา แต่นอนเลย เราไม่ต้องแบกของไปไหนต่อไหนแล้ว อยู่ในบ้าน แบกไปไม่เกินห้าเมตรเท่านั้น สบายๆกันเลยทีเดียว แล้วก็ไม่ต้องเอาอุปกรณ์ไปกองตรงนู้นตรงนี้เลย สามารถเดินไปหยิบตอนจะใช้จากที่เราเก็บของได้เลยด้วยซ้ำไป อยากจะกินจะทานอะไรก็ง่ายๆดาย เปิดตู้เย็นบ้านเราเองไปเลย เราประหยัดพลังงานกันแบบสุดๆ แม้แต่ตัวแบบเองก็ไม่ต้องไปตากแดดตากฝน นั่งชิวๆในบ้านได้เลย

ทั้งหมดนี้คือการที่ทำให้การทำงานในช่วงที่มีวิกฤตอย่างโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จริงอยู่ที่อาจจะได้โจทย์ไม่กว้างตามต้องการ แต่ว่ากับช่วงวิกฤตแบบนี้ ถือว่าเป็นทำให้อะไรๆง่ายขึ้นเยอะเลย เรื่องของโจทย์เป็นเรื่องของไอเดีย ถ้าเจ๋งจริง ที่บ้านก็สามารถสร้างงานได้ดีกว่าแบบถ่ายนอกบ้านได้เช่นกัน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  จุดอ่อนบาคาร่า

พิธีกรรมของไทยทรงดำ

ไทยทรงดำเป็นชาวอพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 200ปีแล้ว และได้อยู่กระจายตามจังหวัดต่างๆของประเทศไทย อย่างเช่น สุพรรณบุรี เพชรบุรี นครสวรรค์ ชุมพรพิจิตร พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ และในจังหวัดเลย และได้จั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำขึ้นมา เพื่อเป็นที่รวมกลุ่มของชาวไทยทรงดำ และได้มีการปลูกบ้านที่บ่งบอกว่าเป็นไทยทรงดำเลยทีเดียวโดยการปลูกบ้านหลังคาลักษณะกระดองเต่า และจะมีการประดับที่ยอดจั่วบ้านด้วยการนำเอาเขาควาย หรือเขากวางมาไขว้กันแทบทุกหลังคาเรือน และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเฉพาะในกลุ่มไทยทรงดำโดยการให้มีการจัดงาน หมุนเวียนกันไปแต่ละบ้าน ในลานรอบบริเวณศูนย์วัฒนธรรมด้วย

พิธีกรรมของไทยทรงดำ

พิธีอิ่นก๋อนฟ้อนแก๊น  การละเล่นนีเปรียบเสมือนให้หนุ่มสาวมาเลือกคู่ครองโดยการที่จะให้สาวๆมานั่งทำการฝีมือในบ้านใดบ้านหนึ่งและให้บรรดาหนุ่มๆมาดูและได้มีการเล่นคอน หรือลูกช่วง แต่ปัจจุบันการละเล่นชนิดนี้จะมาทำแสดงให้ดูถึงถิ่นกำเนิดของชนเผ่าไทยทรงดำและจะมีการแสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งตัว ภาษาของไทยทรงดำเสียมากกว่า

พิธีเสนเรือน  คือการไหว้ผีบรรพบุรุษให้กินดีอยู่ดี จะได้ส่งผลมาถึงลูกหลานเมื่อมีการกราบไหว้บรรพบุรุษอย่างดี จะทำให้ครอบผีบรรพบุรุษคอยปกปักรักษาให้ครอบครัวมีความสุขไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

พิธีเฮ็ดแฮว  หรือพิธีงานศพของบ้านเรา ชาวไทยทรงดำถือว่าการตายนั้นสำคัญมากและบุคลที่อยู่ในบ้านจะไม่มีการทำงานอาไรเลย จบกว่าจะนำศพของผู้ที่เสียชีวิตในบ้านไปเผาเสียก่อน พิธีเฮ็ดแฮวนี้จำขึ้นหลังจากเผาศพแล้ว จะทำการเก็บกระดูกและจะประกอบพิธีด้วยการส่งดวงวิญญาณกลับยังประเทศเวียดนาม จากนั้นก็จะบอกวิญญาณของผู้ตายให้มารับเครื่องเซ่นทุก10วัน เพราะเชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปแล้วสามารถห็คุณและให้โทษแก่คนในบ้านได้

การแต่งกายของไทยทรงดำ

การแต่งกายเสื้อผ้าที่ใช้ จะใส่สีดำหรือสีกรมท่า และจะแบ่งการแต่งกายเป็นชายหญิง เสื้อของผู้ชายจะมี2ชนิด เสื้อไท จะมีกระดุมเงินทั้งหมด11เม็ด และสวมกางเกงขาสั้นและมีสายคาดเอว และเสื้อฮีของผู้ชายจะใส่ในช่วงมีพิธีกรรม 

เสื้อของผู้หญิงจะเรียกว่าเสื้อก้อม และจะมีการติดกระดุมเงินไม่เกิน 11เม็ด และจะสวมผ้าซิ่นลายแตงโม ลักษณะหน้าสั้นหลังยาวสะพายกะเหล็บ และพาดบ่าด้วยผ้าเปียวงานพิธีจะสวมเสื้อฮีหญิง

ชีวิตการเป็นอยู่ของไทยทรงดำ มีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้มานำเสนอ แต่ก็น่าไปเที่ยวและไปดูชีวิตการเป็นอยู่ของพวกเขาที่ยังรักษาประเพณีเก่าแก่ไว้มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

ก่อตั้งธนาคารการเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้

เปิดตระกูลที่ร่ำรวยมากที่สุดและเป็นผู้ที่ก่อตั้งธนาคารการเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้

ครองครัว Rothschild Family

สินทรัพย์สุทธิที่คาดการณ์อยู่ที่ 2ล้านล้านดอนลาร์สหรัฐครองครัวที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลกเป็นครองครัวที่คิดค้นระบบธนาคารที่เราใช้มาถึงทุกวันนี้ในอดีตครอบครัวนี้เคยเป็นผู้ที่สนับสนุนสงครามและอุตสาหกรรมหลายอย่างวงค์ชายของตระกูลนี้ยังเคยใช้กลวิธีใต้โต๊ะ่เป้าหุ้นตลาดหุ้นอังกฤษให้พังลงก่อนที่จะหาโอกาสซื้อทรัพย์สินในราคาที่ต่างๆตระกูลRothschild Familyเป็นตระกูลอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกสืบเชื้อสายมาจากRothschild Familyชาวยิวที่ได้อพยพไปทางเยรมันนีและได้ริ่มจัดตั้ธนาคารที่นั่นในศตวรรษ1760ต่อมาเขาได้ให้บุคคลชายทั้ง5คนช่วยบุกเบิกธนาคารของครอบครัวไปยังต่างประเทศ

ซึ่งได้ตั้งสาขาอยู่ในห้างเมืองใหญ่ได้แก่ ลอนดอน ปารีส แฟรงเฟิร์ต เวียนนา และ เนโต้ ในศตวรรษที่19ตระกูลRothschild Familyกลายเป็นครอบครัวที่ถือครองทรัพย์สินมากมายที่สุดในโลกและในปัจจุบันธุรกิจของตระกูลนี้มีทั้งสถานบันการเงินอสังหาริมทรัพย์ เหมือง พลังงาน ทรัพย์สินแด่ตระกูลRothschild Familyมีมากมายมหาสารเกินกว่าที่จะประเมิลได้ด้วยสินทรัพย์ที่มากมายมหาสารเช่นนี้ทำให้เกิดเป็นคดีที่สมครบคิดอย่างมากมายว่าตระกูลนี้คือผู้ที่บงการกระแสเงินและสถานบันการเงินต่างๆในโลกและบงการรัฐบาลต่างๆให้ทำสงครามในยุติสงครามระหว่างกันตระกูลRothschild Familyได้เป็นผู้ที่ได้สนับสนุนเงินกู้ให้แก่ในรัฐบาลในอังกฤษ

ในการที่ได้ทำสงครามระหว่างฝรั่งเศษในช่วงสงครามนโปเลี่ยนซึ่งในปี1815ภายในปีเดียวตระกูลนี้ให้เงินสนับสนุนเงินกู้1.8ล้านปอนด์เทียบกับทองคำหนัก70ตันให้แก่ชาติพันธมิตรของอังกฤษเพื่อที่จะพื้นฟูระบบเศรษฐกิจจากสงครามตระกูลRothschild Familyได้ให้เงินกู้แก่บราซิลจำนวน5แสนเรอ้าวเพื่อไปจ่ายรัฐโปรตุเกสและแลกกับเอกราชตระกูลRothschild Familyเป็นผู้ที่สนับสนุนเงินกู้ให้แก่รัฐบาลอังกฤษในการขุดคลองซูเอสที่อียิปต์จำนวน4ล้านปอนด์

และยังสนับสนุนเงินกู้ให้แก่ญี่ปุ่นมูลค่า11.5ล้านปอนด์นการทำสงครามกับรัฐเซียหลังจากที่ได้มีการปราบปรามนโปรเลี่ยนจักรวรรดิองค์ที่หนึ่งแห่งออสเตรียได้ทรงแต่งตั้งตระกูลRothschild Familyให้ได้เป็นขุนนางรัฐเซียแต่ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองภัยคุกคามจากนาซีทำให้ตระกูลRothschild Familyสาขาออสเตรีย

ซึ่งได้มีเชื้อสายยิวจำเป็นต้องหนีตายจากยุโรปปไปยังสหรัฐอเมริกาธนาคารและทรัพย์สินของพวกเขาในออสเตรียถูกยึดคฤหาสน์หลายหลังในเวียนนาได้ถูกทำลายในปีประมาณ1999รัฐบาลออสเตรียตกลงที่จะส่งมอบพัดจิดกรรมมากกว่า250ชิ้นคืนแก่ตระกูลRothschild Familyซึ่งได้ถูกยึดไปในสมัยสงครามและในปี2016องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากนั้นก็ได้มีการประเมิลว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ตระกูลRothschild Familyที่ได้มีการครอบครองอยู่นั้นมีมูลค่าประมาณ1ล้านล้านดอนลาร์สหรัฐหรือคิดเป็น5เท่าของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด8อันดับโลกมารวมกัน

ญี่ปุ่นหรือดินแดนอาทิตย์อุทัย (Land of the rising sun)

       ประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่ามีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่ยาวนานมานับเป็นพันปี ด้วยความที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแปลกใหม่ ความเป็นมิตรของผู้คน และด้วยความที่มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยากเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ก็จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายต่อหลายคนจึงเลือกที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนและเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับชีวิตตนเอง 

      ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะที่เป็นเกาะ มีเกาะใหญ่ด้วยกันทั้งหมดสี่เกาะหลัก ได้แก่เกาะฮนชู เกาะฮอกไกโด เกาะชิโกะกุ และเกาะคิวชู และในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ยังมีเกาะเล็กๆอีกมากมายที่มีมากกว่า 6800 เกาะ โดยได้มีการแบ่งพื้นที่การปกครองในประเทศทั้งหมดเป็น 8 เขต ซึ่งอยู่ในเกาะฮนชูทั้งหมด 5 เขตได้แก่ เขตคันโต เขตคันไซ เขตโทโฮะกุ เขตชูบุ และอีก 3 เขต คือ ได้แก่ เขตฮอกไกโด เขตชิโกะกุ และเขตคิวชู ซึ่งรวมไปถึงหมู่เกาะโอกินาวาและหมู่เกาะริวกิวด้วย มีพื้นที่รวมทั้งหมด 377,944 ตารางกิโลเมตรถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 60 ของโลก แต่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยเพียงเล็กน้อย มีประชากรประมาณ 127 ล้านคน นับเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเมืองหลวงคือโตเกียว (Tokyo) โดยเฉพาะประชากรที่อาศัยอยู่ในโตเกียวและปริมณฑลบริเวณรอบๆก็มีจำนวนประชากรมากกว่า 30 ล้านคนแล้ว คนญี่ปุ่นจะเรียกชื่อประเทศตัวเองว่า นิปปง (nippon) หรือ นิฮง ซึ่งแปลความหมายได้ตรงตัวว่า ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์

      สำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนั้นมักจะตั้งเป้าหมายในการท่องเที่ยวหลักๆไว้ที่เมืองโตเกียวที่เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในเขตภูมิภาคคันโต (Kanto Region) ทางภาคตะวันออกของเกาะฮอนชูซึ่งภูมิภาคคันโตนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมดได้ 7 จังหวัดคือ โตเกียว ((Tokyo) , กุมมะ (Gumma) , โทะชิงิ (Tochigi) , อิบะระกิ (Ibaraki) , ไซตะมะ (saitama) , ชิบะ (Chiba) และคะนะงะวะ ( kanagawa) เป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่นจากการสำรวจสถิติจำนวนประชากรในภาคนี้พบว่ามีมากถึง 45,000,000 คนหรือคิดเป็นจำนวนประชากรถึงหนึ่งในสามของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ 

      

การเลี้ยงสุนัขหากดูแลไม่ดีมีผลต่อฮวงจุ้ยบ้าน

ในปัจจุบันผู้คนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้นโดยเฉพาะสุนัข หลายคนเลี้ยงไว้ในบ้านให้นอนร่วมเตียงมีห้องนอนส่วนตัวให้กับสุนัข มีพาไปเที่ยว พาไปทำสปา รวมถึงพาไปช้อปปิ้งสินค้าสำหรับสุนัขโดยตรง อาจเรียกได้ว่าการที่คนเหล่านี้เลี้ยงสุนัขไม่ได้ต้องการให้พวกมันเป็นแค่สุนัขเท่านั้นแต่พวกเขาเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุนัขเปรียบเสมือนคนในครอบครัว หรือบางคนก็เลี้ยงสุนัขเหมือนลูก

แต่การเลี้ยงสุนัขก็มักจะมีปัญหาได้เหมือนกันหากเราเลี้ยงสุนัขแบบปล่อยปละละเลยมากเกินไป บางคนอาจจะมีการดูแลสุนัขเป็นอย่างดีอย่างที่กล่าวไปข้างต้นซึ่งการที่เราดูแลดีสุนัขก็จะรักและซื่อสัตว์กับเราส่งเสริมให้ฮวงจุ้ยคนในบ้านของเราดี มีแต่ความเจริญยิ่งหากเราสามารถหาสุนัขที่มีธาตุที่จะมาเสริมกับธาตุของเจ้าของบ้านได้จะยิ่งดีมาก แต่บางคนก็รักสุนัขแต่อาจจะไม่ค่อยมีเวลาที่จะมาดูแลใส่ใจสุนัขมากนัก ซึ่งบางคนปล่อยให้สุนัขออกมาเดินเล่นนอกบ้านเองเพราะมั่นใจว่าเมื่อมันเดินเล่นเสร็จแล้วมันจะกลับบ้านเองไม่หายไปไหน

ซึ่งการเลี้ยงสุนัขแบบนี้จะทำให้เกิดอันตรายกับสุนัขและเราเองก็อาจจะมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เพราะการที่เราปล่อยสุนัขให้ออกไปเดินเล่นเองโดยที่เราไม่ไปคอยควบคุมมัน สุนัขของเราอาจจะไปถ่ายอุจาระหรือฉี่ที่หน้าบ้านหรือเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านและสร้างความเสียหายให้กับเพื่อนบ้านได้ซึ่งนั่นจะเป็นสาเหตุทำให้เราและเพื่อนบ้านเกิดความผิดใจกันได้และหากเพื่อนบ้านเป็นคนไม่รักสุนัขอยู่แล้วเขาอาจจะตีสุนัขของเราให้ได้รับบาดเจ็บได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลเสียที่เกิดขึ้นมีทั้งผลต่อตัวเราเองและต่อตัวสุนัขเองด้วย และหากเราเลี้ยงสุนัขโดยที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลมัน ไม่ค่อยจะอาบน้ำให้มัน

ตัวสุนัขจะมีกลิ่นเหม็นซึ่งจะส่งผลต่อฮวงจุ้ยของบ้าน รวมถึงหากเราปล่อยให้สุนัขฉี่หรืออึในบ้านไปทั่วไม่ค่อยได้ทำความสะอาดพื้นบ้าน ทำให้บ้านมีกลิ่นเหม็นสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อฮวงจุ้ยของบ้านทั้งสิ้น จะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านมีการเจ็บป่วย ซึ่งถ้านับเป็นเรื่องชองวิทยาศาสตร์ คนที่อยู่ในบ้านเจ็บป่วยเพราะกลิ่นของฉี่และอึของสุนัขมีผลต่อระบบเดินทางหายใจของคนภายในบ้าน ดังนั้น หากต้องการให้บ้านอยู่แล้วดี ฮวงจุ้ยบ้านดี คนในบ้านอยู่อย่างมีความสุขไม่เจ็บป่วยแล้วการดูแลเอาใจใส่สุนัข การรักษาความสะอาดให้กับสุนัขก็มีผลด้วยเช่นกัน

เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจถือว่าเป็นเทศกาลหนึ่งที่คนไทยนิยมกันมาก เป็นเทศกาลที่คนถือศีลโดยการกินแต่ผักไม่กินเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ส่งเสริมให้คนหันมาทำบุญไปด้วย และยังส่งผลดีต่อสุขภาพเนื่องจากการกินผักทุกวัน เทศกาลกินเจสมัยแต่ก่อนคนไทยเราไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไร แตกต่างจากสมัยนี้เมื่อถึงวันกินเจทุกคนหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เมื่อถึงช่วงใกล้วันกิจเจจะเห็นได้ว่าผักตามท้องตลาดจะเริ่มมีราคาค่อนข้างแพง ปัจจุบันอาหารเจมีหลากหลายสามารถเลือกทำกินเอง

แต่สมัยนี้มีร้านค้าทำอาหารเจขายมากมาย ทำให้คนกินเจสามารถสะดวกหาซื้อกินกันได้ง่ายขึ้น อาหารเจส่วนใหญ่จะนำแป้งมาทำแทนเนื้อสัตว์ อาหารต้องสะอาด ซึ่งปกติแล้วเทศกาลกินเจจะมีประมาณ 9วัน สามารถถือศีลกินเจได้ตามสะดวก บางคนเลือกกิจแค่ 3วัน หรือ 5วันก็ตามแต่สะดวก เรามารู้หลักปฏิบัติติเวลาถือศีลกินเจกันว่าควรทำอย่างไรบ้าง

1.ควรงดกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด เพราะเป็นความเชื่อว่าการกินเนื้อสัตว์นั้นเป็นการทำบาป กินเจทุกคนควรเคร่งครัดอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ปลา ไก่ ก็ยกเว้นหมดทุกอย่าง ถือว่าเป็นข้อดีทำให้เราได้บุญไปในตัว

2.ควรงดจากกการกินผักที่มีกลิ่นฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรงมาก มีความเชื่อว่าถ้าคนถือศีลกินเจแล้วถ้าได้กินผักที่มีกลิ่นฉุนเข้าจะทำให้จิตใจร้อน หงุดหงิดไปด้วย ส่งผลให้จิตใจไม่บริสุทธิ์ ผักที่มีกลิ่นแรงอย่างเช่น กระเทียม หัวหอม ใบหอม เป็นต้น

3.ควรงดจากการกินอาหารที่มีรสจัด ในทีนี้อาหารทุกอย่างต้องทำไม่หวานมาก เค็มพอดี ไม่เผ็ดมาก เพราะคนจีนมีความเชื่อว่าถ้าเรากินอาหารรสจัดเข้าไปทำให้สุขภาพไม่ดี แม้แต่น้ำปลาก็ห้ามปรุงเด็ดขาดโดยหันไปใช้เกลือแทนได้ การกินเจถือว่าเป็นการส่งเสริมให้มีสุขภาพดีไปด้วย

4.ภาชนะในการกินอาหารเจจะต้องไม่ไปปะปนกับถ้วยชามอื่น ต้องล้างให้สะอาด เพราะถ้าคนที่ถือศีลจริงๆจะไม่ใช้ของร่วมกับคนอื่นเลย แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธ์

5.ควรงดจากการดื่มของมึนเมาทุกชนิด ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของการกินเจเลยทีเดียว ทุกคนควรปฏิบัติติอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาที่ถือศีลอยู่

               การที่เราจะถือศีลกินเจนั้นต้องมีความตั้งใจจริงไม่ใช่ทำตามคนอื่น ถ้าเรามีความตั้งใจจะทำให้เราได้รับบุญจากการถือศีลกินเจ  เป็นการส่งผลดีต่อจิตใจแล้วยังส่งผลดีต่อสุขภาพของเราไปด้วย ปัจจุบันอาหารเจไปขายทั่วไปสามารถหาซื้อกินกันได้ การกินเจไม่จำเป็นต้องรอกินแค่ช่วงเทศกาลสามารถกินได้ตลอด

ประเพณีการแต่งงาน

ขั้นตอนการแต่งงาน

จะมีงานแต่งเกิดขึ้นได้นั้น อับดับแรกเลยคือการที่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้รักใคร่ชอบพอกัน และตกลงจะใช้ชีวิตคู่รวม ฝ่ายชายจะส่งญาติผู้ใหญ่ไปสู่ขอ ฝ่ายหญิงและตกลงเรื่อง ค่าสินสอด ทองหมั้น ดูฤกษ์งามยามดี กำหนดวันแต่งงานได้เลย

พิธีการแต่งงาน

พิธีการแต่งงานนั้นฝ่ายชายต้องมาค้างบ้านเจ้าสาวก่อนวัน เพื่อที่จะมีการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ ก็จะยกขบวนขันหมากมา ซึ่งประกอบไปด้วย เงินค่าสินสอด ทองหมั้น ต้นอ้อย ต้นกล้วย มะพร้าวและขนมมากมายหลายชนิด ของพวกนี้จะอยู่ในขบวนขันหมากนี้ด้วย เมื่อแห่ขันหมากมาบ้านเจ้าสาวก็จะมีการกั้น ประตูเงิน ประตูทอง เมื่อได้ของตามที่ผู้กั้นอยากได้แล้วจึงจะนำตัวเจ้าสาวออกมาเจอกับเจ้าบ่าวได้ และจะทำการนับสินสอดให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานได้รับรู้ และจะมีการโรยถั่วโรยงา ให้บรรดาญาติร่วมทำขั้นตอนนี้ด้วย จากนั้นเจ้าบ่าวก็จะนำสร้อย แหวนมาสวมให้แก่เจ้าสาว

ไหว้ญาติผู้ใหญ่

 มาถึงขั้นตอน ไหว้ญาติผู้ใหญ่ เจ้าบ่าว เจ้าสาวนั้นจะทำการฝากตัวกับญาติทั้งสองฝ่าย ในการกราบพ่อกับแม่ ของทั้งสองฝ่ายจะให้มีการกราบถึง 3 ครั้ง ส่วนญาติพี่น้องให้ก้มกราบแบบแบมือแค่ครั้งเดียว และฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายจัดหาของขวัญให้ทางญาติผู้ใหญ่ และบางที่อาจจะมีการผูกข้อมือกันด้วย เมื่อทำการไหว้ญาติผู้ใหญ่เสร็จก็จะมีการรดน้ำสังข์ให้แก่คู่บ่าว สาว

ขั้นตอนการรดน้ำสังข์ 

ขั้นตอนนี้ทางพ่อ แม่ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จะเริ่มรดน้ำก่อนและตามด้วยญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย หรือบุคลที่เจ้าบ่าว เจ้าสาวให้ความนับถือ จากนั้นก็พวกเพื่อนๆที่มาร่วมแสดงความยินดี

การส่งตัวเข้าหอ การส่งตัวเข้าหอนั้นก็จะมีผู้ใหญ่คู่ที่แต่งงานแล้ว หรือชาบ้านให้การนับถือและต้องไม่เคยมีการอย่าร้าง ให้มาทำการส่งตัวโดยที่จะมาปูที่นอนให้ของใช้ในการส่งตัวก็จะมีฟัก หิน น้ำ และทางผู้ใหญ่ที่มาส่งตัวก็จะทำการสอนชีวิตการครองคู่ให้แก่ เจ้าบ่าว เจ้าสาวต่อไป

ฉลองงานแต่งงาน การฉลองงานแต่งงานมี 2 เวลา ที่ทำกันบางงานสะดวกที่จะเสร็จพิธีแล้วก็จะฉลองในตอนเที่ยงเลย ซึ่งทำแบบนี้ไม่ต้องเหนื่อยมากคืองานจบไวบางงานก็จะจัดให้มีการฉลองในตอนค่ำ จัดให้มีดนตรี เจ้าบ่าว เจ้าสาว จะเดินเก็บซองตามโต๊ะแขกที่มาในงาน ส่วนเพื่อนๆก็มีการหยอกล้อ แก่ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ให้ทำนั่นทำนี่ เป็นที่สนุกสนานกันไป

 

เมื่อในหลวง ร.9 ทรงปลอมเป็นพนักงาน ร้านโกลเด้นเพลซ

สำหรับเหตุการที่ในหลวง ร.9 ทรงแอบปลอมเป็นพนักงานร้านของโกลเด้นเพลซและได้ทรงประทัพที่เค้าเตอร์คิดเงินท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะรองราชเลขาธิการในพระองค์เคยเหล้าให้ฟังว่าในราวปีพ.ศ.2545หน้าวังไกลกังวลมีร้านโกลเด้นเพลซพระเจ้าอยู่หัวรัฐกาลที่9ท่านได้ทรงนึกสนุกและอยากลองมาขายในร้านดูแต่ก็กลัวว่าผู้คนนั้นจะแตกตื่นไม่เป็นอันทำอะไรก็เลยได้ไปในตอนร้านนั้นไกลจะปิดดึกหน่อยในตอนนั้นคนไม่ค่อยมีแร้วเพราะว่าร้านจะปิดแล้วพระองค์ท่านก็เลยได้ลองประทัพที่เค้าเตอร์คิดเงินและได้มีลูกค้าเดินเข้ามาในร้านเขาเข้ามาก็เดินเข้าไปเลือกของเลย

และไม่ได้มองหลอกว่าใครนั้นอยู่ที่เค้าเตอร์เมื่อได้ของเรียบร้อยแล้วก็เดินมาจ่ายเงินพอได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวอยู่ที่เค้าเตอร์คิดเงินก็มีท่าทางตกใจพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าจะพูกอะไรสักพักลูกค้านั้นก็เหมือนได้สติและได้ถามแบบตรงๆว่าท่านมาทำอะไรที่นี้พระเจ้าอยู่เจ้ารัฐกาลที่9 ทรงแย้มพระสรวลและได้ตัดออกไปว่าก็นี่ร้านเรา เราจะมาขายไม่ได้รึสำหรับร้านโกลเด้นเพลซนั้นแต่เดิมมีพื้นที่ส่วนหนึ่งในถนนพระราม9เป็นที่ดินและอาคารส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชซึ่งพระองค์ทรงให้บริษัทเอกชนเช่าดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกทำให้ประชาชน

ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจว่าที่นั่นเป็นร้านของพระองค์ท่านต่อมามีเสียเข้าพะกันในเวลาต่อมาในลักษณะว่าร้านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นขายของแพงทั้งที่ร้านดังกล่าวซึ่งเป็นเพียงผู้เช้าที่ดินและอาคารไปดำเนินการเพียงเท่านั้นซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่าโครงการในพระราชดำริที่พระองค์ท่านนั้นได้สั่งเสริมไว้มีอยู่จำนวนมากซึ่งสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายมากมายแต่สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานหลายชนิดนั้นยังไม่สามารถเข้าไปถึงผู้บริโภคได้

และในเวลาต่อมาเมื่อได้หมดเวลาสัญญาแล้วพระทรงท่านทรงได้จัดตั้งบริษัทสุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมชูปถัมภ์ขึ้นมาเพื่อได้ดำเนินการในส่วนของการค้าปลีกที่เหมาะสมทั้งผู้ผลิตและรวมไปถึงยังผู้บริโภคและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและได้พระราชนามชื่อร้านว่าโกลเด้นเพลซ

ซึ่งได้เปิดให้ดำเนินการเมื่อตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544เป็นต้มมาอีกทั้งก็ยังได้เพิ่มเติมจำนวนสาขาต่างๆซึ่งในปัจจุบันนั้นมีถึง10สาขาไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราต่างก็ทราบกันดีถึงเรื่องราวที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อให้คนไทยอย่างเราได้มีกินมีใช้และเพื่อเป็นการจดจำนาเรื่องราวต่างๆตลอดกาล